นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Ico24 แปลงสาธิต "คนปลูกผัก"

Ico48
งูถกหวัก [IP: 49.49.71.241]
09 กันยายน 2559 10:04
#105536

 

กรณีวิพากษ์ : แปลงสาธิตในงานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2559

 

     จากการได้เยี่ยมชมแปลงสาธิตในส่วนของเกษตรกรแห่ง “ตลาดเกษตร ม.อ.”

ได้ประจักษ์ชัดถึงผลแห่งความทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ แรงสมอง ของสิบกว่าชีวิต

ที่ใช้วิธี Learning By Doing โดยมิได้มีองค์ความรู้ทางวิชาการด้านการเกษตรในเชิงลึก

ซึ่งถือได้ว่าทำผลงานทั้งในแง่ผลผลิตและความสวยงามออกมาได้ดีในระดับปราชญ์ชาวบ้าน

หากคิดเป็นคะแนนวัดผล ก็ควรได้สูงกว่าแปลงสาธิตหลังโรงอาหารที่สาละวันเตี้ยลง

จนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นผลงานจากการระดมสมองของด็อกเตอร์นับสิบ

 

     อีกมุมหนึ่งที่เป็นแปลงเมล่อนรมควัน ต้องถือว่าทำได้ดีมาก เข้าขั้นมืออาชีพก็ว่าได้

สมบูรณ์ทั้งการออกแบบ การวางระบบ การจัดการ ความสวยงาม และผลผลิต

(และเมื่อสืบเสาะข้อมูลเพิ่มเติม ก็ได้ทราบว่า ผู้รับผิดชอบโครงการเมล่อนรมควัน

เป็นข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถในสายงานและทักษะวิชาชีพสูงมาก

แต่ไม่เคยได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เพราะไม่เคยได้รับอำนาจและงบประมาณมากพอ)

 

     แปลงสาธิตทั้งสามส่วนที่กล่าวถึงข้างต้น ถ้าทำเพียงเพื่อ Show Off เพียงครั้งเดียว

แล้วรื้อทิ้งเหมือนทุกครั้งที่ผ่าน ๆ มา ก็นับว่าน่าเสียดายและเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดอย่างแรง

สมควรอย่างยิ่งที่จะทำเป็นแปลงต้นแบบอย่างต่อเนื่อง ให้เกษตรกรเข้าศึกษาดูงาน

ฝึกนักศึกษา และจำหน่ายผลผลิต   ซึ่งกรณีเช่นนี้ ผู้บริหารที่เก่งต้องใช้ศักยภาพที่มีอยู่

ให้เกิดคุณูปการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

     ได้ทราบข่าวมาว่า ผู้บริหารคณะทรัพย์ฯ เคยมีโครงการพัฒนาพื้นที่ของคณะฯ

ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่ผ่านไปสองสามปีก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเป็นรูปธรรม

อย่างดีก็มีแค่เรียกประชุมแล้วพูดลอย ๆ ให้ทุกคนเสียสละเวลา ช่วยกันคนละไม้ละมือ

แต่ไม่มีการผลักดัน มอบหมายอำนาจ และจัดสรรงบประมาณ "อย่างจริงจัง"

อีกทั้งบุคคลที่ถูกวางตัวให้เป็นผู้นำโครงการ ก็ออกอาการแบ่งรับแบ่งสู้และกั๊กงาน

เนื่องจากเป็นคนที่เก่งเฉพาะด้านการตลาดและการจัดการเท่านั้น

ไม่ได้มีองค์ความรู้และทักษะเชิงลึกด้านวิชาการเกษตรมากพอ

กอปรกับการเสพติดความสำเร็จส่วนปัจเจกในระดับที่ค่อนข้างรุนแรง

จนไม่สามารถแบ่งปันภารกิจและขยายขนาดของใจให้กว้างไปกว่าที่เห็นและเป็นอยู่

 

     การพัฒนาโครงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จำเป็นต้องใช้ทักษะความรู้ความสามารถ

ในระดับสูงหลายอย่างประกอบกัน ผู้บริหารต้องมอบหมายอำนาจหน้าที่และงบประมาณให้เหมาะสม

หากมัวเกรงใจสายสัมพันธ์และความสำเร็จเก่า ๆ อาจส่งผลเสียต่องานใหม่ ๆ

ที่จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมในแต่ละด้านจริง ๆ เท่านั้น

 

     ก็คงต้องรอดูขนาดของใจ ขนาดของสมอง และขนาดของกึ๋นของผู้บริหารกันต่อไป

 

 

ปล. ในบางกรณี บทวิพากษ์นี้อาจถูกส่งตรงไปยังปลายทางด้านล่างเป็นอย่างน้อย

Natural@group.psu.ac.th

nr-staff@psu.ac.th

chusak.l@psu.ac.th

taweesak.n@psu.ac.th

wullop.s@psu.ac.th

aran.n@psu.ac.th

sommai.c@psu.ac.th

saowapa.a@psu.ac.th

chutima.t@psu.ac.th

pramoth.k@psu.ac.th

surachart.p@psu.ac.th

ladawan.l@psu.ac.th

waraporn.su@psu.ac.th

mali.n@psu.ac.th

pranee.cha@psu.ac.th

wilailuk.s@psu.ac.th

sikarase.s@psu.ac.th

chanyar.p@psu.ac.th

etc.