นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

pjo talk
Ico64
Jhayanin Oui Prachyanusorn
อาจารย์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 1261
ความเห็น: 2

ระบบราชการไม่มีปัญหา ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหาร

นี่ขนาดยังไม่ออกนอกระบบ เขายังหารูดูดได้ขนาดนี้

บังเอิญเคาะไปพบบันทึกน่าสนใจ จึงตัดทอนสาระบางส่วนมาแบ่งปันกัน

ข้ออ้างที่ไร้ตรรกวิทยา

ข้ออ้างของนายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่า การนำมหาวิทยาลัยออกจากระบบราชการ ก็เพื่อความคล่องตัว และเป็นอิสระในการบริหารจัดการ ให้เบ็ดเสร็จภายในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเอื้ออำนวยสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ

ข้ออ้างนี้เป็นการประณามระบบราชการทั้งหมดว่าไร้ประสิทธิภาพ ขาดความคล่องตัว ไม่เอื้อต่อการพัฒนา ถ้าหากว่าข้ออ้างนี้ฟังขึ้น ก็ต้องยุบหน่วยราชการทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นกองทัพ กระทรวง ทบวง กรม และกอง ทั้งหมด ...ผู้ที่สนับสนุนออกนอกระบบ เช่น อธิการบดี... ควรจะลาออก และขับตัวเองออกนอกระบบ ไปทำงานให้มหาวิทยาลัยเอกชน หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ และความคล่องตัว หรือออกไปตั้งมหาวิทยาลัยใหม่เหมือนมหาวิทยาลัยมหานครที่มีคณาจารย์ลาออกไปก่อตั้ง ทำไมจึงต้องหอบหิ้วเอาสมบัติของชาติและสมบัติของพระมหากษัตริย์ออกไปกับตัวเองไปบริหารด้วย

ถ้าหากออกนอกระบบแล้วอำนาจการบริหารไปอยู่ที่ผู้บริหารชุดใหม่ที่มีอิสระและความคล่องตัว อะไรจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของชาติ มีหลักประกันอะไรบ้างว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

การศึกษาคือสิทธิมนุษยชนและพันธกิจของรัฐ

เนื่องจากประชาชนทุกคนเป็นผู้เสียภาษีที่นำมาเป็นงบประมาณการศึกษา จึงไม่ควรมีการเก็บภาษีซ้ำซ้อนอย่างที่ ดร.... อธิการบดีมหาวิทยาลัย... กล่าวว่า ปีการศึกษา 2550 ม...จะมีการปรับเพิ่มค่าเทอมร้อยละ 20 เนื่องจาก ม...มีต้นทุนด้านการศึกษาเพิ่มสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ...พูดแค่นี้ก็เห็นไส้และธาตุแท้ของอธิการบดีผู้สนับสนุนการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้ว คือมองการศึกษาเป็นเรื่องเซ็งลี้...อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัย หากมีโอกาสได้รับรู้ถึง ระบบการเก็บค่าเทอม ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปัจจุบัน ท่านคงร่ำไห้น้ำตาเป็นสายน้ำแน่ เพราะธรรมศาสตร์ในวันนี้ได้ทรยศต่อหลักการ ที่ท่านก่อตั้งขึ้นมา ให้เป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนของสามัญชนที่เป็นชนส่วนใหญ่

การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ซึ่งจะทำให้การศึกษามีราคาแพง กีดกันคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของชาติ ออกจากระบบการศึกษา ... นอกจากนี้ เสรีภาพทางวิชาการก็จะหมดไปเมื่ออาจารย์ต้องกลายมาเป็นลูกจ้างที่ไม่มีหลักประกัน ความเป็นปัญญาชนจะถูกแทนที่ด้วยการเป็นผู้ขายแรงงานทางปัญญา หรืออาจารย์บางส่วน ก็จะกลายเป็นนักธุรกิจการศึกษา ซึ่งเป็นอันตรายต่ออนาคตของชาติเป็นอย่างยิ่ง

ประเทศที่มีการพัฒนาสูงและเร็ว มีปัญหาอาชญากรรมน้อย มีปัญหาสังคมน้อย มีปัญหาคอร์รัปชั่นน้อย ล้วนมีระบบการศึกษาที่ฟรี หรือเกือบฟรี เช่น ประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส กลุ่มประเทศ สแกนดิเนเวีย สิงคโปร์ ที่เยอรมนี เรียนฟรีถึงขั้นปริญญาเอกด้วยซ้ำ มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่คิดและปล่อยให้มีการหากินขูดรีดนักเรียนนักศึกษา ทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกวันนี้ ... ที่สิงคโปร์ ร้อยละ 80 ของนักศึกษาที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยล้วนได้รับทุนการศึกษาโดยไม่ต้องใช้ทุน ประเทศสิงคโปร์จึงมีบุคลากรของชาติ ที่มีคุณภาพไม่แพ้ประชาชนในประเทศที่พัฒนาแล้ว

มหาวิทยาลัยของรัฐในอเมริกาเขาไม่ให้นักวิชาการ (เกิน) บริหาร แต่เขาใช้วิธีประมูลตัวซีอีโอของบริษัทเอกชนมาบริหาร โดยการแยกผู้บริหารฝ่ายวิชาการออกจากด้านบริหารทั่วไป มหาวิทยาลัยของรัฐจึงมีคุณภาพ แต่ถ้ามหาวิทยาลัยไทยออกนอกระบบแล้ว ยังให้นักวิชาการที่ไม่ได้เรียนด้านบริหารมาบริหาร ก็จะแย่กว่าเดิมอีก ปัญหาหลักจึงไม่ใช่อยู่ที่การออกนอกระบบแต่แก้ได้ด้วยการแก้ระเบียบและวิธีบริหารมากกว่า

กม. มีช่องโหว่ให้อำนาจผู้บริหารมากเกินไป

...เปิดช่องให้มีการร่วมทุน และกู้ยืมเงินจากภายนอกได้ โดยไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนในการป้องกันมิให้ใช้เครื่องมือทางเงินแปรรูปมหาวิทยาลัยไปสู่รูปแบบอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงไม่ตอบสนองวัตถุประสงค์ของการเป็นสถาบันการศึกษาของชาติ...

การกำหนดที่มาและกระบวนการการสรรหาผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยของรัฐมีความสำคัญยิ่ง...

เนื้อเรื่องเข้มข้นมากกว่านี้ รวมทั้งมีข้อเสนอด้วย

มีเรื่องแทรกเล็กน้อย จากมหาวิทยาลัยข้างๆ ซึ่งอธิการบดีสามารถควบคุมนายกสภามหาวิทยาลัยได้ เมื่อสภาฯได้รับเอา อ. คนนี้เป็นอธิการฯ (จากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อที่มีผู้มีคุณวุฒิและความสามารถมากมายทั้งข้าราชการ ข้าราชการบำนาณ และเอกชน) พ้นมาไม่ถึงครึ่งปี อ. คนนี้ ขอลาออกจากข้าราชการ แต่ไม่ออกจากตำแหน่งอธิการบดี แล้วก็ดำเนินเรื่องเสนอเงินเดือนให้แก่บุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งบริหาร ถกกันจนสภาฯแทบ...วาระเดียวอยู่มากกว่าครึ่งปี ในที่สุดก็สมหวัง ได้เงินมากกว่านายกรัฐมนตรีของไทย 

นี่ขนาดมีกฎหมายราชการเขายังหารูดูดได้ขนาดนี้

ก็ได้แต่มองดูว่าเมื่อไรเขาจะได้เสวยวิบากจากรรมของเขา

 

ม.อ. ของเรายังไม่ถึงขนาดนี้ครับ แต่ ม.อ. สฎ. นี่สิ 

 

อ่านทั้งหมดที่ link นี้

การศึกษาออกนอกระบบ คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน

คอลัมน์ เดินคนละฝาก  โดย กมล กมลตระกูล  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3861 (3061)

 

สร้าง: 11 กุมภาพันธ์ 2553 11:02 แก้ไข: 11 กุมภาพันธ์ 2553 11:02 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
- [IP: 110.164.157.57]
14 ตุลาคม 2553 17:06
#60909

ถ้าพวกคุณจะออกจากระบบของราชการ

ก็ไปแต่ตัว เพราะอะไรที่ทางราชการสร้าง

ขึ้นมามันเป็นเงินภาษี  ต้องบอกไหมว่าเงินภาษี

มาจากไหน   อย่าเอาสมบัติของชาติมา

สร้างความมั่งคั่งให้ตังเอง

คุณ -  แสดงความเห็นตรงและแรง

 

ผมว่าการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยนี่อาจไม่ร้ายแรงน่ากลัวมากนัก เพราะ ครูบาอาจารย์มีความรู้และสำนึกที่จะทำเพื่อลูกศิษย์และองค์ความรู้

 (ยกเว้นแต่มหาวิทยาลัยข้างๆ ที่อธิการทำเหมือนกับมหาวิยาลัยนั้นเป็นสมบัติของตัวเอง และที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ คนทำงานในนั้นก็คิดคล้ายๆอย่างนั้น - หงอ-หลังงอไม่มีกระดูก)

 

องค์กรที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือ องค์กรทั้งหลายที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ ประเภท "องค์กรมหาชน

คุณ- ช่วยติดตามศึกษาด้วยครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.150.239
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ