นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 ประโยชน์ของจุลินทรีย์ EM

Ico48
ก้องภพ คำเรืองศรี [IP: 223.207.10.66]
07 ตุลาคม 2554 11:02
#69451

วิธีป้องกันโรคจากการเลี้ยงปลาช่อน(สอบถามจากผู้ใช้จุลินทรีย์ชนิดนี้เลี้ยงปลาช่อน จ.สุพรรณบุรี)

ปัญหาปลาเป็นโรคตายมักจะเกิดขึ้นเสมอ ประกอบกับ ปลาทะเล ปลาเป็ด(ปลาเล็ก ปลาน้อย)ที่นำมาใช้เลี้ยงปลาช่อน คุณภาพมักจะไม่สดเท่าที่ควรและอาจมีสารปนเปื้อนเช่น ฟอร์มาลีน“ฟอร์มาลีน-ฟอร์มัลดีไฮด์” ทั้งสองตัวนี้ในทางเคมีคือสารตัวเดียวกัน เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่ในรูปของสารละลายจะเรียกว่า “ฟอร์มาลีน” ซึ่งเป็นชื่อที่เราคุ้น ๆ กันดีก็คือน้ำยาดองศพนั่นเอง ส่วน “ฟอร์มัลดีไฮด์” มีสถานะเป็นก๊าซที่อุณหะภูมิปกติ มีกลิ่นฉุนแสบจมูก ส่วนมากที่จำหน่ายกันอยู่ทั่วไปอยู่ในรูปของสารละลายน้ำภายใต้ชื่อน้ำยาฟอร์มาลีน ในวงการแพทย์ถือเป็นสารก่อมะเร็ง(ใส่เพื่อป้องกันปลาเล็กปลาน้อยบูดเน่า) หากมีเศษอาหารเหลือตกค้างในบ่อจะทำให้บ่อเกิดการเน่าเสียเป็นเหตุให้ปลาตายได้ ดังนั้นจึงควรมีวิธีป้องกันดังนี้คือ ก่อนนำปลาช่อนลงบ่อ ให้ปรับสภาพน้ำ 7 วัน เนื่องจากน้ำที่สูบเข้าบ่ออาจไม่สะอาดพอ โดยการโยนจุลินทรีย์ก้อนให้ทั่วบ่อ (ปริมาณน้ำ 30 คิวบิกเมตร/1ก้อน วิธีคิดอยู่ด้านล่าง) สำหรับปลาทะเล ปลาเป็ด ปลาเล็กปลาน้อย ที่ใช้เลี้ยงปลาช่อน ให้ผสมกับจุลินทรีย์น้ำSMS ในอัตรา 1 ตัน (1000 ก.ก)/จุลินทรีย์น้ำSMS 2 ลิตร หมัก 10 นาที ตามที่สอบถามผู้เลี้ยงปลาช่อน จ.สุพรรณบุรี ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ปลาโตไว แข็งแรง เนื้อแน่น รสชาติดี ไม่คาว และปลาไม่เป็นโรคพยาธิด้วย มึผลกำไรเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ถ้าเราจะนำวิธีนี้ไปเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น ก็น่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน (จุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เนื่องจากความแข็งแรงของจุลินทรีย์ จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ทั้งหลาย ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด)

ด้วยความจริงใจและปรารถนาดี

ก้องภพ คำเรืองศรี

081-7184139