นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 บรรยากาศการประเมินคุณภาพภายใน วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ประจำปีการศึกษา 2551

Ico48
ความเห็น [IP: 58.9.22.102]
25 September 2009 15:11
#48764

เรียนคุณมันดาลา

 

ขอขอบคุณที่ให้โอกาสข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วม และขอออกตัวว่า  คำตอบที่แสดงความเห็นนั้นเป็นเพียงความเห็นของสามัญชนคนหนึ่งที่มองเห็นความยิ่งใหญ่ของ ม.อ.ในอนาคตอันใกล้ ม.อ.เป็นมหาวิทยาชั้นนำอันดับ 1 ของประเทศไทยแล้ว และเป็นอันดับ 2 ของ Asian ในด้าน Education Publication Technology ซึ่งหมายความว่า เป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถถ่ายทอดความรู้สู่สังคมได้ทุกสถานที่ทั่วประเทซทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้เรื่องการบริหารที่ทันสมัยของโลก

* เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ(PMQA)เป็นเกณฑ์ TQA(Thai Quality Award)ที่สำนักงานเพิ่มผลผลิตแห่งชาติลอกมาจากเกณฑ์ BMNQA ที่ออกตามกฏหมาย Public Law 100-107, August 20,1987- "The Malcolm Baldrige National Quality Improvement Act,1987" ซึ่งเป็นกฏหมาย"ปฏิรูปการเมือง"และ"ปฏิรูปการบริหารธุรกิจ"ของสหรัฐโดยใช้วิธีการจูงใจให้รางวัล

TQA และ  PMQA  ลอกมาจาก Baldrige Criteria ทั้ง 7 ข้อ ดังนั้น PMQA และ Baldrige Criteria ย่อมไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างไร

 

* เมื่อทำตามมาตรฐาน Baldrige Critetia ก็สมบูรณ์แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำมาตรฐานการบริหารอื่นใดทั้งสิ้น การที่ ก.พ.ร.ให้ทำมาตรฐาน SAR อีกน่าจะเป็นเพราะความสับสน ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่า การทำ SAR เป็นการเสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ เพราะปราชญ์ QA ของโลกชื่อ Dr.Joseph Juran กล่าวว่า

"Baldrige Criteria เป็นเกณฑ์การบริหาร TQM: Total Quality Management (หรือ QA)ที่ดีที่สุด

 

ความเห็น: ความสมบูรณ์ของเกณฑ์มาตรฐาน QA ระดับสากลเมื่อใช้มาตรฐานบอลริจมาเปรียบเทียบแล้วมีปัจจัย 2 ประการ คือ

1). ความสมบูรณ์ของมาตรฐาน เช่น มาตรฐาน Baldrige, มาตรฐาน TQA, มาตรฐาน PMQA นั้นสมบูรณ์แล้ว มาตรฐานที่ไม่สมบูรณ์ได้แก่มาตรฐาน 7 ข้อของ สมศ. เห็นได้ชัดที่ขาดตัวผลักดันระบบบริหาร มาตรฐานสมส.ขาด Leadership สำหรับความไม่สมบูรณ์อื่นที่เห็นก็มีมาตรฐานการประเมินของมหาวิทยาลัยบางแห่งที่เรียกว่า วิธีการปฏิบัติที่ดี มีองค์ประกอบ 9 ข้อที่คิดกันเอาเอง ที่เป็นผลร้ายมากกว่าผลดี

1). ความสมบูรณ์ของระบบ ข้อนี้มีปัญหาแม้กระทั่ง TQA ของสำนักงานเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ระบบจะทำได้ดีต้องเปรียบเทียบกับระบบที่ดีที่สุดที่เรียกว่า Benchmarking Best Practices การมีเกณฑ์ที่ดีของ TQA และ PMQA จึงถูกต้องไม่เกินครึ่งเดียว

 

ข้อสังเกต: สำนักงานเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ(และ ก.พ.ร.)เร่งรัดนำมาตรฐาน Baldrige Criteria มาใช้โดยไม่ปูพื้นฐานสร้างระบบหรือสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้เกิดความสับสนในทางปฏิบัติ เช่น ให้ทำ PMQA แล้วยังต้องทำ SAR อีกด้วย ความสับสนจะนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย เพราะเริ่มที่มาตรฐานบอลริจนั้นถูกต้องแล้ว

- น่าจะมีหนังสือวิธีปฏิบัติอย่างง่ายๆโดยให้ผู้ที่มีประสบการณ์ QA(มิใช่นักแปล)ได้มีส่วนร่วม หนังสือเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ TQA นั้นยากมากในเชิงปฏิบัติ เพราะใช้วิธีการแปลโดยผู้แปลอาจขาดพื้นฐานการบริหาร TQM นอกจากนี้ควรเล่าประวัติความเป็นมาของ QA เริ่มตั้งแต่การวิจัย 85/15 ของ ดร.เดมมิ่ง(ดู Deming,"Out of the Crisis") ที่เติบโตที่ญี่ปุ่นและสหรัฐ

- น่าทำคู่มือและ/หรือระเบียบปฏิบัติให้เกณฑ์แต่ละข้อเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานและให้ตัวประเมินคุณภาพด้วย คะแนนที่ให้ในการประเมินขอแนะนำให้ใช้ Likert Scale.

ทำไมปฏิรูปการบริหาร(ปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูปการเมือง)ช่างยากเย็น: น่าจะเป็นเพราะว้ฒนธรรมที่บรรดานักบริหารชาวไทยเคยชินและเชื่อมั่นในการบริหารคน(HR. Management) แต่การบริหารสมัยใหม่ TQM หรือ QA ใช้การบริหารระบบ(Management System)ทำให้ไม่สามารถรับได้

 

คนและเทคโนโลยีสำคัญมาก แต่ระบบสำคัญกว่า คนและเทคโนโลยีจะบกพร่องถ้า"ระบบ"นำทางให้บกพร่อง(D.Keith Denton)

 

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ม.อ.จะมีระบบที่เป็นผู้นำในการสร้างความสำเร็จให้การปฏิรูปการบริหารทุกประเภทของชาติ ทั้งการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปแผนเศรษฐกิจและสังคมและการปฏิรูปการเมือง บุคคลสำคัญยิ่งเรื่องนี้ที่ข้าพเข้ามองเห็น ได้แก่ท่านที่ใช้นามแฝง ล.ลิงฯ ข้างต้นนั่นเอง ข้าพเจ้ายินดีมีส่วนร่วม