นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 639
ความเห็น: 0

สิ่งปนเปื้อนในน้ำ

 

น้ำที่ผ่านการกรองโดยวิธีธรรมชาติ    เป็นน้ำที่บริสุทธิ์มากกว่าโดยวิธีอื่นใด  แต่อย่างไรก็ตาม   ก็ยังมีแร่ธาตุต่าง ๆ ละลายอยู่บ้าง   ตามสิ่งที่น้ำนั้นได้ไหลผ่าน   เช่น  น้ำในลำธาร  น้ำนิ่งในทะเลสาบ  และที่ผ่านชั้นดินชั้นหินในดิน   แต่แร่ธาตุที่ละลายในน้ำบางชนิดก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้   โดยทั่วไปแล้วผู้คนจะชอบดื่มน้ำแร่(mineral water)   เนื่องจากมีรสชาติที่น่าพอใจ   อย่างไรก็ตามถ้าแร่ธาตุในน้ำมีมากเกินไปจะคล้าย ๆ กับมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่   ซึ่งไม่ปลอดภัยต่อการนำมาใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

เหล็กในน้ำ

เหล็กเป็นโลหะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในหินที่เกิดจากลาวา(igneous rock) และในหินทราย งานวิจัยทุกวันนี้ไม่ได้กล่าวถึงระดับของเหล็กในน้ำที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย   แต่หากมีเหล็กในน้ำดื่มเกิน 0.3 ppm  จะทำให้เกิดสีและรสที่ไม่พึงประสงค์  นอกจากนั้นยังทำให้เกิดคราบเกาะตามเสื้อผ้าและอ่างล้างอีกด้วย  ในท่อส่งน้ำมักจะมีเหล็กละลายอยู่ในน้ำ  เมื่อสัมผัสกับออกซิเจนจะกลายเป็นสารประกอบชนิดใหม่ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า(visible)  หรือที่เราพบเป็นประจำในรูปสนิมเหล็ก

ทองแดงในน้ำ

ในน้ำประปาทั่วไปเรามักไม่พบทองแดง  แต่ถ้าพบทองแดงในน้ำดื่ม  เมื่อบริโภคเข้าไปอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายเกี่ยวกับทางเดินอาหารได้  นอกจากนั้นยังทำให้เกิดฟิล์มสีเขียวเกาะบนผิวของอ่างล้างและอ่างอาบน้ำด้วย  ทาง EPA ได้กำหนดมาตรฐานของทองแดงไว้ว่า  หากมีปริมาณทองแดงในน้ำ 1 ppm หรือมากกว่าจะต้องหาแนวทางในการจัดการอย่างถูกต้องทันที

ซัลเฟตในน้ำ

ซัลเฟต(หรือสารประกอบซัลเฟต)  มักพบในน้ำผิวดินทั่วไปและในบ่อ  ซัลเฟอร์ที่เกิดขึ้นในบ่อมีสาเหตุจากการย่อยสลายพืชน้ำ, ดิน และหิน แบคทีเรียชนิด Sulfur-Reducing Bacteria (SRB)  จะเปลี่ยนซัลเฟตให้เป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์  ซึ่งมีกลิ่นคล้ายไข่เน่า  จริง ๆ แล้วไฮโดรเจนซัลไฟด์ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด  แต่ทั้งรสและกลิ่นนั้นทำให้เกิดความรำคาญ      เครื่องทำน้ำร้อนก็เป็นแหล่งไฮโดรเจนซัลไฟด์ด้วยเช่นกัน  แท่งแมกนีเซียมถูกนำมาใช้ในเครื่องทำความร้อนเพื่อควบคุมการกัดกร่อน  และสามารถลดการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ได้อีกด้วย    แหล่งของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์แหล่งอื่น ๆ ได้แก่  ขยะ(sewage pollution)  โดยกลิ่นจะชัดเจนและรุนแรงมากขึ้นถ้าถูกรดน้ำ   และถ้ามีซัลเฟตปนเปื้อนในน้ำมากกว่า 250 ppm เมื่อบริโภคเข้าไปจะส่งผลให้ท้องเสียได้

คลอไรด์ในน้ำ

คลอไรด์ในน้ำจะอยู่ในรูป C l- ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ที่พบมาก   ถ้ามีคลอไรด์ในน้ำ 250 ppm จะทำให้น้ำเริ่มมีรสเค็ม  บริเวณชายหาดจะพบคลอไรด์ในบ่อที่มีน้ำชะดินจากแหล่งน้ำกร่อยเข้ามา   คลอไรด์ปะปนมาในน้ำประปาโดยเครื่องกรองน้ำ (water softener units) ถ้าคลอไรด์มีปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อท่อส่งน้ำ(ที่ทำจากโลหะ)ได้  และทำให้พืชน้ำเจริญ  และในทางการแพทย์ได้กำหนดว่าโภชนาการที่ดีนั้นจะต้องมีปริมาณเกลือโซเดียมคลอไรด์ต่ำ

http://www.c-formth.com

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 กันยายน 2559 11:30 แก้ไข: 13 กันยายน 2559 11:30 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 บิวตี้.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.24.122.228
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ