ความเห็น: 0
องค์กรมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงด้วยการสนทนา
เราสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ได้ด้วยการเริ่มต้นหันมารับฟังกันและกัน สิ่งดีๆ หลายอย่างบนโลกนี้เริ่มจากการพูดคุยกันของคนเพียงไม่กี่คน หลายคนที่รู้จักเคนพูดว่า “เรื่องดีนี้เกิดขึ้นเมื่อฉันและเพื่อนๆ บางคนเริ่มพูดคุยกัน”
ผมรู้สึกถึงพลังของการพูดคุยที่สามารถก่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ ตลอดเวลาของการทำงาน ผมไม่เคยปล่อยโอกาสที่จะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น ไม่เคยที่จะประหยัดหวงความเห็น ผลที่ได้อย่างน้อยก็เป็นเรื่องของจิตใจ ผมเชื่อว่า คนทุกคนมีสิ่งที่ตนเองอยากพูด อยากบอก และอยากเล่าให้ผู้อื่นฟัง เพียงแต่ไม่มีโอกาสและวิธีการที่เหมาะสมในการถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ภายใน ทำให้การพูดคุยในชีวิตประจำวันของเรากลายเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตของเรา เราพูดคุยกันมากขึ้น แต่เรากลับเข้าใจกันน้อยลง นั่นเป็นเพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะ “คุยอะไร” และ “คุยอย่างไร
การพูดคุยเป็น อาจเริ่มจาก
๑. ยอมรับความเสมอภาคระหว่างกัน
๒. พยายามที่จะสนใจใคร่รู้ในเรื่องที่อีกฝ่ายพูด
๓. พูดให้ช้าลง เพื่อจะมีเวลาในการขบคิดและไตร่ตรอง
๔. ระลึกว่าการพูดคุยเป็นวิธีการใช้ความคิดร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติของมนุษย์
๕. ตระหนักว่าเราต่างต้องการความช่วยเหลือจากกันและกันเพื่อเข้าใจรู้จักกัน
๖. ตระหนักว่าอาจจะเกิดความสับสนวุ่นวายในการพูดคุยกันได้
เราอาจใช้รูปแบบของแนวสันติศึกษาทีเรียกว่า “สุนทรียสนทนา” (Dialogue) ซึ่งเป็นแนวคิดของเดวิด โบห์ม (David Bohm) หรือรูปแบบ “กลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยา” มาเป็นวิธีของการพูดคุยกันเพื่อการหาความรู้-แก้ปัญหา-ทำความเข้าใจกันได้
ในกิจกรรมที่เรียกว่า “กลุ่มการปรึกษาเชิงจิตวิทยา” (Group Counseling) การสนทนาประกอบด้วยสมาชิก 8-10 คน โดยมีผู้นำกลุ่ม (Group Counselor) เป็นผู้เอื้ออำนวยการสนทนา ผ่านทางประเด็นต่างๆ ที่ต้องการชวนให้สมาชิกได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยน โดยแบ่งมิติของการสนทนาออกเป็น 4 มิติ คือ การเปิดเผยตนเองของสมาชิก (Disclosure) การมีปฏิสัมพันธ์กันของสมาชิก (Interaction) การงอกงามเติบโตของสมาชิก (Growth) และการแก้ไขปัญหาของสมาชิก (Counseling) ซึ่งมิติทั้ง 4 สอดประสานกันอยู่ในการสนทนา
บทเรียนที่ ม.อ. สฎ. ซึ่งเริ่มเมื่อสองสามปีที่แล้ว ด้วยหลักการที่ตรงข้ามกับวิธีการที่กล่าวแล้วข้างต้นทั้งหกข้อ ได้ส่งผลเป็นการทำงานที่ไม่มีชีวิตชีวา และกำลังขยายความขัดแย้งซ่อนลึกมากขึ้น ทั้งความขัดแย้งในตัวเองที่แสดงออกด้วยความไม่เคารพตนเอง ความขัดแย้งระหว่างบุคคลด้วยการปลีกตัว และความขัดแย้งระดับองค์การ (ตอนนี้ ได้ข่าวซุบซิบว่า กำลังจะขับไล่ ฯ โดยฝ่ายถูกขับไล่จะตั้งป้อมสู้)
บทเรียนของประเทศไทยวันนี้ก็เช่นกัน ทิฏฐิมานะ ความหลงผิด ความหลงในตนและในคนบางผู้ หากผู้หลงเหล่านั้นจะยอมเปิดหูเปิดใจมาพูดคุยกัน เชื่อว่าสันติความสุข และความเจริญจะกลับมาโดยง่าย
เมื่อคนเป็นทุกข์เปรียบเสมือนเขากำลังเดินอยู่ท่ามกลางโลกที่มืดมิด การสนทนาจะเสมือนการนำทางผู้นั้นออกจากที่มืดไปสู่ที่สว่าง โดยอาศัยการพูดคุยจึงเป็นวิธีช่วยเหลือและเยียวยาผู้คนอย่างหนึ่ง
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « องค์กรมีีชีวิต (พ1)
- ใหม่กว่า » ความชั่วเล็กน้อย ความดีเล็กน้อย

กำลังเรียกข้อมูล กรุณารอสักครู่ ...
ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้