นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 516
ความเห็น: 0

ม.อ.คิดค้นโฟมยางพารามาผสมสารล่อแมลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายเป็นของขวัญแก่เกษตรกรไทย

เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทั่วไทยได้เฮ นักวิจัยจากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คิดประดิษฐ์ โฟมยางพารา จากน้ำยางพารา ใช้แทนสำลีที่ใช้ผสมสารฟีโรโมนในการล่อแมลง เพื่อการควบคุมแมลงวันผลไม้ แมลงศัตรูพืชที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทั่วประเทศ พบว่าโฟมยางพาราสามารถปลดปล่อยสารและดึงดูดแมลงวันผลไม้ได้ยาวนานถึง 90 วัน และใช้สารฟีโรโมนน้อยกว่าการใช้สำลีซึ่งเป็นวิธีเดิมได้ 5-6 เท่า โดยที่สารฟีโรมีนที่ใช้ล่อแมลงราคาแพง ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร

เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทั่วไทยได้เฮ นักวิจัยจากคณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คิดประดิษฐ์ โฟมยางพารา  จากน้ำยางพารา  ใช้แทนสำลีที่ใช้ผสมสารฟีโรโมนในการล่อแมลง เพื่อการควบคุมแมลงวันผลไม้ แมลงศัตรูพืชที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทั่วประเทศ พบว่าโฟมยางพาราสามารถปลดปล่อยสารและดึงดูดแมลงวันผลไม้ได้ยาวนานถึง 90 วัน และใช้สารฟีโรโมนน้อยกว่าการใช้สำลีซึ่งเป็นวิธีเดิมได้ 5-6 เท่า  โดยที่สารฟีโรมีนที่ใช้ล่อแมลงราคาแพง  ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร   ล่าสุดผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากงานวิจัยที่ประเทศเกาหลีใต้  ในงาน Seoul International Invention Fair 2017 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี  จากผลงานที่ร่วมประกวด 43 ประเทศทั่วโลก และอยู่ระหว่างยื่นจดอนุสิทธิบัตร

ทีมงานผู้คิดค้นโฟมยางพาราผสมสารล่อแมลง เพื่อการควบคุมแมลงวันผลไม้ ประกอบด้วย ผศ.ดร.นริศ ท้าวจันทร์ หัวหน้าภาควิชาการจัดการศัตรูพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ ผศ.ดร.เอกวิภู กาลกรณ์สุรปราณี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รศ.ดร.อรัญ งามผ่องใส อาจารย์ภาควิชาการจัดการศัตรูพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติ  นักวิจัยและนักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการศัตรูพืชประกอบด้วย นางสาวยาวารีย๊ะห์ สาเมาะ นางสาวรูเฟียะห์ มะลี และนางสาวคอฎีย๊ะ เถาวัลย์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

โดยปกติเกษตรกรสวนผลไม้ เช่น มะม่วง ฝรั่ง มะละกอ แก้วมังกร และละมุด จะใช้สำลีหยดสารละลายฟีโรโมนในรูปแบบน้ำ แล้วนำไปแขวนไว้ในกับดักรูปแบบต่าง ๆ ที่เกษตรกรมีบนต้นไม้ เพื่อดึงดูดให้แมลงเข้ามาติดในกับดัก แต่ข้อเสียของสำลี คือ มีช่องว่างภายในขนาดใหญ่ ทำให้สารระเหยอย่างรวดเร็ว เมื่อใช้ในช่วงที่มีอากาศร้อน สารในสำลีจะหมดประสิทธิภาพในการดึงดูดแมลงวันผลไม้ ทำให้เกษตรกรต้องเติมสารฟีโรโมนบ่อยครั้งขึ้น ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย

จากจุดนี้เองทีมผู้วิจัยได้พัฒนาโฟมยางพาราให้ทำหน้าที่กักเก็บและปลดปล่อยสารฟีโรโมนออกมาอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่าโฟมยางพาราสามารถปลดปล่อยสารและดึงดูดแมลงวันผลไม้ได้ยาวนานถึง 90 วัน และใช้สารฟีโรโมนน้อยกว่าวิธีการเดิม 5-6 เท่า เมื่อเทียบกับสำลีจะอยู่ได้ 10-15 วันจึงหมดประสิทธิภาพ หากอากาศเย็นจะอยู่ได้ 20 วันปัจจุบันเริ่มให้เกษตรกรนำไปทดลองใช้ และเก็บข้อมูลพร้อมรอผู้ประกอบการติดต่อนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด

ผศ.ดร.นริศ ท้าวจันทร์ หัวหน้าโครงการวิจัยเปิดเผยว่า ทีมงานได้พัฒนาโฟมยางพารามาเป็นใช้ทางการเกษตร โดยพบว่าโฟมยางพารามีคุณสมบัติในการช่วยกักเก็บและชะลอการปลดปล่อยสารได้ดี จึงเป็นที่มาของการนำมาใช้ร่วมกับสารฟีโรโมน(สารล่อแมลงเพื่อการควบคุมแมลงวันผลไม้ )ดึงดูดแมลงวันผลไม้ ซึ่งแมลงวันผลไม้ถือได้ว่าเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลทั่วประเทศ

"จุดประสงค์ของสิ่งประดิษฐ์นี้คือ ลดปริมาณการใช้สารฟีโรโมนที่มีราคาแพง เพื่อให้เกิดความประหยัดที่สุดและใช้ได้ยาวนานที่สุด โฟมยางพาราสามารถตอบโจทย์เพราะใช้สารน้อยกว่าเดิม 5- 6 เท่า จากปกติที่ใช้ 500 ไมโครลิตรถึง 1 มิลลิลิตร ปัจจุบันเริ่มให้เกษตรกรนำไปทดลองใช้ และเก็บข้อมูลพร้อมรอผู้ประกอบการติดต่อนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด 2-3 ราย”

“กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคือ เกษตรกรสวนผล ไม้ผิวบางอย่าง มะม่วง ฝรั่ง ชมพู แก้วมังกร มะละกอ ซึ่งมีปัญหาแมลงวันผลไม้รบกวน ทั้งเป็นปัญหาในไทยและเพื่อนบ้าน ในอนาคตอาจจะพัฒนาให้นำโฟมยางพารากลับมาใช้ซ้ำ”

“ในอนาคตจะพัฒนาผลผลิตภัณฑ์ไปใช้ควบคุมกับแมลงศัตรูพืชชนิดอื่น ๆ รวมทั้งแมลงศัตรูครัวเรือน เช่น แมลงวันบ้าน เป็นต้น”

ผลงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาโฟมยางพาราผสมสารล่อแมลงเพื่อการควบคุมแมลงวันผลไม้  ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากงานวิจัยในงานสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ Seoul International Invention Fair 2017 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560  จากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก 43 ประเทศทั่วโลก และเป็นนวัตกรรมมาแปรรูปยางดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้พัฒนาประเทศ  ซึ่งไทยมีกำลังการผลิตกว่า 4 ล้านตันต่อปี 

ขอขอบคุณภาพ โดย คุณศรีนรา แมเร๊าะ ประชาสัมพันธ์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 30 มกราคม 2561 17:13 แก้ไข: 31 มกราคม 2561 11:03 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.147.215
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ