นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

วราภรณ์ สุภเกษมวงศ์
Ico64
วราภรณ์ สุภเกษมวงศ์
นักวิชาการพัสดุชำนาญการ
หน่วยพัสดุ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
Ico24 Ico32_129327 ny1
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 5

อ่าน: 954
ความเห็น: 0

ร้อยเรียงเรื่องราว รองศาสตราจารย์ ดร. สุรไกร เพิ่มคำ (1)

- ในการเรียนทุกอย่างเมื่อพอใจชอบใจชอบทุกอย่างก็มีชัย - ที่ไหนที่ต้องการเราก็จะไปที่นั่น ทุกๆ ที่ก็เหมือนบ้านเกิด - การสื่อสารภาษาท้องถิ่นได้ มีความเป็นกันเองในการทำงาน - เกิดมาไม่ได้ทำงานเพื่อใคร เราเป็นข้าราชการ เป็นข้าของแผ่นดิน จึงทำงานเพื่อแผ่นดิน

 

 

 


ตอน ความประทับใจเมื่อแรกเจอกัน


ผู้สัมภาษณ์ (คุณสุระพงศ์) ได้บอกความประทับใจเมื่อแรกเจอกับอาจารย์ อาจารย์ได้ขอร้องพวกเราไม่ให้ พูดภาษากลางกับอาจารย์ ให้พูดภาษาใต้ พวกเราภูมิใจมากที่อาจารย์พูดภาษาใต้ ตั้งแต่วันแรกเจอจนถึงวันนี้ ขอบอกว่าอาจารย์พูดได้ชัดมากๆ

อาจารย์บอกเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง เมื่อเราสามารถพูดภาษาท้องถิ่นของเขาได้ การสื่อสารสั่งงานกับคนงานก็เป็นเรื่องง่าย เข้าใจกันได้ดีโดยไม่มีช่องว่าง มีความเป็นกันเองในการทำงาน

ดูจากประวัติของอาจารย์แล้ว ระดับปริญญาตรี อาจารย์จบสาขาชีววิทยา แล้วมาต่อระดับปริญญาโท สาขากีฏวิทยา จบปริญญาเอกด้วย สาขา ENTOMOLOGY ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแมลงทั้งนั้น อยากจะให้อาจารย์เล่าว่ามีอะไรที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่แมลงตัวเล็กๆ เหล่านี้มีเยอะแยะมากมาย จำก็ยาก จนถึงกับมีการแต่งเพลงแมลงขึ้นมาให้ร้อง เพื่อใช้จำในตอนสอบ ขอนำเนื้อร้องส่วนหนึ่งมาประกอบการสัมภาษณ์

        “ไดทิสสิด ไดทิสสิด คือด้วงดิ่ง แลมไพริด แลมไพริด คือหิ่งห้อย ซิคาดิด ซิคาดิด ซิคาดิด คือจักจั่น จิงโจ้น้ำ จิงโจ้น้ำ จิงโจ้น้ำ คือเจอริด ฟอมิสิด ฟอมิสิด ฟอมิสิดคือมด คูลิสิด คูลิสิด คูลิสิด คือยุง โนโตเนคทิด ๆ ๆ คือมวนวน สะคาราบิอิด สะคาราบิอิด สะคาราบิอิด คือด้วงกว่าง ไอ้เจ้า SCARAB มันมีเขา ก็ที่พวกเราเรียกว่าด้วงกว่าง ทั้งสู้ทั้งทน พุ่งเข้าชนทุกทาง สู้แล้วต้องพัง พังให้เป็นแถบ 

            มาจากความคุ้นเคยและคุ้นชินกับแมลงมาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กบ้านนอก จับตั๊กแตนตัวโตๆ มาเล่น และอาจจะเป็นด้วยลิขิตฟ้าก็ได้เพราะเดิมสนใจศาสตร์ทางภาษา แต่เมื่อเลือกเรียนทางด้านแมลงแล้วก็ไม่ผิดหวัง ผลการเรียนออกมาได้ A  “ พอชอบใจชอบทุกอย่างก็มีชัย “ ในการเรียนนั้นไม่ได้มีแต่แมลงอย่างเดียว ยังมีแขนงวิชาอีกมากมาย เช่นโรควิทยาแมลง อนุกรมวิธานแมลง  แมลงเกี่ยวข้องกับการแพทย์ ก็เลยชอบที่จะอยู่และทำงานกับแมลง     

พื้นเพอาจารย์เป็นคนอีสานทำไมถึงมีแรงบันดาลใจมาทำงานทางภาคใต้ 

          พอจบก็ไม่ได้คิดจะไปอยู่ที่ไหน ขึ้นอยู่กับว่ามีงานอะไรมารองรับเรา ที่แสวงหาจริงๆ ตอนจบปริญญาโท กีฏวิทยา คาดหวังไว้ว่าได้ทำงานบริษัทยอดนิยม ธุรกิจเกษตร กับเป็นนักวิชาการ
จบโทมาก็ต้องเป็นนักวิชาการ

           ที่ไหนมีประกาศรับตำแหน่งที่ตรงกับที่เรียนมา ก็ส่งใบสมัครขณะกำลังเรียนปริญญาโทใกล้จะจบ ที่ ม. เกษตรศาสตร์ บางเขน อาจารย์ที่เป็น Co-adviser ทาบทามให้ไปอยู่ที่ไร่สุวรรณฯ เพื่อไปเป็นนักวิจัยที่นั่น อยู่สัก 2 ปี แล้วค่อยย้ายมาอยู่ ม.เกษตรศาสตร์ รอประกาศรับสมัครงานแต่ก็ไม่มี

            อาจารย์บอกหนุ่มๆ ใจร้อนอยากมีงานทำ พี่น้องที่เรียนจบปริญญาตรีมาก็มีงานทำหมดแล้ว ดังนั้นที่ไหนมีประกาศรับสมัคร ก็ส่งใบสมัครไป ได้ส่งไป 3 แห่ง คือ บ. เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด บ. เคมีภัณฑ์เกษตร จำกัด และคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

            รออยู่ประมาณสองเดือนก็มีจดหมายจากคณะทรัพยากรธรรมชาติ บอกว่าที่ประกาศรับสมัครไว้ ผลการสอบคัดเลือกเป็นผู้ผ่านการคัดเลือก รู้สึกตกใจ ไม่มีการเรียกให้ไปสัมภาษณ์ ดูแค่ใบสมัครแค่นั้นหรือ?

           เมื่อมาทำงานแล้ว อ. สุทธิรักษ์ แซ่หลิม (อดีตหัวหน้าหน่วยวิชาการจัดการศัตรูพืช) ได้เฉลยคำตอบให้ทราบ

“ เราเรียกนายมาสอบสัมภาษณ์ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง ก็ได้ข้อมูลเท่าที่นายบอกให้เรารู้ สู้ไปสอบถามข้อมูลจากคนที่รู้จักนาย เช่น รุ่นพี่ (รศ. ดร. จิราพร เพชรรัตน์ รุ่นพี่ที่จบมาก่อน1ปี) รุ่นเพื่อน จะได้ข้อมูลที่ดีกว่า จะได้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่า รู้จักตัวตนที่แท้จริง “

แต่เท่าที่ผม (คุณสุระพงศ์) ทราบมีอีกหนึ่งข้อที่ทำให้อาจารย์สนใจมาทำงานทางใต้คือ คนรู้ใจ เป็นคนที่นี่ (ภาคใต้) เมื่อจบประโยคนี้เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งห้อง อาจารย์บอกข้อนี้ก็มีส่วนนิดหน่อย แต่จริงๆ แล้วได้ต้นแบบความคิดมาจากคุณพ่อ เนื่องจากคุณพ่อรับราชการทหาร พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนอุบลราชธานี ต่อมาก็ย้ายไปยโสธร ร้อยเอ็ด ขอนแก่นและโคราช ผมมาเกิดที่โคราช คุณพ่อบอกว่า “ ที่ไหนที่ต้องการเราก็จะไปที่นั่น ทุกๆ ที่ก็เหมือนบ้านเกิด “

ใช้หลักอะไรในการทำงาน 

อาจารย์ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมคะว่ายึดหลักอะไรในการทำงาน อาจารย์บอกว่ามีหลักยึดอยู่ 2 สิ่งตลอดชีวิตการทำงานคือ คำว่า  

“ ข้าราชการ และวินัยในตัว ” 


   

อาจารย์ได้ขยายความของสองประโยคไว้ดังนี้ 

              เกิดมาไม่ได้ทำงานเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เราเป็น ”ข้าราชการ” ที่เป็นข้าขององค์ในหลวงข้าของแผ่นดิน ต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ขยัน ตอบแทนคุณของแผ่นดินทั้งต่อหน้าและลับหลัง นอกจากนี้จะต้องมีวินัยในตัวเองซึ่งสามารถทำได้ ใช้การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เช่น เมื่อมีงานเร่งด่วนเข้ามาก็จะต้องเข้าใจว่างานชิ้นนี้ไม่ได้เสร็จที่เราคนเดียว จะต้องมีผู้อื่นมาทำต่อจากเรา ดังนั้นเราจะต้องรีบทำเพื่อให้ผู้ร่วมงานได้มีเวลาในการทำงานด้ว

               และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมทำมาอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่ได้อยู่ที่ห้องพัก ก็จะมีโน้ตตั้งไว้บนโต๊ะทำงานว่าเราไปทำอะไรที่ไหน เพื่อให้ผู้ร่วมงาน ผู้มาติดต่อ หรือนักศึกษา ได้ทราบว่าขณะนี้อาจารย์กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน ตามตัวถูก

แนวทางการดำเนินชีวิต 

              เป็นครอบครัวที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีการปรึกษากันเสมอๆ การพูดคุยความคิดของเขาเป็นประโยชน์กับเรา นำมาปรับใช้ได้ ทำนองเดียวกันความคิดเราก็อาจเป็นประโยชน์กับเขา ส่วนลูกๆ ให้ความเป็นอิสระ เป็นแค่พี่เลี้ยง เมื่อใดต้องการคำปรึกษาก็จะให้คำปรึกษา


 

 

 



หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 09 มิถุนายน 2558 09:33 แก้ไข: 12 มิถุนายน 2558 21:57 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Monly, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.82.119.116
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ