นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 ล้างปั๊มส่งน้ำมันไบโอดีเซล

Ico48
N0.3 (แก้ไข) [IP: 203.146.104.42]
28 สิงหาคม 2552 13:24
#47741
A. การผลิตไบโอดีเซลช่วงแรกใช้น้ำมันพืช (น้ำมันมะพร้าว) 3 ส่วน ผสม น้ำมันก๊าด 1 ส่วนได้เป็นไบโอดีเซล ส่วนใหญ่นำไปใช้กับเครื่องยนต์เล็ก ผลการใช้ ก็ใช้ได้ กลิ่นไอเสียหอมดี แต่ใช้ไปสักระยะ มีปัญหาจากยางเหนียวไปติดชิ้นส่วนเครื่องยนต์ รวมทั้งมีไขพอกในถังและอุดตันในระบบเชื้อเพลิง ผู้ทดลองใช้ในรถยนต์บางรายได้ทำท่ออุ่นให้ไขละลายไว้ด้วย: น้ำมันพืช เมื่อเย็นจะเป็นไข ต้องอุ่นให้ร้อนจึงละลายเป็นน้ำมัน ขณะที่ละลายพวกไขและยางเหนียวบางส่วนจะอุดตันที่กรองเชื้อเพลิงบางส่วนจะผ่านไปสะสมอุดตันที่ปั้ม/หัวฉีดจนเครื่องยนต์ทำงานต่อไปไม่ได้: เครื่องยนต์รุ่นเก่าจะเริ่มมีปัญหาจากการอุดตันที่กรอง,: ถ้าเป็นเครื่องยนต์แบบคอมมอนเรล อาจจะเริ่มมีปัญหาที่กรอง/ระบบปั้มสร้างแรงดัน  B. ขั้นตอนการผลิตไบโอดีเซลที่พัฒนามากขึ้น มีดังนี้1.Pre-treatment = สกัดยางเหนียว สิ่งสกปรก และน้ำ ออกจากน้ำมันปาล์มดิบ : โดยเติมกรดซัลฟูริก, กรดฟอสฟอริก และเมทานอล 2.Reaction Step = กระบวนการทำปฏิกิริยา Transesterification : โดยเติมเมทานอลหรือเอทานอล พร้อมทั้งสารเร่งปฏิกิริยา เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ ภายใต้อุณหภูมิสูง จะได้ เมทิลเอสเตอร์ หรือ เอทิลเอสเตอร์ (Bio-Diesel) และ กลีเซอรีนประมาณร้อยละ 10 ซึ่งจะถูกแยกออกจากไบโอดีเซล หลังจากที่ปล่อยให้เกิดการแยกชั้น ประมาณ 3-4 ชั่วโมง3.Washing = นำไบโอดีเซลไปล้างน้ำเพื่อกำจัดกลีเซอรีน และสารปนเปื้อนอื่นๆ ที่ละลายน้ำได้ 4.Methanol Recovery = กระบวนการกลั่น เพื่อดึงเมทานอลที่เหลือจากปฏิกิริยากลับมาใช้ใหม่ 5.Drying = กำจัดน้ำออกจากไบโอดีเซล จะได้ไบโอดีเซลออกมากลีเซอรีนที่ได้ จะผ่านกระบวนการให้บริสุทธิ์มากขึ้น เพื่อใช้สำหรับงานเภสัชกรรม· Glycerin Evaporation Unit = ทำกลีเซอลีนให้บริสุทธิ์ที่ 80% (Technical Grade) · Glycerin Distillation Unit = กระบวนการทำกลีเซอลีนบริสุทธิ์ที่ 99.7% (Pharmaceutical Grade)พิจารณาขั้นตอนการผลิตไบโอดีเซลจะมีความเสี่ยงในการใช้ที่มีปัญหากันจากสาเหตุหลักดังนี้- ไข/ยางเหนียว ถ้ากำจัดไขออกไปไม่หมด จะอุดตันในระบบเชื้อเพลิงได้- เอทานอล ถ้าเจือปนจะทำให้การเผาไหม้ต่างไปจากปกติ (เข้าใจว่าเป็นตัวที่ทำให้ CAT พัง) และเอทานอลอาจจะกัดกร่อนทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอ/เกิดสนิมและไปอุดตันในระบบเชื้อเพลิง ประเด็นอื่นที่อาจมีผลกับเครื่องยนต์ (ตามปริมาณที่เจือปนในเชื้อเพลิงมากแค่ไหน)-  กรดซัลฟูริก (ที่ใช้กำจัดยางเหนียว) ถ้าเจือปนจะกัดกร่อนชิ้นส่วนต่างๆได้มาก - โซดาไฟ (สารที่ใช้เร่งกิริยา) ถ้าเจือปนไปด้วยจะกัดกร่อนชิ้นส่วนต่างๆได้เหมือนกับกรด-  น้ำ ถ้าเจือปนไปด้วยจะทำให้การเผาไหม้ผิดปกติ, ทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเกิดสนิมและไปอุดตันในกรองเชื้อเพลิง ถ้าน้ำผ่านกรองเชื้อเพลิงไปได้ (ดักไม่หมด) จะทำให้ชิ้นส่วนปั้มเชื้อเพลิง/หัวฉีดสึกหรอเกิดสนิม แล้วไปอุดตันหัวฉีดข้อเสนอแนะถ้าการผลิตไบโอดีเซลใช้วิธีการกลั่นแบบเดียวกับการผลิตจากปิโตรเลียม น่าจะดีกว่า มั่นใจได้ 100 % ซึ่งควรจะได้น้ำมันเชื้อเพลิงล้วนๆ สารที่เป็นไข/ยางเหนียวคงจะแยกไปเป็นแบบเดียวกับยางมะตอย (โดยไม่ต้องนำกรดผสมและไม่ต้องล้างน้ำ)