นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 7 วิธีลดอาการปวดหลัง ให้หนุ่มและสาวออฟฟิศ

Ico48
คุณต้อย [IP: 192.168.100.112]
23 June 2009 08:55
#45641

"เมื่อไรจะหายปวดหลัง" มักเป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก

ไม่เพียงเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น ปัจจุบันอาการปวดหลังมักพบในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่นั่งทำงานออฟฟิศ และการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

 

ความจริงแล้วอาการปวดหลังของเรานั้น มีสาเหตุที่สำคัญๆเพียงไม่กี่ข้อ

เรามาดูกันดีกว่าว่า คุณเข้าข่ายข้อไหนบ้าง

 

1. คุณเป็นโรคที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับข้ออักเสบหรือไม่

2. คุณเคยประสบอุบัติเหตุที่คอหรือที่หลังมาก่อนหรือไม่ (เช่นรถชน กีฬา หรือได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง และไม่ว่านานแค่ไหน 20-30 ปีก่อน ก็นับรวมด้วย)

3. คุณเป็นคนเดินหลังค่อม ไหล่ห่อหรือไม่

4. คุณนั่งทำงาน หรือยืนเดิน ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือไม่ (มากกว่า 1 ชม.)

5. คุณขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย หรือว่าเครียดบ่อยๆ หรือไม่ (พิจารณาตามความเหมาะสม)

 

ถ้าปรากฏว่า คำตอบส่วนใหญ่ของคุณอยู่ที่ข้อ 3-5

ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วย เพราะเป็นโรคที่คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวคุณเอง

คุณ เป็นโรคปวดหลังที่เกิดจากการใช้งาน (ฟังดูเหมือนไม่ร้ายแรงเท่าไร แต่ขอตอบตามตรงว่า หายยาก แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าคุณปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมดังนี้)

 

1.Posture ปรับ ท่าทางของคุณให้อยู่ในแนวสมดุลธรรมชาติที่สุด คือ อกผาย ไหล่ผึ่ง เดินให้ตัวตรง แอ่นอกเล็กน้อย แต่ไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลัง พยายามปล่อยตัวให้สบายๆ การเดินท่านี้กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายของคุณจะอยู่ในความยาวที่เหมาะสมที่ สุด (แปลว่ามันไม่ต้องทำงานมากเกินไป) ข้อต่อไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป และเส้นประสาททั้งร่างกายของคุณจะถูกดึงรั้งน้อยที่สุด

 

2.Behavior คือพยามยามปรับพฤติกรรมการทำงานของคุณโดย เปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1 ชม. ไม่เกิน 2 ชม. อย่างเช่น ถ้าเรานั่งทำงานอยู่ ให้เราไปเข้าห้องน้ำ เดินไปคุยกับเพื่อนบ้าง (การขยับขา ยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถนะคะ) เพราะการที่เรานั่ง ดูเหมือนกล้ามเนื้อไม่ได้ทำงานใช่มั้ยคะ คำตอบคือใช่ค่ะ แต่เฉพาะกล้ามเนื้อขาเท่านั้น แต่กล้ามเนื้อคอและหลัง ยังต้องทำงานตลอดเวลา เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงท่า (คือมันจะทำงานตลอดเวลา ยกเว้นคุณนอน) กล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดการอักเสบแบบเรื้องรังได้ค่ะ

 

3.Exercise ออก กำลังกายเพื่อเพิ่มความยืนหยุ่นให้กับร่างกาย เน้นว่าเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นนะคะ เช่น การยืดกล้ามเนื้อ การเล่นโยคะ (ไม่ใช่ไปเล่นเวท การเล่นเวทถือเป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงค่ะ หรือการว่ายน้ำ วิ่ง เต้นแอโรบิค ถือเป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ ค่ะ) นอกจากนี้ยังควรพักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามรักษาทัศนคติของเราไว้ในแดนบวก เพื่อให้ไม่เครียดด้วยนะคะ (ว่ากันว่าเวลาที่เราเครียดเราจะยกบ่า 2 ข้างโดยไม่รู้ตัวค่ะ)

 

4.การรักษาด้วยตนเอง

   - ใช้การประคบ ร้อน-เย็น บริเวณที่มีอาการปวด ร้อน เหมาะกับการอักเสบแบบเรื้อรัง (เป็นมากกว่า 1-2 สัปดาห์) แต่เย็นเหมาะกับอักเสบแบบเฉียบพลัน อาการปวด บวม แดง ร้อน อย่างเช่น ข้อเท้าแพลง เป็นต้น