นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1233
ความเห็น: 1

แนวทางแก้ไขปัญหาสารหนู (As) ในตัวอย่างน้ำดิบและน้ำดื่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

สารหนู

        สารหนูในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยทั่วๆ ไปจะมีปริมาณสารหนูน้อยมาก ปริมาณที่ตรวจพบส่วนมากไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร

เกณฑ์กำหนดมาตรฐานปริมาณสารหนูที่มีได้ในน้ำดื่ม มีดังนี้ 
                1. ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกต้องไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร
                2. ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและสำนักงานอาหารและยากำหนดปริมาณสารหนูไว้ดังนี้
                2.1 น้ำดื่มในภาชนะปิดสนิท ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร
                2.2 น้ำบาดาลที่ใช้บริโภค ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร
                2.3 น้ำทิ้งลงบ่อบาดาล ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร
                2.4 น้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร 
                ดังนั้นถ้าในน้ำบาดาลมีปริมาณสารหนูมากกว่า 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงเป็นน้ำที่ไม่ควรนำมาใช้ในการบริโภคและอุปโภค น้ำที่ตรวจพบว่ามีปริมาณสารหนูมากส่วนใหญ่มักเป็นน้ำที่มาจากแหล่งที่เคย ผ่านการทำเหมืองมาก่อน น้ำทิ้งจากเหมืองหรือจากโรงงานอุตสาหกรรม น้ำที่ผ่านการทำเกษตรกรรมที่มีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชไหลลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติหรือซึมลงไปใต้ดิน ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารหนูในน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินได้ ประเทศไทยพบมากในรูปอาเซโนไพไรต์ หรือที่เรียกว่า  เพชรหน้าแท่น  เป็นสารประกอบของธาตุเหล็ก  สารหนู และกำมะถัน  ซึ่งเป็นแร่ที่มักพบร่วมกับดีบุก  พลวง และวุลแฟรม  แร่นี้ผุพังสลายตัวเป็นสารที่ละลายน้ำได้ง่ายจึงละลายอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไป    

      สารหนูเป็นธาตุที่เป็นพิษต่อร่างกายหากปนเปื้อนอยู่ในน้ำที่ใช้บริโภคและ อุปโภค สารหนูเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทางคือ การบริโภค การหายใจและการสัมผัสทางผิวหนัง พิษเรื้อรังของสารหนูจะเกิดในรูปของการสะสมในร่างกายทีละน้อยทำให้มีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อไม่มีแรง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ทำให้เยื่อบุจมูกและคอบวม ผิวหนังมีรอยดำและเป็นมะเร็งผิวหนังในระยะต่อไป พิษเฉียบพลันจะเกิดกับระบบประสาท แต่ถ้าได้รับสารหนูเข้าไปในปริมาณ 70 ถึง 180 มิลลิกรัม จะทำให้ตายได้ 
 

วิธีการกำจัดสารหนูในน้ำ

      การกำจัดสารหนูในน้ำทำได้หลายวิธี โดยการทำให้ตกตะกอนกับสารส้มหรือปูนขาวหรือสารประกอบของเหล็ก เช่น เหล็กคลอไรด์ เหล็กซัลเฟต แล้วกรองตะกอนออกด้วยทราย แต่ถ้าเพิ่มสารที่เป็นตัวออกซิแดนซ์ (Oxidant) เช่น ด่างทับทิมหรือคลอรีน แล้วตกตะกอนด้วย สารประกอบคลอไรด์ของเหล็ก (FeCl3) จะเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดมากขึ้น การกำจัดสารหนูที่ได้ผลที่ดีที่สุดคือ ใช้คลอรีน 20 มิลลิกรัมต่อลิตรและเหล็กคลอไรด์แล้วปล่อยให้ตกตะกอนแล้วกรองตะกอนด้วยทราย ดังนั้นในน้ำบาดาลที่ตรวจพบว่ามีปริมาณสารหนูมากกว่าเกณฑ์กำหนด จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการกำจัดสารหนูออกเพื่อลดอันตรายจากพิษของสารหนูก่อนนำน้ำมาใช้ในการอุปโภค บริโภค

ขอขอบคุณ

http://www.gotoknow.org/posts/329400, http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet6/envi3/food/foodn.htm

Sections: พัฒนางานประจำ
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 04 December 2013 12:00 Modified: 04 December 2013 12:00 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Zenki, Ico24 pompom, and 6 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
ดำขำ (Recent Activities)
05 December 2013 06:26
#94711

ขอบคุณน้องแว่นที่หาข้อมูลมาให้

เรารู้มากขึ้นคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.191.31
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ