นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 มาตรการการตัด/ลดเงินรายได้ของบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์

Ico48

ผมขอขอบคุณทุกท่านที่อ่าน และ/หรือ แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้ครับ และหวังว่าจะมีคนเข้ามาร่วมแสดงความเห็นกันอีกมาก ๆ เพื่อสะท้อนให้กับผู้บริหารได้นำไปประมวลต่อไปครับ

ผมเห็นด้วยกับความเห็นที่ว่าการตัดสินทำอะไรต้องมีฐานอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ความรู้สึก ซึ่งอย่างที่ผมและหลายคนก็ได้บอกว่าหากมีข้อมูล และเหตุผลความจำเป็นจริงว่าคณะฯจะอยู่ไม่ได้แล้ว ผมเชื่อว่าบุคลากรส่วนมากก็ย่อมยินดีที่จะเสียสละเพื่อให้องค์กรอยู่ได้ครับ (เพราะเท่าที่พูดคุยกันนี้ ก็เห็นมีหลายท่านยินดีที่จะเสียสละให้แล้วครับ) แต่ผมเองก็ไม่เคยได้รับข้อมูลใด ๆ อย่างเป็นหลักฐาน ทั้งเรื่องแนวคิดการตัด/ลดเงินสมนาคุณสาขาขาดแคลน (4000 บาท) นี้และเหตุผลของผู้บริหารที่สนับสนุนแนวคิดนี้ (ได้ยินมา) และที่มีข้อมูลว่าคณะฯ มีการเงินที่ติดลบสะสมมา 20 ล้านบาท ผมก็ไม่ทราบรายละเอียด (เพราะไม่มีข้อมูล) แต่การติดลบส่วนนี้เนื่องมาจากการขาดทุนสะสม หรือว่ารวมถึงหนี้ผูกพันที่ได้กู้มาเพื่อต่อเติมอาคารใหม่หรือไม่ ซึ่งหากเป็นหนี้ที่เราได้วางแผนในการกู้ และก็มีกำหนดภาระการจ่ายปีละเท่าไร ซึ่งก็เป็นรายจ่ายที่ต้องกันไว้อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะต้องจ่ายให้หมดทั้งก้อนครับ แต่ตรงนี้ผมก็ไม่ทราบเพราะไม่มีข้อมูล ผู้บริหารคณะฯ อาจจะนำมาชี้แจงให้ประชาคมทราบ และนอกจากนี้การเงินบัญชีต่าง ๆ เช่น กองทุนเงินรายได้บริการวิชาการ กองทุนวิจัย เป็นต้น ก็คงต้องนำมาชี้แจงรายละเอียดประกอบการตัดสินใจให้ประชาคมทราบครับ

แต่ผมก็ไม่คิดว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการเลือกระหว่าง "ประชานิยม" หรือ "ความถูกต้องที่ควรจะเป็น" เพราะคณะฯ ของเราก็ไม่ได้ใช้ระบอบประชาธิปไตย(การเลือกตั้ง) ในการสรรหาผู้บริหารอยู่แล้วครับ แต่เห็นด้วยครับว่าการบริหารของผู้บริหารก็ควรจะต้องมีความชอบธรรม ถูกต้องและเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ครับ และที่ผมเปิดประเด็นนี้ขึ้นเพราะเกรงว่าการตัดสินใจดำเนินการใด ๆ จะถูกตัดสินใจโดยคณะกรรมการคณะฯ (แทนประชาคมที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวข้อง) โดยที่อาจจะยังไม่ได้รับฟังความเห็นรอบด้าน และพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดครบถ้วนจริง

ซึ่งหากมองถึงเจตนารมณ์ของเงินสมนาคุณสาขาขาดแคลน ว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร จะพบว่าเกี่ยวข้องไม่เฉพาะบุคลากรสายอาจารย์เท่านั้น แต่เรายังมีการจ่ายเงินสมนาคุณสาขาขาดแคลนให้กับบุคลากรสายอื่นด้วย เช่น วิศวกร/นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งแม้จะจ่ายให้ในอัตราที่ไม่เท่ากัน แต่ก็มีวัตถุประสงค์เดียวกัน (ที่สำคัญคือมีการเพิ่มขึ้นเมื่อมีอายุงานถึงระดับหนึ่ง) หากจะตัดเงินของอาจารย์แล้ว บุคลากรเหล่านี้จะต้องถูกดำเนินการเช่นเดียวกันหรือไม่ ก็ควรต้องมีการชี้แจงและรับฟังความเห็นด้วย

สำหรับความเห็นที่ว่า "การแสวงหาเงินจากงานที่ง่าย ๆ เพียงอย่างเดียว เช่นงานสอน เพราะเกิดการพัฒนาน้อย ควรทำงานวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพตัวเอง และมีค่าตอบแทนด้วย" เป็นข้อความที่ผู้เป็นครูอาจารย์อ่านแล้วคงจะรู้สึกน้อยใจ เพราะเป็นการดูแคลนผู้ที่มีวิชาชีพครูอาจารย์ และคิดว่าวิชาชีพนักวิจัยดีเลิศกว่า ซึ่งแนวคิดนี้มีมากในมหาวิทยาลัยของเราซึ่งบูชาคำว่า "มหาวิทยาลัยวิจัย"

งานสอนของอาจารย์ที่ดีไม่ใช่งานง่าย ๆ และไม่มีคุณค่า ต้องมีการเตรียมการสอน การวัดประเมินผล การติดตามดูแล พัฒนาผู้เรียน เงินก็ไม่ได้มาง่าย ๆ โดยเฉพาะการสอนระดับปริญญาตรี ซึ่งกว่าจะได้เงินค่าสอนก็ต้องเกิน 10 หน่วยชั่วโมง (ผู้บริหารน้อยกว่านี้) ส่วนการสอนระดับปริญญาโท-เอก อาจจะง่ายกว่า และทำเงินได้มากกว่า และมีผลงานโดยตรงต่องานวิจัยของอาจารย์ด้วย แต่อย่าลืมนะครับว่างานสอนระดับปริญญาตรีเป็นการทำรายได้หลักให้กับองค์กรเรา การส่งเสริมการทำวิจัยนั้นทุกคนก็เห็นว่าเป็นประโยชน์และสำคัญ แต่อย่าลืมว่าก็เป็นการทุ่มเทรายจ่ายลงไปเพื่อให้ได้ KPI มา ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้ทุน นศ.ป.โท-เอก เรียน-ทำวิจัย สนับสนุนค่าสอน-ควบคุมวิทยานิพนธ์ของอาจารย์ เงินสนับสนุนทีมวิจัย ค่าตอบแทนตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ ฯลฯ ซึ่งทุกอย่างตัดมาจาก 10% ของเงินรายได้(ที่ส่วนใหญ่มาจากการสอน)ไปเป็นกองทุนวิจัย และการพัฒนาบัณฑิตระดับปริญญาตรีที่ดี ๆ เพื่อรองรับงานวิจัยของเรา ก็มาจากการสอนเช่นกัน คณะฯ เราทุ่มเทเงินไปตรงนี้เท่าไรเพื่อแลกกับ KPI (ด้านวิจัย) เราอาจลองไปดูเทียบเคียง คณะวิทยาศาสตร์สิครับ เขาใช้เงินตรงนี้เท่าไรอย่างไร และผลงานที่ได้เป็นอย่างไร

การบูชา KPI (โดยเฉพาะเน้นทางวิจัยด้านเดียว) อาจเป็นแนวคิดที่ผู้บริหารถูกกำกับลงมาตามลำดับชั้น ซึ่งหากกำหนดทิศทางทำให้ปัจจุบันมุ่งไปทางเดียวจนมองข้ามความสำคัญด้านอื่นๆ ไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ผู้บริหารต้องนำงบประมาณหรือสิ่งต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกับตรงนี้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทนสาขาขาดแคลน ฯลฯ ทุกอย่างต้องนำมารวมที่ตรงกลาง หากต้องการอะไร คุณก็ต้องไปทำวิจัยสร้างผลงาน KPI มาแล้วก็จะได้รางวัลไป ซึ่งผมเห็นว่าไม่ยั่งยืน ที่จริงแล้วกลไกในการผลักดัน KPI ของผู้บริหาร ก็มีอยู่แล้วในการให้แรงจูงใจในรางวัลตอบแทน และการปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำทุกรอบ ไม่สมควรที่จะตัดลดเงินรายได้พื้นฐานหลักของบุคลากร (เงินเดือนพื้นฐาน/รายได้ประจำ) เพื่อนำมาใช้ผลักดัน KPI อีก

หากจะมองไปในอนาคตข้างหน้าที่ยั่งยืน ผมคิดว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ของเราควรมุ่งเน้น KPI ทุกด้านอย่างสมดุลทั้งระบบ โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรทุกส่วน (อาจารย์ /บุคลากรสายสนับสนุน/นักศึกษา) ให้มีคุณภาพ(เก่ง) ให้เป็นคนดี และมีความสุขในการใช้ชีวิตในสังคมครับ