นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 211
ความเห็น: 0

ศิลปศาสตร์ ม.อ.ประชุมวิชาการ ครบรอบ 20 ปี พูดคุย “เทรนอาเซียนกับวิถีไทย”

ศิลปศาสตร์ ม.อ.ประชุมวิชาการ ครบรอบ 20 ปี พูดคุย “เทรนอาเซียนกับวิถีไทย”

ผศ.ดร.กานดา จันทร์ แย้ม คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า คณะศิลปศาสตร์ จัดประชุมวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ระดับชาติ ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีเสนอผลงานกลุ่มภาษาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์  เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและนำความรู้มาพัฒนาต่อยอดงานวิจัย พร้อมมอบรางวัลแก่นักศึกษาผู้นำเสนอดีเด่น  การนำเสนอผลงานทางวิชาการในครั้งนี้มีนักศึกษาจาก 9 สถาบัน ทั่วทุกภูมิภาค โดยมีผลงานที่ผ่านการพิจารณาเข้าร่วมนำเสนอทั้งสิ้น 80 บทความและได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนบรรยาย  เปิดการสัมมนา โดย อาจารย์วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีวิทยาเขตหาดใหญ่

                ดร.เกษมสันต์ วีรกุล นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียน บรรยายเรื่อง “เทรนอาเซียนกับวิถีไทย”ว่า ขอให้รักเพื่อนบ้าน และสร้างอนาคต ไปด้วยกัน  โลกไม่ได้สนใจอาเซียน ที่มีประชากร 600 ล้านคน แต่โลกสนใจอาเซียน เพราะอาเซียนมีเพื่อนอีก 6 ประเทศที่ทำมาค้าขายกันบ่อย  6 ประเทศที่ว่า คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย หรือ อาเซียนบวกหก เพราะอาเซียนบวกหก มีข้อตกลงทางการค้า  มีประชากรรวมกัน 3,400 ล้านคน  ประชากรจีน 1,400 ล้านคน อินเดีย 1,300 ล้านคน   ขนาดเศรษฐกิจ อาเซียนทั้งหมด 14 ล้านล้านบาท  อาเซียน 90 ล้านล้านบาท  ถ้าเป็นอาเซียนบวกหก 750 ล้านล้านบาท 

สหภาพยุโรปการรวมตัวเหนียวแน่นมาก เขามีธนาคารกลางยุโรปดูแลการเงินร่วมกัน ใช้เงินยูโร มีข้าราชการร่วมกัน สองหมื่นคน ทุกคนทำตามข้อตกลงนั้น ขาดอย่างเดียวไม่ได้มีกองทัพร่วมกัน

การรวมตัวกันแบบประชาคมอาเซียนมี 2 ข้อ อาเซียนจะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องลงมติเป็นเอกฉันท์เสมอ การตกลงของอาเซียนใช้เวลานาน แต่ที่น่าตื่นเต้นมากไปกว่านั้นคือว่า อาเซียนไม่บังคับกัน  ตกลงแล้ว ไม่ทำก็ได้

         ประเทศไทย มีอัตราการเจริญเติบโต  ในอีก 5 ปี คาดว่า จะเติบโต 3.6%  เราต้องจับมืออาเซียนแน่นๆ แล้วเดินไปด้วยกัน

บรูไน  มีผู้นำเป็นประมุขศาสนาด้วย บรูไน มีรายได้ต่อหัวของประชากร  1.3 ล้านบาท ต่อคน ต่อปี  โดยที่ไทย มี 2 แสนบาทต่อคนต่อปี  รายได้มาจากการขายน้ำมันและก๊าซ    อีก 20 ปี น้ำมันจะหมด   บรูไนจึงจะปรับเป็นประเทศท่องเที่ยว   บรูไนมีสัตว์หลายชนิดที่อื่นไม่มี เช่น ลิงจมูกยาว  เชื่อว่าบรูไนจะไปรอด เพราะเป็นประเทศเล็ก ประชากรเพียง 4 แสนคน ที่ผ่านมาเศรษฐกิจแย่ เพราะน้ำมันราคาลดลง

อินโดนีเซีย มีพื้นที่ 5 ล้านกว่าตารางกิโลเมตร  มีประชากร 250 ล้านคน เป็นประเทศหมู่เกาะ จำนวนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันเกาะ เป็นคนมุสลิมที่ใจดี มี พุทธศาสถานที่ใหญ่สุดในโลก  ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เคร่งศาสนาเท่ามาเลเซีย ปกครองโดยทหารมาโดยตลอด  ล่าสุด นายโจโควี เป็นผู้นำที่พัฒนามาก  หลังจากได้โจโค วิโดโด้หรือโจโควี่มาเป็นประธานาธิบดีนั้นต้องบอกว่าอินโดนีเซียดีขึ้นผิดหูผิดตาในแทบจะ ทุกด้าน อะไรที่มันอยู่นอกรีตนอกรอยวันนี้โจโควี่จัดระบบใหม่หมดเรียบร้อย

มาเลเซียถือว่ามียุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศที่ประสบความสำเร็จประเทศหนึ่ง  นับตั้งแต่ปี 2534 นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้ประกาศวิสัยทัศน์ 2020 หรือแนวทางการพัฒนาประเทศที่มาเลเซียต้องการจะเปลี่ยน เป้าหมายใหญ่สุดของวิสัยทัศน์ 2020 นี้ คือการยกระดับมาเลเซียจากประเทศกำลังพัฒนาให้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว หมายความว่าถ้าถึงปี 2563 คนมาเลเซียจะต้องมีรายได้เฉลี่ยคนละ 480,000 ต่อปี นายกมหาเธร์ ได้เริ่มปฏิรูปประเทศ ธุรกิจขนาดใหญ่ โครงการขนาดใหญ่ ในยุคนั้น รวมถึงตึกแฝดปิโตรนาสของมาเลเซีย

สิงคโปร์ เป็นเกาะเล็กๆ มีพื้นที่ราว 700 ตารางกิโลเมตรใหญ่กว่าภูเก็ตนิดเดียว แต่ขนาดเศรษฐกิจของสิงคโปร์ วันนี้กลับมีมูลค่าสูงถึง 10.5 ล้านล้านบาทใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก ส่วนรายได้เฉลี่ยคิดเป็นตัวเงินของประชากร ทั้งหมดที่มีอยู่ราว 5 ล้าน 8 แสนคนนั้นอยู่ที่ 1,877,000 บาทสูงที่สุดใน AEC

ก้าวต่อไปของสิงคโปร์คือ การจะเป็นประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรีมากที่สุดในโลกเพื่อรักษาความเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภูมิภาคเอาไว้ต่อไป แต่ที่น่าสนใจก็คือหลังจากระหองระแหงกับมาเลเซียมายาวนาน วันนี้ สองประเทศตกลงกันได้แล้วเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสองประเทศ โดยเส้นทางจะผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษ อิสกันดาร์ในมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศหวังจะใช้เขตเศรษฐกิจอันนี้เป็นฐานการผลิตระดับโลกร่วมกัน

ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่น่าจะเอามาเป็นบทเรียน  ถ้าผู้บริหารประเทศ คอร์รัปชั่นและปล่อยให้ปัญหาคอร์รัปชั่นเรื้อรัง  การเมืองในฟิลิปปินส์ นั้นเป็นการเมืองแบบผูกขาดในแวดวงเครือข่ายตระกูลนักการเมืองไม่กี่ตระกูล ในแต่ละเมืองของฟิลิปปินส์นั้น จะมีตระกูลนักการเมืองสองสามตระกูลแข่งขันกันหน้าเดิมๆ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะนอกจากการเมืองจะตกอยู่ภายใต้คนไม่กี่ตระกูลแล้ว ฟิลิปปินส์ยัง “ปล่อยให้คนโกงลอยนวล” การโกงแล้ว โดนจับได้และการนิรโทษกรรมเป็นเรื่องปรกติในการเมืองฟิลิปปินส์   ดีที่ประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ เบนิกโน อะกีโน่ที่สาม ซึ่งชนะการเลือกตั้ง ประกาศจะปราบคอร์รัปชั่นเอาจริงเอาจัง

เวียดนาม ประชากรเคารพกฎหมาย  ขยัน อดทน วิ่งสู้ฟัด เวียดนามกำลังจะแซงประเทศไทย ในอีก 2-3 ปี จะแซงไทยในทุกมิติ  อัตราการเจริญเติบโต 6-7 % อย่างต่อเนื่อง

พม่า ใช้เวลาอยู่กับวัด เท่ากับคนไทยใช้เวลาอยู่ในห้างสรรพสินค้า  เวลาไหว้พระจะไม่อธิษฐานขออะไร  การทำวัตถุมงคล มีไว้ขายคนไทย

กัมพูชา อย่าเรียกว่าเขมร  คนเขมรชอบเข้าวัด คนกัมพูชา รักคนไทย แบบไม่มีเงื่อนไข

ลาว ไม่ชอบคำว่า บ้านพี่เมืองน้อง เพราะลาวถือว่ามีความเสมอภาคกัน

“ขอให้รักเพื่อนบ้าน เปิดใจให้กว้างเลิกหลงชาติตัวเอง  ประเทศเหล่านี้รักเรา  ลองเดินทางไปประเทศเหล่านี้ มีความปลอดภัย เราเรียนภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไม่พอ ต้องเพิ่มภาษาอีก ภาษา ต้องเปิดใจกับเพื่อนบ้าน สร้างอนาคตร่วมกัน” 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 12 เมษายน 2560 15:00 แก้ไข: 12 เมษายน 2560 15:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.166.150.10
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ