นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 16013
ความเห็น: 2

กันเกรา

กันเกรา

http://www.agri.ubu.ac.th/NBCRC/Kankao/Movie1.swf 

วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด นำลูกไม้มาขยำให้เละ เพื่อให้เมล็ดไม้หลุดออกจากเปลือก แล้วนำไปแช่น้ำไว้ประมาณ 18 ชั่วโมง ขยำอีกครั้งเพื่อให้เละยิ่งขึ้นก่อนจะหว่านลงแปลงเพาะ

ข้อสังเกตและผลการทดลอง  
1.   เมล็ดจะเริ่มงอกเมื่อเวลาประมาณ 30-40 วัน
2.   เมื่อต้นกล้าอายุ 3 เดือน กล้าไม้จะมีความสูงประมาณ 2 นิ้ว - 2.5 นิ้ว สามารถย้ายลงถุงเพาะชำได้

ประโยชน์ เนื้อไม้สีเหลืองอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทนทาน ใช้ในการก่อสร้าง ทำเสาเรือน ไม้กระดานปูพื้น แก่นมีรสฝาด ใช้เข้ายาบำรุงธาตุ แน่นหน้าอก เปลือกใช้บำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง ปลูกเป็นไม้ประดับ

 

กันเกรา
1.  ชื่อพันธุ์ไม้                     กันเกรา

2.  ชื่อสามัญ          (ไทย)                     กันเกรา (ภาคกลาง)  ตะมะซู, ตำมูวู (มาเลเซีย ภาคใต้)  ตาเตรา (เขมร ภาคตะวันออก)  ตำเสา ทำเสา (ภาคใต้)  มันปลา (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

                   (อังกฤษ)        Anan.

3.  ชื่อวิทยาศาสตร์                Fagraea fragrans Roxb.

4.  ชื่อวงศ์                         Potaliaceae

5.  การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ

                   กันเกราเป็นพันธุ์ไม้ที่พบขึ้นกระจัดกระจายทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้นหรือบนพื้นที่ชื้น ๆ ใกล้น้ำทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลางและพบขึ้นทั่ว ๆ ไปในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ตลอดลงไปถึงแหลมมลายู

                   จำลอง  เพ็งคล้าย (2534) รายงานว่า กันเกราขึ้นในที่ลุ่มบริเวณขอบพรุและพื้นที่น้ำขังชั่วคราว มีเขตการกระจายพันธุ์ทั่วทุกภาค แต่พบมากทางภาคใต้ของประเทศไทย ในต่างประเทศพบที่อินเดีย พม่าตอนล่าง หมู่เกาะอันดามัน คาบสมุทรอินโดจีน มาเลเซีย เกาะชวา เกาะสุมาตรา เกาะบอร์เนียว หมู่เกาะฟิลิปปินส์ถึงซีลีเบส

 

6.  ลักษณะทางวนวัฒนวิทยา

                   กันเกรา  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบในช่วงระยะเวลาอันสั้น สูง 10-25 เมตร ลำต้นเปลา ตรง แตกกิ่งต่ำ เปลือกนอกหยาบ สีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึกไม่เป็นระเบียบ เปลือกในสีเหลืองอ่อน โคนต้นไม่เป็นพูพอน เรือนยอดเป็นรูปกรวยแหลมหรือรูปเจดีย์

                                ใบ  เป็นชนิดใบเดี่ยว ทรงใบรูปรี ๆ แกมรูปหอก กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 8-11 ซม. โคนใบสอบแคบ ปลายใบเรียวแหลมหรือเป็นติ่งยาว เนื้อใบค่อนข้างหนาเป็นแผ่นหนัง เกลี้ยง เส้นแขนงใบเห็นไม่ค่อยชัด พอสังเกตเห็นได้มี 8-10 คู่

                   ดอก  เมื่อบานใหม่ ๆ มีสีขาวแล้วจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนจนถึงเหลืองแก่ เมื่อดอกใกล้จะโรย กลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นช่อบานกระจายตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกเป็นรูปแจกันทรงสูง เมื่อบานเต็มที่กว้างประมาณ 2 ซม. กลีบฐานดอก 5 กลีบ มีขนาดเล็กมาก ยาวไม่เกิน 3 มม. โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวถึง 2 ซม. ภายในมีเกสรผู้ 5 อัน อับเรณูจะยาวยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกเล็กน้อย รังไข่ รูปไข่อยู่เหนือโคนกลีบฐานดอกและกลีบดอก ภายในแบ่งเป็นสองช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อนซึ่งติดอยู่ตรงส่วนกลางของผนังกั้นระหว่างช่องจำนวนมาก หลอดท่อรังไข่จะยาวยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอกออกมามาก ปลายหลอดจะเป็นปุ่มบวมพองคล้าย ๆ รูปดอกเห็ด

                   ผล  กลม เล็ก โตวัดผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 มม. มีติ่งแหลมสั้น ๆ ติดอยู่ตรงส่วนบนสุดของผล ผลแก่จัดจะออกสีเหลืองจนถึงสีแดงเลือดนก รสขม ภายในมีเมล็ดเล็ก ๆ จำนวนมาก

                   ระยะการออกดอกเป็นผล  ออกดอกระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน และเป็นผลระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

                   ลักษณะเนื้อไม้  แก่นสีเหลืองอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทนทานมาก และทนทานต่อปลวก เลื่อย ผ่า ไส้กบ ตบแต่งง่าย มีน้ำมันในตัว ขัดชักเงาได้ดีมาก มีความถ่วงจำเพาะประมาณ 0.92 เนื้อไม้มีความแข็งประมาณ 703 กก. ความแข็งแรงประมาณ 1,445 กก./ตร.ซม. ความทนทานตามธรรมชาติตั้งแต่ 7-11 ปี เฉลี่ยประมาณ 7 ปี

 

7.  การขยายพันธุ์

                   การขยายพันธุ์ไม้กันเกราที่เหมาะสมและได้ผลคือ การขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด การเพาะเมล็ดสามารถทำได้โดยการหว่านเมล็ดลงในกระบะเพาะที่บรรจุดินร่วนผสมทรายละเอียดแกลบเผา ซึ่งดินที่ใช้ต้องเป็นดินใหม่ และควรนำมาตากแดดก่อน 2-3 วัน เมื่อหว่านเมล็ดลงไปแล้วให้ใช้ไม้บาง ๆ กดทับเมล็ดให้ฝังตัวลงไปในดินอีกครั้ง และใช้ทรายโรยกลบลงไปอีกครั้งบาง ๆ หนาประมาณ 0.3 ซม. แล้วรดน้ำวันละ 2 ครั้ง จนกว่าเมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า ซึ่งเมล็ดจะงอกหลังจากเพาะ 2-3 วัน

 

8.  การปลูก การเจริญเติบโต และการปรับปรุงพันธุ์

                   กันเกราขึ้นได้ดีในทุกสภาพภูมิประเทศ ชอบขึ้นในที่ที่มีความชุ่มชื้นมาก อุณหภูมิต่ำ มีความชื้นสัมพัทธ์มาก มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1500 มม.ต่อปี สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 100 เมตร ลักษณะดินชอบขึ้นในดินที่สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ดินต้องเป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทราย

                   กันเกราแม้จะเป็นไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ความรู้เกี่ยวกับอัตราการเจริญเติบโตของไม้ชนิดนี้จนถึงช่วงอายุตัดฟันยังมีการศึกษากันน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตามการเจริญเติบโตของไม้กันเกราในช่วงที่เป็นไม้เล็กมีผู้ศึกษาและได้ผลดังนี้ สุทธิ มโนธรรมพิทักษ์ (2529) ได้ทดลองปลูกไม้กันเกราเปรียบเทียบการเจริญเติบโตกับไม้ชนิดอื่น ๆ อีก 5 ชนิด คือ เหรียง หลุมพอ สะตอ ทัง และไม้เคียน ที่สถานีทดลองปลูกพรรณไม้สงขลา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ในแปลงทดลองลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย ระดับผิวดินลึกประมาณ 15-30 ซม. ดินมีความเป็นกรดด่างประมาณ 4.6 ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1200-2000 มม.ต่อปี ดำเนินการทดลองในปี พ.ศ. 2525 การเจริญเติบโตเมื่ออายุ 3 ปี ปรากฏว่า มีการเจริญเติบโตทางความสูงเฉลี่ย 2.12 เมตร ความโต 3.23 ซม. รอดตาย 88%

 

9.  วนวัฒนวิธีและการจัดการ

                   การศึกษาเกี่ยวกับวนวัฒนวิธีและการจัดการที่เหมาะสมของไม้กันเกรายังไม่มีการศึกษากันอย่างจริงจัง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ต้นกันเกราที่ปลูกมีการเจริญเติบโตดีและมีการรอดตายสูงพ้นจากการแก่งแย่งของวัชพืชและศัตรูอื่น ๆ จึงต้องมีการดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูก ซึ่งสิ่งที่ควรปฏิบัติ ได้แก่

                   การกำจัดวัชพืช  จะต้องทำบ่อนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นที่ สภาพของท้องที่ และชนิดไม้ ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้นดี วัชพืชก็มักจะขึ้นเร็ว การกำจัดวัชพืชก็จะต้องทำบ่อยครั้งเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตรวดเร็วในระยะแรก

                   การปลูกซ่อม  เมื่อปลูกต้นไม้ไปแล้วต้องหมั่นตรวจดูและติดตามผลการปลูก หากต้นไม้ตายสมควรที่จะได้เร่งทำการปลูกซ่อม เพื่อให้ต้นไม้ขึ้นเต็มจำนวนมากที่สุด

                   การทำแนวกันไฟ  อันตรายที่สำคัญที่สุดสำหรับไม้กันเกราคือการเกิดไฟไหม้ เมื่อเกิดไฟไหม้ป่าไม้กันเกราจะเป็นไม้ที่ติดไฟได้ง่าย ดังนั้นเพื่อป้องกันไฟไหม้ต้นไม้ที่ปลูกและป้องกันไฟที่จะลุกลามมาจากภายนอก ควรจะทำแนวกันไฟที่มีความกว้างเพียงพอและคอยเก็บกวาดใบไม้ กิ่งไม้ที่เป็นเชื้อไฟออกจากแนวกันไฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง

                   การป้องกันและปราบศัตรูพืช  กันเกราเป็นไม้ที่ทนทานต่อมด ปลวก มอด เพรียงไม่ทำลาย แต่มีแมลงที่ทำลายไม้กันเกรา คือ ด้วงเจาะไม้หัวแบน (Agrilus fici) และด้วงหนวดยาวเจาะไม้ (Agelesta spp. และBatocera spp.)  ส่วนเชื้อโรคที่ทำอันตรายต่อต้นไม้ส่วนใหญ่ ได้แก่ พวกเชื้อรา

 

10. การใช้ประโยชน์

                   กันเกราเป็นไม้โตเร็วอเนกประสงค์พื้นเมืองที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย เนื้อไม้มีความแข็งและทนทานมาก มีการนำไม้ชนิดนี้มาใช้ประโยชน์หลายอย่างดังนี้

1. ไม้  ใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ทำเสา สะพานน้ำ ทำเครื่องเรือน เครื่องกลึง กล่องบุหรี่ ชาวจีนทางปักษ์ใต้นิยมใช้ทำหีบจำปาใส่ศพ ทำพื้น ฝา ประตู หน้าต่าง รอด ตง อกไก่ ที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน ทำไม้บุผนังที่สวยงาม ทำกระดูกงู โครงเรือ ลูกประสัก เสากระโดงเรือ ด้ามเครื่องมือ กรุบ่อน้ำ หมอนรางรถไฟ กระเบื้อไม้

2. ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร  แก่น มีรสเฝื่อนฝาดขม ใช้เข้ายาบำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น แก้หืด ไอ ริดสีดวง ท้องมาร แน่นหน้าอก ลงท้องเป็นมูกเลือด แก้พิษฝีดาษ บำรุงม้าม แก้เลือดแก้ลมต่าง ๆ และเป็นยาอายุวัฒนะ  เปลือก ใช้เข้ายาบำรุงโลหิต แก้ผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน

3. ประโยชน์อื่น ๆ  กันเกรามีเขตการกระจายแพร่พันธุ์ค่อนข้างจะกว้างขวาง ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และไม่ค่อยเลือกสภาพพื้นดินและสิ่งแวดล้อม สามารถขึ้นได้ดีทั้งที่มีน้ำท่วมขังจนถึงดินลูกรังในที่ดอน จึงนับเป็นไม้เบิกนำที่ดีชนิดหนึ่ง อีกทั้งทรงพุ่มสวย กิ่งก้านเหนียวแข็ง ดอกสวยและกลิ่นหอม จึงน่าจะเป็นไม้ปลูกประดับ โดยเฉพาะสองข้างทางของถนนได้อย่างดียิ่ง


กันเกรา : สุดยอดของความหอมและเนื้อไม้


คํ่าคืนหนึ่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนนั่งสนทนากับแขกและเพื่อนร่วมงานที่นอกชานบ้านทรงไทยของมูลนิธิข้าวขวัญ ซึ่งล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด คืนนั้นอากาศร้อนอบอ้าวและลมอับไม่พัดมาจากทางใต้ตามฤดูกาลเหมือนคืนก่อน แม้ถึงจะไม่มีลมพัดเลย แต่กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ก็ยังล่องลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณบ้าน จนแขกที่มาเยี่ยมถึงกับออกปากถามว่าเป็นกลิ่นของดอกไม้ชนิดใด ทำไมจึงหอมหวานและหอมแรงถึงปานนแขกที่มาเยี่ยมบ้านทรงไทยใน ยามค่ำคืนมักมีคำถามถึงกลิ่นหอมของดอกไม้เสมอ เพราะรอบๆ บ้าน หลังนี้ปลูกไม้ดอกหอมเอาไว้หลาย (สิบ) ชนิด จึงไม่ค่อยว่างเว้นกลิ่นหอมเลยตลอดทั้งปี บางคืนก็มีหลายกลิ่น พร้อมๆกัน เปลี่ยนไปตามทิศทางของลม การตอบคำถามว่าเป็นกลิ่นของดอกไม้ชนิดใดจึงค่อนข้างยาก แต่สำหรับคืนต้นเดือนพฤษภาคมที่ลมอับที่มีกลิ่นหอมหวานตลบอบอวลทั่วบริเวณอย่างนี้ นับว่าง่ายมากที่จะ บอกว่าเป็นกลิ่นของดอกอะไร เพราะมีดอกไม้ที่อยู่ในข่ายความเป็นไปได้ เพียง ๒ ชนิด แต่ชนิดหนึ่งกลิ่นหอมออกไปทางฉุน นั่นคือ ดอกราตรี ส่วนที่หอมแรงและอ่อนหวาน ชื่นใจมีเพียงดอกกันเกราเท่านั้น

กลิ่นกันเกราในค่ำคืนนั้นทำให้ผู้เขียนรำลึกถึงคืนแรกที่ผู้เขียนได้สัมผัสกลิ่นหอมนี้ เมื่อเกือบ ๒๐ ปี ที่ผ่านมา ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ จำได้ว่าเพื่อนร่วมงาน พาผู้เขียนเดินทางดูงานพัฒนาชนบทในภาคอีสาน วันนั้นเราเดินทางจนมืดค่ำ จึงเข้าเขตหมู่บ้านที่จะพักค้างคืน แต่ขณะที่รถยนต์ของเราเข้าใกล้หมู่บ้านนั้นเอง กลิ่นหอมหวานที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็เข้ามา ปกคลุมจนตลอดทางถึงในตัวหมู่บ้าน ด้วยความแปลกใจผู้เขียนจึงพยายามสอบถามชาวบ้าน จนได้รับคำตอบว่าเป็นกลิ่นของดอกมันปลาที่ผู้เขียนไม่เคยได้ยินมาก่อน วันรุ่งขึ้นผู้เขียนจึงขอให้ชาวบ้านพาออกไปดูต้นมันปลา ซึ่งพบว่ามีอยู่เพียงต้นเดียวขึ้นอยู่ห่างหมู่บ้านออกไปนับร้อยเมตร ไม่น่าเชื่อว่าจะส่งกลิ่นหอมแรงไปได้กว้างไกลถึงเพียงนั้น ต่อมาไม่นานผู้เขียนจึงทราบว่า กันเกราของภาคกลางกับมันปลาของภาคอีสานคือต้นไม้ชนิดเดียวกัน เมื่อมูลนิธิข้าวขวัญปลูกเรือนทรงไทย นอกจากบรรดาไม้มงคลชนิดต่างๆ ที่กำหนดโดยตำราปลูกบ้านแล้ว ผู้เขียนยังไม่ลืมหากล้าไม้กันเกราเอา มาปลูกไว้ในเขตรอบนอกของบริเวณ สวนไม้หอม แม้จะมีผู้บอกว่ากันเกราเป็นไม้เนื้อแข็งโตช้าต้องใช้เวลาหลาย ปีกว่าจะออกดอกให้หอมชื่นใจก็ตาม

กันเกรา : ไม้ดอกพื้นบ้านดั้งเดิมของคนไทย

กันเกราเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ลำต้นสูงเต็มที่ราว ๒๐-๓๐ เมตร พบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติทุกภาคของประเทศไทยบริเวณที่ลุ่ม ริมน้ำ หรือป่าดิบ พบมากบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ กันเกรามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Fagraea fragrans Roxb. อยู่ในวงศ์ Loganiaceae (บางตำราว่าอยู่ในวงศ์ Potaliaceae) ลำต้น มีเปลือกหยาบ สีน้ำตาลปนดำ แตก ระแหงเป็นร่องไม่เป็นระเบียบ ปลายกิ่งห้อยลง ใบออกเป็นคู่ๆ ตรงข้ามกัน ใบสีเขียวแก่ค่อนข้างหนา รูปทรงยาวรี ปลายใบแหลม โคนใบเรียว เป็นครีบไปตามก้าน ใบยาวราว ๘-๑๒ เซนติเมตร กว้างยาว ๒.๕-๓.๕ เซนติเมตร ก้านใบยาว ๑-๒ เซนติเมตร

ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบหรือปลายกิ่ง เมื่อดอกบานใหม่ๆ เป็นสีขาว แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ดอกเป็นรูปแตรหลอดยาว ราว ๑ เซนติเมตร ปลายหลอดเป็นกลีบ ๕ กลีบ ปลายกลีบแบนมน ม้วนไปด้านหลัง มีเกสรตัวผู้ ๕ อัน ก้านเกสรตัวผู้ยาวพ้นปากดอกประมาณ ๑ เซนติเมตร ในแต่ละช่อดอกมีดอกย่อยอยู่รวมกันราว ๑๕-๒๕ ดอก ทยอยบานติดต่อกันหลายวัน ทำให้มีกลิ่นหอมอยู่ได้ราว ๗ วัน ดอกกันเกราเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรง และส่งกลิ่นไปได้ไกลที่สุดชนิดหนึ่ง แต่กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ไม่ฉุนจัดเหมือนดอกราตรีที่หอมแรง และส่งกลิ่นไปได้ไกลเช่นเดียวกัน ผลกันเกรามีขนาดเล็กประมาณ ๐.๖ เซนติเมตร เมื่อแก่มีสีแดง

กันเกรามีเนื้อไม้สีเหลืองอ่อน ละเอียด แข็ง ทนทาน ป้องกันปลวกได้ดี คนไทยรู้จักกันเกราเป็นอย่างดีทุกภาค เพราะเป็นต้นไม้พื้นบ้านดั้งเดิมที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยนี้เอง ในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ พ.ศ.๒๔๑๖ กล่าวถึงกันเกราว่า  "กันเตรา : ต้นไม้อย่างหนึ่ง แก่นทำเสาทนนัก ใช้ทำยาแก้โรคบ้าง มีอยู่ในป่า" น่าสังเกตว่าในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ เรียกกันเกราว่า กันเตรา แต่สุนทรภู่เรียกชื่อในนิราศพระบาทว่ากันเกรา เช่นเดียวกับในลิลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ภาคเหนือและอีสานเรียก มันปลา ภาคใต้เรียก ตำเสา หรือทำเสา ส่วนภาษาอังกฤษเรียก Tembusa

ประโยชน์ของกันเกรา

เนื่องจากกันเกราเป็นต้นไม้พื้นบ้านดั้งเดิมของไทย คนไทยจึงรู้จักคุ้นเคยและใช้ประโยชน์จากกันเกราหลายด้านด้วยกัน ด้านใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ตำราประมวลสรรพคุณยาไทยว่า ด้วยพฤกษชาติฯ ของโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ สำนักวัดพระเชตุพนฯ บรรยายสรรพคุณเอาไว้ว่า "แก่น : รสเฝื่อน ฝาด ขม เข้ายาบำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น แก้หืด ไอ มองคร่อ (โรคชนิดหนึ่ง เสมหะแห้งอยู่ในลำหลอดปอด) ริดสีดวง ท้องมาน แน่น หน้าอก ลงท้องเป็นมูกเลือด แก้พิษ ฝีกาฬ บำรุงม้าม แก้เลือดลมพิการ เป็นยาอายุวัฒนะ เปลือกบำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน" ในตำราบางเล่มมีสรรพคุณเพิ่มเติมคือ "บำรุงร่างกาย แก้ปวด ตามข้อ แก้ไข้"

นอกจากแก่นแล้ว เปลือกของกันเกราก็ใช้ทำยาได้ แต่สรรพคุณน้อยกว่าแก่น หลายตำราจึงไม่ได้เอ่ยถึงสรรพคุณของเปลือกเลย เนื้อไม้กันเกรานับเป็นเนื้อไม้ชนิดดียิ่งอย่างหนึ่ง เพราะมีสีเหลืองอ่อน เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทน ทานมาก ทนปลวกได้ดี ตกแต่งง่าย ขัดเงาได้งดงาม เหมาะสำหรับทำพื้นบ้าน ทำเสาเรือน (มีบรรยายไว้ใน หนังสืออักขราภิธานศรับท์ว่า "แก่น ทำเสาทนนัก" และชื่อในภาคใต้คือต้นทำเสา) ทำเครื่องเรือน ทำโลงศพของชาวจีน (หีบจำปา) เหมาะแก่การแกะสลัก เป็นต้น มีชื่อทางการค้าในภาษาอังกฤษว่า Anan แต่มีจำหน่ายในตลาดน้อย เพราะค่อนข้างโตช้า และไม่ขึ้นเป็นป่าพื้นที่กว้างใหญ่เหมือนไม้เศรษฐกิจชนิดอื่น

ในประเทศไทยถือว่ากันเกราเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง แม้ไม่ระบุให้ใช้ปลูกรอบบ้านเรือนที่อยู่อาศัย แต่ใช้เป็นไม้เสาเข็มในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร ซึ่งเสาเข็มนี้มีไม้ ๙ ชนิด ไม้กันเกราเป็นไม้มงคลอันดับที่ ๓ เชื่อว่ากันเกราช่วยปกป้องคุ้มครองและป้องกันภยันตรายต่างๆ ได้ กันเกราเป็นต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบ รูปทรงพุ่มงดงาม กล่าวคือ เมื่อยังไม่โตเต็มที่ทรงพุ่มเป็นรูปกรวยปลายมน เมื่อโตเต็มที่แล้วทรงพุ่มค่อนข้างกลม ใบเขียวเข้มเป็นมัน ปลูกง่ายแข็งแรงทนทาน เหมาะปลูกในบริเวณบ้านหรือที่สาธารณะ ประกอบกับดอกที่มีกลิ่นหอมแรง ส่งกลิ่นไปไกล ทั้งยังหอมสดชื่นไม่ฉุน จึงน่าปลูกอย่างยิ่ง แม้กันเกราจะค่อนข้างโต้ช้า แต่หากผู้ปลูกเอาใจใส่บ้างพอสมควรก็จะได้ชื่นชม รูปทรง ร่มเงา และกลิ่นหอม ภายในเวลาไม่เกิน ๑๐ ปี แล้วหลังจากนั้นก็จะได้รับคุณค่าดังกล่าวจากกันเกราไปอีกนานแสนนาน

ขอขอบคุณสำหรับภาพจาก : ไม้ต้นประดับ, คู่มือคนรักต้นไม้


การเพาะกันเกรา : กับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ภาคภูมิใจ
การเพาะกันเกราไม่ยากอีกต่อไปแล้วหลังจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกล้วยไม้ไทย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้ค้นพบวิธีการโดยนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้าน (Wisdoms) ผสมผสานกับวิชาการ ผลที่ได้จึงไม่มีปัญหาอีกต่อไป เมื่อวานผมได้รับข่าวทางโทรศัพท์ จากหมายเลข 089-9454134 แจ้งว่าเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมาทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกล้วยไม้ไทย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีความภาคภูมิใจมากที่ได้ถูกรับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรหลักในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเพาะพันธุ์พืชป่า ซึ่งประกอบไปด้วย เฟิร์น กล้วยไม้ และกันเกรา จากสำนักงานป่าไม้เขตจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจัดขึ้นที่สถานีส่งเสริมและอนุรักษ์ฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม จังหวัดอุบลราชธานี

ภูมิใจอย่างไร ? คุณรำพึง แก้วเขียว "พันธมิตรทางวิชาการ" ประธานกลุ่มฯ เล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นว่าที่ภูมิใจเพราะว่าคนที่มาร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ มีแต่พนักงาน และข้าราชการ ตนเองเป็นเพียงเกษตรกรตาดำๆ คนหนึ่งเท่านั้น แถมก็น้อยด้วยคุณวุฒิ ที่ได้มีโอกาสเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดความรู้ และทุกคนมีความสนใจมากเป็นพิเศษในเรื่องของเทคนิคการเพาะพันธุ์กันเกรา ที่ประชุมบอกว่าเป็นความรู้ใหม่ ยังไม่เคยได้ยิน และเคยเห็นที่ไหนทำมาก่อน "เป็นชุดความรู้หนึ่งเดียวในโลก"

จัดการความรู้อย่างไร คุณรำพึง เล่าให้ฟังต่อว่าหลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (share & Learned) เทคนิคการเพาะกันเกรากับผมไปเมื่อปีก่อนโน้น จึงนำไปปฏิบัติดู (Learning by Doing) ปรากฏว่าได้ผลดีมาก กันเกรางอกดี และโตเร็ว กรมป่าไม้จึงมีความสนใจที่จะนำความรู้ไปใช้ในการขยายพันธุ์ต่อไป จึงมาขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย จากนั้นตนเองจึงได้เล่าประสบการณ์การเพาะกันเกราให้ฟังว่า

1.ปกติกันเกราจะออกดอกหอมโชยชื่น ประมาณเดือนเมษายน – พฤษภาคม ของทุกปี แล้วผลจะสุกแก่เต็มที่ประมาณเดือน กันยายน – พฤศจิกายน ของทุกปี

2. เก็บเมล็ดที่สุกแดงเต็มที่มาบีบเอาเมล็ดที่มีสีดำ หมักทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 – 3 คืน

3. นำเมล็ดมาล้างน้ำ และทำความสะอาดให้เรียบร้อย จึงนำไปผึ่งไว้ในร่มประมาณ 2-3 วัน จึงนำเก็บในตู้เย็นประมาณ 5 องศาเซลเซียส พักเอาไว้ประมาณ 1 เดือน เพื่อทำลายการพักตัวของเมล็ด

4. การเพาะเมล็ด (เพาะได้ตลอดปี) สามารถเพาะได้ทั้งในตระกล้า และในแปลงแต่หากอยู่ในแปลงต้องเตรียมดินให้ละเอียด คลุกด้วยขี้เถ้าแกลบ หรือขุยมะพร้าว เพื่อช่วยในเรื่องของการระบายน้ำและอากาศ หากเป็นตระกล้าให้เอาดินกับวัสดุเพาะดังกล่าวผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันกับดินในท้องที่ อัตราส่วน 1:1 ส่วน

5. นำเมล็ดมาหว่าน หรือโรยเป็นแถวบางๆ

6. นำเอาดินที่คลุกส่วนผสมโรยทับเมล็ดบางๆ รดน้ำให้ชุ่ม

7. ทำเป็นกระโจมด้วยพลาสติกใสเพื่อรักษาความชื้น และให้มีอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เมล็ดกันเกราจะเริ่มงอก และเลี้ยงต่อไปในกระโจมที่มีแสงผ่านแบบรำไรจะทำให้กันเกราโตเร็ว

8. เมื่อต้นสูงประมาณ 5-10 ซม. จึงแยกลงถุงปักชำต่อไป

ความภูมิใจ นี่จึงเป็นความภูมิใจของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านกล้วยไม้ไทย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี อย่างแท้จริงหลังจากที่ร่วมเรียนรู้เรื่องนี้กันมากว่า 3 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จ และมีคนให้ความสำคัญในการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพราะต้นกันเกรา หรือภาคใต้เรียกต้นตำเสา เป็นไม้มงคลที่ผู้คนทั่วไปมีความสนใจในการหาไปปลูกตามบ้านเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล แต่มีวิธีการขยายพันธุ์ที่ยาก แถมยังโตช้าอีกต่างหาก แต่ ณ วันนี้เราเรียนรู้ได้สำเร็จแล้ว
ขอบคุณครับ

อุทัย อันพิมพ์

30 ธันวาคม 2549


กันเกรา

ชื่อวิทยาศาสตร์            Fagraea fragrans Roxb.

วงศ์                          LOGANIACEAE Fagraea fragrans Roxb.

วงศ์                          LOGANIACEAE

ชื่ออื่น ๆ                     มันปลา , ตำเสา , มะซู

 

          ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 15 - 25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึกไม่เป็นระเบียบ ใบ เดี่ยวออกตรงกันข้าม   แผ่นใบรูปมนขนาดกว้าง 2.5 - 3.5 เซนติเมตร ยาว 8 - 11 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือยาวเรียว ฐานใบแหลม โคนมน ดอก เริ่มบานสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลิ่นหอม ผลกลมเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  6 มม. สีส้มแล้วเปลี่ยนไปเป็นสีแดงเลือดนกเมื่อแก่เต็มที่  

มีเมล็ดขนาดเล็กเป็น จำนวนมาก

นิเวศวิทยา ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้น และตามที่ต่ำ ที่ชื้นแฉะใกล้น้ำ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

ออกดอก เมษายน - มิถุนายน   เป็นผล มิถุนายน - กรกฎาคม

ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด
          ก่อนเพาะ  นำเมล็ดแช่ในน้ำร้อน 80 - 90 องศาเซลเซียส แล้วผึ่งให้เย็น 16 ชั่วโมง นำไปแช่น้ำเย็น ทิ้งไว้ข้ามคืน เมล็ดจะดูดน้ำเข้าไปพร้อมที่จะงอก นำเมล็ดไปหว่านลงในแปลงเพาะแล้วย้ายชำกล้าใน

ภายหลัง  การหว่านเมล็ดควรให้เมล็ดอยู่ใต้ผิวดิน 3 - 5 มิลลิเมตร  

รดน้ำให้ชุ่ม เมล็ดจะงอกภายใน  1 - 2 สัปดาห์  ประโยชน์ เนื้อไม้สีเหลืองอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทนทาน ใช้ในการก่อสร้าง นิยมใช้ทำเสาเรือน แก่นมีรสฝาดใช้เข้ายาบำรุงธาตุ แน่นหน้าอก เปลือกใช้บำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง  นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

23/06/2552 (update 15/08/2552)


นิเวศวิทยา ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้น และตามที่ต่ำ ที่ชื้นแฉะใกล้น้ำ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

ออกดอก เมษายน - มิถุนายน เป็นผล มิถุนายน - กรกฎาคม

ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด

วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด นำลูกไม้มาขยำให้เละ เพื่อให้เมล็ดไม้หลุดออกจากเปลือก แล้วนำไปแช่น้ำไว้ประมาณ 18 ชั่วโมง ขยำอีกครั้งเพื่อให้เละยิ่งขึ้นก่อนจะหว่านลงแปลงเพาะ

ข้อสังเกตและผลการทดลอง    1.   เมล็ดจะเริ่มงอกเมื่อเวลาประมาณ 30-40 วัน
                                                       2.   เมื่อต้นกล้าอายุ 3 เดือน กล้าไม้จะมีความสูงประมาณ 2 นิ้ว - 2.5 นิ้ว สามารถย้ายลงถุงเพาะชำได้

ประโยชน์ เนื้อไม้สีเหลืองอ่อน เสี้ยนตรง เนื้อละเอียด เหนียว แข็ง ทนทาน ใช้ในการก่อสร้าง ทำเสาเรือน ไม้กระดานปูพื้น แก่นมีรสฝาด ใช้เข้ายาบำรุงธาตุ แน่นหน้าอก เปลือกใช้บำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง ปลูกเป็นไม้ประดับ


 
 
 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): กันเกรา
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 25 กันยายน 2552 10:44 แก้ไข: 25 กันยายน 2552 10:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
คุณไก่ [IP: 171.97.1.113]
07 มีนาคม 2560 15:00
#105931

กันเกรา กันเกรา จำหน่ายกล้าพันธุ์ไม้กันเกราสายพันธุ์ดี จากทีมงานเพาะพันธุ์กล้าไม้มืออาชีพที่มีประสพการณ์สูง

ราคาไม่แพง จำหน่ายทั้งปลีกและส่งทั่วประเทศ ผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั่วประเทศกว่ายี่สิบปี

สนใจติดต่อคุณไก่ 095-4654546

ID line kai54654546

Email nangpaya@hotmail.com

ชมผลงานและคุณภาพกล้าพันธุ์ไม้ได้ที่ www.takuyak.com

หรือที่แฟนเพจ คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้

หรือชมคลิปที่ www.youtube.com ช่อง ชัยชนะ เสือเพ็ง

หรือที่แฟนเพจ ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกไม้พะยูงแห่งประเทศไทย

Ico48
คุณไก่ [IP: 171.97.120.149]
12 ตุลาคม 2561 09:07
#108216

คลิปนี้เป็นการนำเสนอความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำสวนป่าเศรษฐกิจ

ในกลุ่มไม้ประเภท ก.

พะยูง สป.3 ตอนที่16 (พะยูงไหหลำ-เวียตนาม ความจริงที่รู้แลัวต้องช็อค!.)

https://www.youtube.com/watch?v=ELqAwNKz-94&feature=share

สนใจกล้าพันธุ์ไม้ติดต่อ คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้ รวมทั้งตัวแทนและสาขาทั่วประเทศ

โทร. 0954654546 0946465654

www.takuyak.com

ID.Line : 0954654546, kai54654546

www.youtube.com ช่อง ชัยชนะ เสือเพ็ง

Page: คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้

Page: ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกพะยูงแห่งประเทศไทย

ใบทะเบียนพาณิชย์กิจ เลขที่36501005xxxxx?

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.234.13.175
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ