นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

pjo talk
Ico64
Jhayanin Oui Prachyanusorn
อาจารย์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 1793
ความเห็น: 4

ทศวิบัติของการจัดการฯ

การปฏิบัติของผู้นำระดับสูงขององค์การหลายประการ เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการฯ

การปฏิบัติ 10 ประการที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อผลสำเร็จของการจัดการฯ ในหน่วยราชการ เน้นที่พบเห็นอยู่ทั่วไป หน่วยราชการ ควรที่จะหมั่นตรวจสอบ และ "กำจัดจุดอ่อน" เหล่านี้เสีย ..... ต่อไปนี้ จะเป็นสรุปบทความ ซึ่งเนื้อหาในบทความนี้ เขียนเพื่อประเด็นการจัดการความรู้ แต่สามารถใช้ได้ในกระบวนการของการจัดการอื่นๆได้เป็นอย่างดี    

ศาสตราจารย์ วิจารณ์ พานิช ได้เขียนบทความเรื่อง "ทศวิบัติของการจัดการความรู้ในหน่วยราชการ" (3 ม.ค. 2548) ในโครงการเสวนาเล่าเรื่องและให้ความรู้ เรื่อง "การจัดการความรู้" ม.สงขลานครินทร์ 2548 เป้าหมายผู้เข้าฟัง 680 คน ระยะเวลา 9 ครั้งตั้งแต่ 16 ก.พ. ถึง 15 มิ.ย. สรุปสาระของบทความ ดังนี้

วิบัติที่ 1  ภาวะผู้นำที่พิการหรือบิดเบี้ยว

    ในกรณีนี้ คำว่า "ผู้นำ" หมายถึง ผู้ที่ค้นหาและทดลองวิธีการใหม่ๆในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ

วิบัติที่ 2  วัฒนธรรมอำนาจ

    คนที่ทำงานตามวัฒนธรรมอำนาจจนเคยชิน ศักยภาพในการเรียนรู้และสร้างสรรค์จะหดหายไป ทางการแพทย์เรียกว่า disuse atrophy (หดไปเพราะไม่ได้ใช้งาน)

วิบัติที่ 3  ไม่ให้คุณค่าต่อความแตกต่างหลากหลาย

    องค์การที่เน้น "เอกภาพ" ภายใต้หลักการว่า ทุกคนในหน่วยงานจะต้องมีวิธีคิดแบบเดี่ยวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เห็นพ้องกับผู้บังคับบัญชา"

วิบัติที่ 4  ไม่เปิดโอกาสให้ทดลองวิธีการทำงานใหม่ๆ

    องค์กรที่เน้นการทำงานตาม "แบบฉบับ" ตามกฏระเบียบที่ปฏิบัติต่อๆกันมา บ้างก็อ้างผู้ใหญ่

วิบัติที่ 5  ไม่รับรู้ความเปลี่ยนแปลงภายนอก

    ที่จริง ไม่มีใครไม่รับรู้ความเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่การรับรู้ในลักษณะ "ตั้งอยู่ในความประมาท" คือไม่ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลกระทบต่อตน

 

วันนี้ขอแค่ 5 ลักษณะวิบัติ แค่นี้ผมก็รู้สึกว่าแย่มากแล้ว ที่พบว่ามีคนลักษณะนี้ในองค์กร โดยเฉพาะเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสูง

แล้วผมจะนำมาเล่าต่อ

ขอ comment จากท่านผู้อ่านด้วยนะครับ

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 03 กรกฎาคม 2551 16:12 แก้ไข: 03 กรกฎาคม 2551 16:59 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Ms.Humble [IP: 118.173.146.175]
03 กรกฎาคม 2551 22:51
#31743

^-^ โดนใจมากเลยค่ะอาจารย์ ในฐานะคนทำงานน้องใหม่ไม่เกินห้าปีของ ม.อ.คนหนึ่ง ขอแสดงความเห็นดังนี้ค่ะ

หลายหน่วยงาน/คณะ กำลังเจอปัญหาเรื่อง "คนไหล" คือ คนทำงาน (โดยเฉพาะน้องใหม่ 1-2 ปี) ไหลออกไปสมัครคณะอื่น/ที่อื่น โดยมีความพยายามอย่างไม่ลดละ คือ สมัครไปเรื่อย ลาป่วยไปสอบอยู่บ่อยๆ

เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยหลังจากที่ออกไปแล้ว ทราบว่า

ส่วนใหญ่ เด็กไม่รู้ว่าเข้ามาทำงานแล้วมี JD อะไรชัดเจน (หลายคนต้องไปทำงานที่ไม่ตรงกับตอนที่สอบเข้ามา) หรือ career path ไม่ชัด  ไม่มีการแนะนำ สอนงาน หรือชี้ให้เห็นเส้นทางการทำงานในองค์กร เมื่อเกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาด ถูกหัวหน้าตำหนิอย่างไม่มีเหตุผล  หรือไม่แสดงความรับผิด กลับโทษลูกน้องฝ่ายเดียว เป็นต้น

การที่ สกอ. มีตัวบ่งชี้ที่พูดถึงอัตราการเข้าออกของบุคลากร น่าจะเป็นสัญญาณบอกให้เรารู้ว่า เราควรใส่ใจกับเรื่องพวกนี้กันได้แล้ว ฝ่ายบุคคลหรือหน่วยการเจ้าหน้าที่ต้องทำงานมากกว่าการเป็นเจ้าหน้าที่บุคคล คือต้องดูเรื่องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยค่ะ  และที่สำคัญควรทำงานเชิงรุก วิเคราะห์และหาทางแก้ปัญหากันมากกว่าการจะตำหนิผู้บริหาร หรือแม้แต่การส่งเสริมให้น้องใหม่ไปทำงานที่อื่น เพราะที่อยู่เดิม (ตัวเองรู้สึก) ไม่น่าอยู่

บางครั้งยังคิดเล่นๆ นะคะว่า ถ้าเราเอาบุคลากรระดับหัวหน้ามายืนเรียงกัน แล้วโหวตว่าอยากทำงานกับใครมากที่สุด บางทีคำตอบที่ได้อาจทำให้ผู้บริหารตกใจ หรือหากเป็นเอกชนเขาคงทบทวนว่าต้องดำเนินการพัฒนาอย่างเร่งด่วนหรือปรับเปลี่ยนโดยพลัน หรือการเป็น"ราชการ"ทำให้เราต้องบอกน้องๆ ว่า "ทำใจเถอะค่ะ อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็หางานที่อื่น" อยู่ร่ำไปคะ

หรือการเล่นเรื่องพวกนี้ มีแต่จะทำให้เจ็บตัว จึงควรอยู่เฉยๆ ปลอดภัยกว่า ไม่บาดเจ็บ ไม่แป๊ก และมีสองขั้นทุกปีดีกว่ากันคะ

 ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ จะรออ่านอีกห้าข้อที่เหลือนะคะ

 

Ico48
HR [IP: 172.28.91.10]
04 กรกฎาคม 2551 20:26
#31825

ถ้าเกิดว่า จุดอ่อน  นั้นไม่สามารถกำจัดออกได้  องค์จะทำยังไงค่ะ  .... 

ขอบคุณสำหรับ comment ทั้งสองครับ

มีคนกล่าวว่า "องค์กรเป็นสิ่งมีชีวิต" มีความรู้สึกร้อนหนาว กลัวตายด้วยเหมือนกัน ดังนั้น ถ้ากำจัดจุดอ่อนไม่ได้ สิ่งมีชีวิตนั้นก็ต้องปรับตัว เช่น จากที่เคยมีขนสวยงาม ก็คงต้องเปลี่ยนเป็นมีขนแข็งเป็นหนาม เป็นต้น นั่นก็คงทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นแสดงความรักได้ลำบากขึ้น

ดูตัวอย่างองค์กรขนาดยักษ์เช่นประเทศไทย เพราะไม่ยอมกำจัดสิ่งเลวร้าย ตอนนี้ จะทำงานอะไรก็ลำบากมาก มีกฎระเบียบและการตรวจสอบมากมาย จากสมัยเดิมที่ทำงานกันด้วยใจรัก-ใจบริสุทธิ

Ico48
HR [IP: 172.28.91.10]
09 กรกฎาคม 2551 19:38
#32064

ถ้า จุดอ่อนที่จะกลายพันธุ์เป็น วิบัติทั้ง 5  และเป็นระดับผู้นำ  สิ่งมีชีวิตในองค์กรก็ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด  ถ้าเกิดว่าการปรับตัวครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลให้องค์กรไปถึงจุดหมายขององค์กรเลย  ....  มีแต่จะหยุดนิ่งหรือถอยหลัง ....องค์กรนั้นต้องแย่แน่ๆเลยค่ะ  .... 

จากคำตอบของอาจารย์หนูกลับมองว่า กฎระเบียบและการตรวจสอบมากมาย นั้นแหละจะช่วยสกัด ควบคุม ให้สิ่งเลวร้ายในองค์กรขนาดยักษ์  ชะลอหรือหยุดลงได้

เห็นด้วยว่าแต่เดิมทำงานด้วยใจรัก-ใจบริสุทธิ์ แต่ด้วยการปรับตัวนี่แหละค่ะ  ทำให้ต้องรู้สึกว่าทำไปเพราะหน้าที่  "อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่  อยู่ไม่ได้ก็ต้องทน" ก็ต้องปรับตัวกันไปค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.200.21
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ