นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ใยมะพร้าวน้องใยไหม
Ico64
พิสิฐ์พงษ์ หมื่นประเสริฐดี
นักวิทยาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Recent Activities
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 6 · ผู้ติดตาม: 10

Page Visits: 1735
comment: 3

ชีวิตจะพุ่งสู่ยอด หรือ จะอยู่เพียงดิน??

    บันทึกนี้มาจากประกาย+สะเก็ดความคิดที่ได้จากการอ่านบันทึก "ว่าด้วยสุนทรียสนทนา" ของคนธรรมดา บวกกับปัญหาชีวิต ที่คิดตกไปแล้ว ด้วยสมองอันน้อยนิดของตนเอง แต่อยากนำมาหาแนวร่วม และกัลยาณมิตร ตอกย้ำและกระทุ้งให้แน่นอกแน่ใจมากขึ้น...

 

    ก่อนอื่นขอถามว่า หากให้ท่านตอบคำถามที่ถามในชื่อบันทึก ท่านจะตอบว่าอย่างไร..???

 

    ผมเองก็พอมีคำตอบในใจอยู่บ้างแล้ว

 

   ผมเพิ่งจบปริญญาโท มอ.ปัตตานี ปี 2553 ที่ผ่านมา ดังนั้น ความจริงวันนี้ผมคงต้องไปซ้อมรับปริญญากับเพื่อนๆ ที่ มอ.หาดใหญ่ แต่ด้วยตนเองจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยรับปริญญามาแล้ว วันนี้จึงไม่ค่อยมีความอยากเท่าวันนั้นเท่าไหร่ จึงตัดสินใจไม่ไป แต่อาจจะต่างกับการที่เคยเขียนบันทึกมาแล้ว ซึ่งวันนี้ก็ยังอยากเขียนอีก !!

 

   ผมทำงานตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ ที่คณะ วทท. มา 6 ปี และได้ศึกษาเรื่องราวของทุนชิ้นหนึ่ง คือ "โครงการทุนพัฒนาอาจารย์และบุคลากรสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในเขตพัฒนาเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้" และเคยคิดว่าจะสมัครเมื่อเรียนจบปริญญาโท เพื่อจะเปลี่ยนตนเองจากสายสนับสนุน ขึ้นไปอยู่สายถูกสนับสนุนบ้าง

 

  ตั้งใจไว้ว่าจะขอทุนปี 2555 และคิดว่าน่าจะได้ไม่ยาก เพราะกรอบตำแหน่งว่างใน มอ.ปัตตานี ที่เหมาะกับสาขาที่ผมคิดจะไปเรียนมีอยู่แล้ว บวกกับทุกปี ทุนไม่เคยได้เต็มสักปี คงเพราะไม่มีใครคิดว่าจบปริญญเอกแล้วจะมาเป็นอาจารย์ในเขตพื้นที่สีแดงแบบนี้

 

  ประจวบกับเมื่อเดือนที่แล้ว โครงการฯ ยังประกาศรับทุน ปี 54 เพิ่มเติมอีก เพราะหาคนไม่ได้จริงๆ แต่สุดท้ายผมก็ตัดสินใจ...ไม่เอาดีกว่า

 

   ทั้งๆ ที่มีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานสนับสนุนให้สมัคร ให้ไปพ้นๆ เส้นทางของสายนี้ไปสู้เส้นทางที่สดใสโชติช่วงเสียที

 

   ผมแปลกใจ...ว่าสายนี้ที่ผมอยู่มันมืดมัว ไม่สดใสอย่างไร ทั้งที่ก็ใช้ไฟนีออนยี่ห้อเดียวกันทั้งคณะ ดังนั้นผมจึงเชื่อเพื่อนคนเดียวที่บอกผม "ไม่ให้ผมไป" นั้นคือ ตัวผมเอง

 

   อีกเหตุผลที่เป็นตัวผลักดันให้ผมตัดสินใจเช่นนี้คือว่าที่ภรรยา และ ว่าที่ลูกสาวลูกชายของผมครับ....ผมกำลังจะแต่งงานในอีก 1 เดือน ข้างหน้าครับ !!!! (เขินจังเลย)ผมไม่ได้มาบอกบุญหรือแจกซองใน shared นะครับ แค่อธิบายประกอบเหตุผลเท่านั้นเอง

 

   ผมคิดว่าหากผมต้องไปเรียนต่อ เพื่อกลับมาเป็นอาจารย์ คนสมองน้อยๆ อย่างผมคงเรียนได้อย่างเร็ว 4 ปี และอย่างช้าไม่รู้อีกเท่าไร (ว่าที่)ภรรยาและลูกของผม (ที่รอมาเกิด) จึงเป็นคำตอบทุดท้ายของผม ที่จะอยู่ดูแลกันและกัน ได้มีเวลาให้ลูกๆ ตลอดเวลาที่เค้าเกิดจนโต ดีกว่าที่จะเสีย 4 ปี ไปหาอนาคตที่สดใส โดยไม่ได้สร้างพัฒนาการที่สำคัญห้เด็กที่เรารักที่สุดในโลกเลย

.

.

.

.

  ระบบทุนนิยมที่รายล้อมคนเราอยู่ล้วนชักนำให้เรามองไปยังเป้าหมายสูงสุดในชีวิต และยังตัดตัวเลือก "เป้าหมายสูงสุด" ลงให้เหลืออยู่ไม่กี่อย่าง เช่น เงิน ตำแหน่ง ชื่อเสียง บ้าน รถ ทั้งๆ ที่เป้าหมายสูงสุดของชีวิตของคนเรายังมีตัวเลือกอื่นอีก ผมเองเป็นคนหนึ่งที่เลือกเป้าหมายที่ตนเองต้องการ ซึ่งสวนกระแสของคนส่วนใหญ่ที่หวังดีไปหลายคน

 

    สังคมไทยกำลังอยู่ในสังคมแบบใด ระหว่าง "สังคมนิม" "ทุนนิยม" หรือ เข้าสู่ "สังคมพอเพียง" เพราะปัจจุบัน เรามีรัฐบาลที่ค่อนข้างถืออำนาจเบ็ดเสร็จ ใช้จ่ายเงินเพื่อตอบสนองความต้องการและความสุขของสังคม โดยแอบแฝงการตอบสนองผลประโยชน์ส่วนตนอยู่ โดยใช้ "เงิน" ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของทุนนิยม คล้ายฆ้อนของเทพเจ้า Thor ที่สามารถสรรค์สร้างสิ่งดีๆและทำลายทุกสิ่งได้ตลอดเวลา การศึกษาไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของทุนนิยมไม่ใช่น้อย เด็กนักเรียนต้องเรียนพิเศษ ต้องติว ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อแข่งขัน และเรียนแบบท่องจำทุกวิชามากกว่าการทำความเข้าใจศาสตร์ที่รักอย่างถ่องแท้ โดยที่ผู้นำที่แท้จริงของเราทรงกำลังทำสิ่งที่มีคุณค่ายิง่ คือการทำให้สังคมพอเพียงเกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทย ไม่ใช่เพียงผิวเผิน

.

.

.

.

    ล่าสุด เมื่อต้นเดือน ผมถูกโหวด (คล้ายๆ ถูกถีบส่ง) ให้เข้ารับตำแหน่ง รักษาการหัวหน้างานบริการการศึกษาจำนวน 6 เดือน ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นนักวิทยาศาสตร์เต็มตัว มา 6 ปี

 

     ผมรับปากจะทำ 6 เดือนนี้ให้ดีที่สุด ทั้งที่ในใจไม่อยากทำงานด้านนี้แม้แต่น้อย แต่การได้รับโอกาสเข้ามาด้อมๆ มองๆ งานของชาวบ้านเวลา 6 เดือน ก็คงไม่เสียหายเท่าไหร่ ก่อนจะลงมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ตอกต๋อยเหมือนเดิมต่อไป

 

    เพราะสิ่งตอบแทนที่มากับตำแหน่งหัวหน้ามันคงไม่เท่ากับความสบายใจในการเป็นลูกน้อง...

 

   สุดท้าย ผมตัดสินใจแล้วว่าการอยู่เพียงดินก็ดีเหมือนกัน น้ำอาจจะท่วมบ้าง แผ่นดินอาจจะไหวบ้าง แต่ก็ไม่ต้องกลัวตกลงมา หรือ กลัวหาทางลงมาไม่ได้ มั้งครับ

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 กันยายน 2554 11:14 แก้ไข: 19 กันยายน 2554 11:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

Ico48
boonlert [IP: 192.168.164.57]
20 กันยายน 2554 10:16
#68829

ทำในสิ่งที่เราเลือก สร้างคุณค่าให้แก่ตัวเอง และไม่เอาเปรียบผู้อื่น

มุ่งทำหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีสุด แล้วคุณจะได้รับรางวัลในชีวิตเอง

ผมว่าคุณ"ใยมะพร้าวน้องใยไหม" ตัดสินใจได้ถูกต้องที่จะเชื่อในเสียงจากตัวเองนะครับ

ความสุขในชีวิตไม่ได้มาจากเงิน จากเกียรติ แต่มาจากการใช้ชีวิตที่ตัวเราเห็นว่ามีคุณค่ามากกว่า

ผมก็แปลกใจในความคิดของคนไทยว่า ทำไมหากจบปริญญาเอกต้องเป็นอาจารย์เท่านั้น เป็นนักวิทยาศาสตร์ไม่ได้หรือ หากเรารักในงานนี้และคิดว่างานนี้มีคุณค่าที่สูงที่เราจะทำ

30 ปีมาแล้ว ที่ผมไปเรียนที่ฝรั่งเศสและพบว่ามีเทคนิเชียนจบปริญญาเอกทำงานอยู่ที่นั่น

หากเรารักในงานที่เราทำ ก็ไม่มีอะไรมาปิดกั้นความก้าวหน้าในอาชีพของเรา เราก็ทำงานวิจัยให้ทะลุไปเป็นผู้เชี่นวชาญ ชำนาญการได้

คณะแพทย์ก็มีคุณโอ๋และอีกหลายคน ที่ทำงานแบบนี้อยู่นะครับ

ผมเชื่อว่าคุณ"ใยมะพร้าวน้องใยไหม"จะมีความสุขกับวิถีชีวิตที่ได้ตัดสินใจลงไปแล้วครับ

ขอบคุณทั้งสองท่านที่เข้ามาตอบและให้แง่คิดดีๆ ครับ

สุดยอกครับ

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 3.228.21.186
Message:  
Load Editor
   
Cancel or