นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1392
ความเห็น: 1

ปริญญาสองใบ

...น่าอ่าน...กลับมามองตัวเอง ว่าเราเองก็ต้องปล่อยวางอะไรบ้าง หึหึ

ที่เมืองไทยปีที่ แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก คือ มีดาราคนหนึ่ง ซึ่งมีชื่อดังมาก ชื่อ ดร.อภิวัฒน์  วัฒนางกูร มาเรียนที่อเมริกา เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส ทำงานทุกอย่างต้อง ดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน ล้าง เสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู ว่าสะอาดจริงมั้ย

กลับไปเมืองไทยก็ ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มีแฟนก็จีบดาว มหาวิทยาลัยเลย ต้องให้ดีที่สุด เวลาแกไปเสนองาน อะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน แผนที่ หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สอง แผนที่สองลูกค้า ไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม ใครไปดีลงานกับแก ติดทุกราย แกมี บ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา  มีธุรกิจ มีชื่อเสียง ทุกอย่าง

วันหนึ่งแกพักผ่อน หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย  ลูกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง  ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บลงไป ภรรยาพาเข้าโรงบาล  ตรวจพบมะเร็ง พอพบปุ๊บเป็นระยะ สุดท้ายเลย จริงๆ เค้าก็เตือนตลอด แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้ แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน  บันทึกชีวิตแก

ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่
กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก

ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ

  • ปริญญาใบที่หนึ่ง "ปริญญาวิชาชีพ" เราจะต้องทำมา หากินเป็น กินอิ่ม  นอนอุ่น พูดง่ายๆ ล้วงไปในกระเป๋า แล้วมีเงินใช้  อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ 
  • ปริญญาใบที่สอง  "ปริญญาวิชาชีวิต" คือวิชาธรรมะ สำหรับจะดูแล ชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง

ซึ่งปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้ แกบอกว่าผมสอบตก โดยสิ้นเชิง ผมเป็นดอกเตอร์ จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก  เพราะ อะไร เพราะทำงานจนป่วยตาย

ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่าง
บ้าน รถ มอบ มันให้กับลูกและภรรยา แต่ในวันที่ผมมี ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้ สิ่งที่ว่านี้คือ ผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตายนี่ คือปริญญาวิชาชีวิต

ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ เราจะ กลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเอง ที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเอง ดูจิต ดูใจตัวเอง  ว่าเรา เอ๊ะมันทุกข์ มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า แบกเรื่องโน้น เรื่องนี้เกินไปหรือเปล่า พยายามลดลงในแต่ละ วันๆ เพื่อที่ว่าอะไร เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิต หนึ่งปริญญาวิชาชีพ
เราทำมาหากินจน ประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่ง มีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่ แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง คือวิชาธรรมะ สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง ไม่ทุกข์เกินไปไม่ เดือนร้อนเกินไป ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุข อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว  อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด  ขวาสุด และมารู้สึกตัวอีก ทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี 
เพราะอะไรเพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้า ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด  บางคนก็ตอบเงิน บางคนก็ตอบเพชร  บางคนก็ตอบทอง บางคนก็ตอบอำนาจ  บางคนก็ตอบราชบัลลังก์ พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่  สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิตสุขภาพก็คือ การที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ และก็ชีวิตของเรา

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): forward mail  อุโยะจัง
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 เมษายน 2553 10:32 แก้ไข: 19 เมษายน 2553 10:32 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เห็นชื่อบันทึก ก็นึกไปถึงเรื่องของ ดร.ภิวัฒน์ ทันที เพราะเคยอ่านมาแล้วเหมือนกัน แถมได้ดูรายการตอนช่วงสุดท้ายก่อนเสียชีวิต  เล่นเอาน้ำตาไหลพรากๆ

ทำให้ตระหนักถึงความจริงว่า "สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องดูแล"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.205.60.226
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ