นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

pjo talk
Ico64
Jhayanin Oui Prachyanusorn
อาจารย์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2177
ความเห็น: 8

การบริหารแบบคลุมเคลือ

ปล่อยให้มันมั่วๆกันไปสักระยะหนึ่ง เดี๋ยวพอมันสงบ ทุกอย่างก็เป็นระบบระเบียบเอง ผู้บริหาร ม.อ. กำลังใช้วิธีบริหารแบบนี้ใช่หรือไม่

 Management by chaos การบริหารโดยใช้ความสับสนคลุมเครือ เป็นเทคนิคการบริหารที่แปลกๆ ที่ ม.อ. กำลังใช้อยู่ใช่หรือไม่

เราเคยได้ยินแต่เทคนิคการบริหารความสับสนคลุมเคลือ Chaos management มีตำราเรื่องนี้อยู่พอสมควร

ต่อไปนี้ เป็นคำที่มีความหมายคล้าย chaos

disorder, confusion, bedlam, anarchy, pandemonium, commotion, disarray, turmoil, madness, mess, unruliness

"From the dawn of science until just a few years ago the phenomenon of chaos was largely unknown. Now chaos is seen everywhere. Is chaos the exception or the rule?"  From Popular Lectures by J. C. Sprott

 

คุณคิดอย่างไรถ้าผมจะบอกว่า ปล่อยให้มันมั่วๆกันไปสักระยะหนึ่ง เดี๋ยวพอมันสงบ ทุกอย่างก็เป็นระบบระเบียบเอง ม.อ. หลายวิทยาเขต ผู้บริหารกำลังใช้วิธีบริหารแบบนี้ใช่หรือไม่

 

 A system normally has two choices of operational modes: stability or instability. In the stable mode, a disturbance will eventually converge back toward the system’s initial conditions. In the unstable mode, a disturbance will cause a progressive divergence away from initial conditions. Self-organizing systems operate in a third mode - between stability and instability - where optimal system performance can be achieved in a turbulent environment. This transition zone is known as the edge of chaos, "a region of bounded instability" in which there is "unpredictability of specific behavior within a predictable general structure of behavior."

 

ใครมีประสบการณ์ ช่วยยกตัวอย่างให้ด้วยครับ

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 ธันวาคม 2550 16:54 แก้ไข: 22 มกราคม 2552 08:52 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อันนี้คล้ายหลักการ fuzzy logic หรือเปล่าครับ

สวัสดีค่ะ สายฝนขอร่วมยกตัวอย่างด้วยคนนะค่ะ 

วิธีการแบบนี้น่าจะเป็นผู้บริหารใหม่ ที่มาจากหน่วยงานอื่น โดยที่เค้ายังไม่รู้ระบบ ระเบียบ วิธีการการทำงานในหน่วยงานใหม่สักเท่าไหร่ ก็เลยปล่อยให้มันมั่วๆ ไปสักระยะหนึ่ง เพื่อที่จะดูแนวทางการทำงานของแต่ละคนว่าแต่ละคนนั้นคิดอย่างไร แล้วโดยรับฟังความคิดเห็นของทุก ๆ คน ไม่ไปว่ากล่าวตักเตือนใด ๆ ทั้งสิ้น โดยการนำแบบมั่วๆ นั้นเป็นประสบการณ์ในระยะแรก ๆ ใช้มั้ยคะ

เมื่อรู้แนวทางแล้ว ก็จะนำที่มั่ว ๆ นั้น ไปพัฒนาต่อไปให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น โดยการเริ่มจาก 0 ไปเลื่อย ๆ จนกระทั่งทำให้ผู้บริหารเห็นความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ใช้มั้ยคะ

สวัสดีด้วยค่ะ

   อะกิ๊บคิดว่า Chaos management คือการบริหารความเปลี่ยนแปลงรูปแบบหนึ่งใช่ไหมค๊ะ อ.ชาคริต

ถ้า management = การทำให้สำเร็จ:-- แสดงว่าทุกการจัดการต้องมีจุดมุ่งหมาย

การจัดการ แบบ "ปล่อยให้มันมั่วๆกันไปสักระยะหนึ่ง เดี๋ยวพอมันสงบ ทุกอย่างก็เป็นระบบระเบียบเอง" จึงน่าจะเหมาะสมอยู่บ้างกับองค์กรที่ไร้ระเบียบ (Chaos) เพราะองค์กรประเภทนี้ ยิ่งจัดระเบียบยิ่งกระเจิง

 

ิ่่? สิ่งที่น่าจะำทำได้ คือ ไม่พยายามจัดการ ประมาณว่า ปล่อยใหสถานการณ์พาไป ?

มัวแต่คอยว่าจะมีคนเข้ามาแสดงความเห็นเพิ่มก็เลยไม่ได้รีบตอบ

ผมว่า management by chaos ไม่น่าจะคล้ายหลักการ fuzzy logic นา... เพราะ fuzzy logic เป็นเรื่องของการตัดสินใจปัญหาที่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ แล้วก็ตัดสินใจไป โดยอาศัยข้อมูลเท่าที่มี เชื่อประสบการณ์+ดวง และเสี่ยงทำ

ในเรื่องนี้ หลักการจริงๆ ที่เคยรู้ คือ chaos management (1) แต่ที่ผมเสนอคือ (2) management by chaos กรณีที่ อะก๊บ ว่า น่าจะเป็นสถานการณ์แบบ (1) ส่วนของ สายฝน ก็น่าจะเป็นตัวอย่างแบบ (2)

ในกรณี สายฝน  ผู้บริหารไม่มีประสบกการณ์ ก็เลยแกล้งทำฉลาดด้วยการไม่ทำอะไร ลูกน้องจะได้ไม่รู้ว่าโง่

แต่ที่ร้ายน่าจะเป็นกรณีที่ดูจะไร้ศีลธรรมทีเดียว หากผู้บริหารคนนั้นคิดว่า management คือการทำให้สำเร็จ -อย่างที่ ล.ลิงไต่หลังแกะว่า- และใช้ความฉลาดสร้างสถานการณ์ความสับสนไร้ระเบียบขึ้นมา เพียงเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตนตั้งไว้ เรื่องนี้เป็นเจตนา ไม่ใช่เพียงปล่อยให้สถานการณ์พาไป

Managemen by chaos ใช้ได้จริงหรือ บริหารใจเลวร้ายแบบนี้มีใน ม.อ. ด้วยหรือ

วันนี้ วันหยุดให้พักผ่อนหลังจากเมื่อวานไปลงคะแนนเลือกตั้ง เลยท่องไปอ่านเรื่องเพลินๆมาแบ่งปัน

เกียรติยศ เจริญโท ได้ดูหนังเรื่อง "Chaos" ใช้ชื่อภาษาไทยว่า "หักแผนจารกรรมสะท้านโลก"  โดยใช้ทฤษฎีความวุ่นวายมาเป็นธีมหลักของเรื่อง คลิกอ่านรายละเอียด

 

Ico48
pjo talk (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
28 กุมภาพันธ์ 2551 09:38
#22688

และแล้วความคลุมเคลือก็เริ่มต้นใช้งานได้

การประชุมแสดงข้อเสนอและขอความเห็นก็เริ่มขึ้น หลังจากมีการให้ข่าวสารแบบไม่ชัดเจนระยะหนึ่ง มีการซุบซิบจับกลุ่มย่อยคุยกันมากมาย และฝ่ายบริหารก็คอยจับทิศทาง เมื่อได้ทราบว่ามีผู้เห็นไปในทางที่ฝ่ายบริหารเห็นชอบ การจัดประชุมก็เริ่มขึ้น

การให้ข่าวสารไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ร่วมตัดสินใจมองเห็นปัญหาและสาเหตุไม่ตรงกัน คนที่มองปัญหาเป็นไก่ก็จะเสนอทางแก้ที่เหมาะกับไก่ ซึ่งเป็นทางแก้ที่มีเหตุผลดีมาก ในขณะที่บางคนมองเห็นปัญหาเป็นกุ้ง ก็จะมีทางแก้ที่มีเหตุผลดีมากสำหรับกุ้ง ถามว่า ทั้งสองฝ่ายนำเสนอความคิดความเห็นถูกต้องมีเหตุผลใช่รึไม่ ตอบว่า ทำได้ดีทั้งคู่ แล้วผู้บริหารจะตัดสินใจอย่างไร

การตัดสินใจของฝ่ายบริหารหลายคนคงทำโดยดูว่าฝ่ายใดมีเหตุผลมากกว่ากัน ฝ่ายใดทำให้เชื่อได้มากกว่า ก็จะตัดสินใจไปทางนั้น ตกลงฝ่ายบริหารก็คงจะตัดสินใจวิธีแก้ปัญหาแบบไก่ ฝ่ายไก่ก็คงยินดี ฝ่ายกุ้งก็คงยังกังขา เพราะคิดว่าแก้ไม่ถูกปัญหา พลังในการทำงานต่อไปก็จะไม่เป็นเอกภาพ

การบริหารด้วยความคลุมเคลือจึงมีความเสี่ยงสูงมาก

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ management by chaos ได้เริ่มใช้แล้วที่ มอ.สฎ. ขอให้ลองอ่าน blog "กรแสแห่งการบริหารและพัฒนาคน" โดยคุณ yuwadi ซึ่งลงเมื่อ 25 กพ. 51 และใน blog "เข้มแข็ง-พึงพึ่งพิง" (ของผมเอง) เรื่องความเข้มแข็งของคณะวิชา แล้วช่วยกันติดตาม อย่าดูอย่างเดียว ช่วยกันทำให้การใช้ยุทธวิธีนี้ประสบผลสำเร็จอย่างถูกต้องด้วย

 

 

Ico48
เกียรติยศ เจริญโท [IP: 58.137.35.33]
25 มกราคม 2553 10:37
#53332

เรียนอาจารย์ชญานิน ผมขออนุญาตร่วมแชร์ประสบการณ์ดังนี้ ครับ

แนวคิดการบริหารจัดการด้วยความโกลาหล นี้ ผมเองเพิ่งเคยได้ยินอาจารย์เรียกเป็นท่านแรกซึ่งต้องบอกตามตรงว่าโดนใจมากครับ และในทางบริหารจัดการทางธุรกิจผมเองก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน  แต่เมื่อพิเคราะห์ดูแล้วในทางการเมืองถูกนำมาใช้กันมากทั้งการเมืองในและต่างประเทศ  ความจริงแล้วความโกลาหลที่เกิดขึ้นตามทฤษฎีโกลาหลหรือ Chaos Theory นี้ดูเหมือนมันจะเกิดขึ้นด้วยความไร้ระเบียบแบบแผน(non-linear) หากแต่ความจริงแล้วมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีระบบระเบียบแบบแผน  และควบคุมได้ด้วยกฎของธรรมชาติ  จริงอยู่ว่าในทางทฤษฎีการบริหารจัดการเราอาจจะเคยได้ยินเรื่องการบริหารความสับสนคลุมเคลือ  ในขณะที่นักรัฐศาสตร์กลับนิยมเอาความโกลาหลนี้มาใช้เพื่อหาประโยชน์จากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น  และบางครั้งก็สร้างความโกลาหลนั้นขึ้นมาเสียเองเพื่อหาประโยชน์จากสิ่งที่ต้องการ  และเมื่อนักรัฐศาสตร์มาบริหารธุรกิจจะนำเอาทฤษฎีความโกลาหลมาใช้บ้างหล่ะ ที่ผมเริ่มต้นความเห็นว่าโดนใจกับคำศัพท์ของอาจารย์นั้นขอเรียนว่าผมได้พบกับการบริหารโดยการใช้ความโกลาหลมากับตัวเอง ปรกติเราจะเคยพบว่าในสำนักงานไหนๆ ก็จะมีการเมืองในสำนักงาน ผมเองก็เช่นกัน 16 ปีของการทำงานก็เพิ่งมาพบการผู้บริหาร(เจ้าของ)สร้างการเมืองขึ้นมาเองเพื่อจัดการกับปัญหาบางอย่าง  ผมเองก็งงงวยอยู่เหมือนกันว่าเจ้าของเค้าจะได้ประโยชน์อะไรจากการณ์นี้  เพราะเค้ามีสิทธิ์ขาดในการชี้เป็นชี้ตายทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากและซับซ้อน  กล่าวโดยสรุปว่าทฤษฎีการบริการจัดการโดยใช้ความโกลาหล น่าจะจัดให้เป็นแนวคิดใหม่อย่างเป็นทางการได้ในการบริหารจัดการโดยเฉพาะในทางธุรกิจ  เพียงแต่ผู้ที่เหมาะสมจะนำไปใช้น่าจะเป็นผู้ที่ไม่ได้มีสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว  หรือเป็นผู้บริหาร(ลูกจ้าง)มากกว่าเจ้าของคนเดียว  และที่สำคัญในการนำเอาทฤษฎีนี้มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมคือการกำหนดรูปแบบความวุ่นวายให้ชัดเจน และระลึกไว้เสมอว่าต้องการผลอะไรจากเหตุการณ์จะได้ไม่ร่วมวงโกลหลไปด้วย  และผลที่ต้องการรับนั้นก็ต้องไม่ใช่ผลทางตรงของมันด้วย  แต่จะเป็นผลที่รอฉกฉวยจากสิ่งที่ทุกคนไม่ได้คาดคิด

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.210.24.208
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ