นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
Network
Members · Following: 0 · Followed: 0

อ่าน: 4338
ความเห็น: 14

อยู่อย่างไร? เมื่อเกิดวิกฤตศรัทธาในตัวเจ้านาย

การเป็นเจ้านายให้เป็นจึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์คือ ความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองเป็นเพื่อให้ลูกน้องยอมรับในความรู้ และมีศิลปะในการผูกใจลูกน้อง นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ใจต้องซื้อด้วยใจ ใจต้องแลกด้วยใจเท่านั้น เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียงที่หาให้นั้น ได้มาก็ดี แต่ดีที่สุดคือต้องให้ได้ใจ

     มีน้องชายที่แสนดีคนหนึ่งส่งบทความนี้มาให้อ่านเมื่อนานมากแล้ว เลยอยากให้ทุกๆ คนได้อ่านกัน

อยู่อย่างไร? เมื่อเกิดวิกฤตศรัทธาในตัวเจ้านาย  
โดย ถนอมจิต คงจิตต์งาม 25 พฤศจิกายน 2549 11:37 น.
1 วันมี 24 ชั่วโมง
แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือน ต้องบอกว่า เกือบ 24 ชั่วโมงนั้นยกให้ที่ทำงาน ยิ่งถ้านับเวลา
เดินทางเข้าไปด้วย ต้องใช้เวลาอยู่กับที่ทำงานมากกว่าครอบครัวเสียอีก
               
ถึงจะเป็นมนุษย์ที่ขี้เกียจเป็นที่สุด แต่เช้าขึ้นมาก็ต้องตะเกียกตะกายออกไปทำงาน เพราะ

ขืนไปไม่ทันเดี๋ยวโดนไล่ออกได้ บางคนพ่อแม่จะตายยังต้องภาวนาให้ประวิงเวลาสิ้นลมไว้

ก่อน เพราะยังทำงานให้บริษัทไม่เสร็จ
      คนที่โชคดีที่สุดในยุคนี้คือ ได้อยู่ในที่ทำงานที่แวดล้อมด้วยตัวการงานที่พอใจ มีเพื่อน
ร่วมงานที่ดี มีเจ้านายที่มีคุณสมบัติให้ลูกน้องรักใคร่ศรัทธา คืออยู่ในที่ทำงานแล้วมีความสุข
      ในที่ทำงาน "เจ้านาย"เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามาอยากทำงานหรือไม่เพราะเป็นผู้มี
อิทธิพลที่ดลบันดาลให้สถานที่ทำงานอันใหญ่โตหรูหรากลายเป็นโรงงานนรก
และสามารถ
แปรเปลี่ยนลูกน้องให้มีสภาพเป็นทาสได้ภายในพริบตา
      ดิฉันได้ฟังเรื่องราวประเภทลูกน้องนินทานายมาโดยตลอด เป็นการพาดพิงแบบครบรส 
มีทั้งชื่นชม ชิงชัง ออกแนวขบขัน ผสมขมขื่น มากน้อยต่างกันไปตามแต่ละองค์กร
      น้องๆ ในแวดวงสื่อมวลชนแอบนินทาหัวหน้าข่าว ว่าไม่เคยสั่งงาน ไม่เคยอ่านข่าวฉบับ
อื่น มาสายเป็นประจำ ไม่เคยรู้เลยว่าชาวบ้านเขาไปถึงไหนกันแล้ว ไม่เคยช่วยพัฒนาทั้งงาน
เขียน ทั้งตัวนักข่าว ไม่เคยสนใจว่าคนที่อยู่ในพื้นที่เดือดร้อนเพราะการเขียนข่าวแบบเอามันส์
ของหัวหน้า
      เพื่อน ๆ พี่ ในแวดวงข้าราชการสุดเซ็งกับเจ้านายที่ได้ตำแหน่งมา เพราะมีคุณสมบัติแค่
อาวุโส เข้าทำนอง แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน อยู่ในวังวนของความเฉื่อยชา เชื่องช้า
แล้วเรียกตัวเองว่าเป็นคนสุขุม ไปประชุมที่ไหน ลูกน้องแทบจะเอาปี๊บคลุมหัว อับอายวิสัย
ทัศน์แต่ละอย่างที่เอ่ยเอื้อนออกมา นั่งเป็นหลับ ขยับเป็นกิน
      ส่วนความยุติธรรมไม่ต้องพูดถึง เกิดมาไม่เคยรู้จัก รู้แต่รักใคร ชอบใครดีจริงหรือไม่ ไม่
สำคัญ เลื่อนขั้นให้ไว้ก่อน
      ส่วนพวกภาคเอกชนก็ยอมน้อยหน้า เอาแต่ดัชนีเคพีไอขึ้นสมอง คิดแต่ตัวเลขขาดทุน 
กำไร มองเห็นคนเป็นแค่เครื่องจักรปั๊มเงิน ไม่เคยเรียนรู้คำอื่นนอกจากการตั้งคำถามไล่บี้ลูก
น้องว่าทำไม ทำไม แต่ไม่เคยถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกัน
      ออกกฎกติกามารยาทนับร้อย นับพันข้อให้ปฏิบัติ ราวกับอยู่กันในยุคที่มนุษย์ยังใช้หัวคิด
เองไม่เป็น
      มาสายเพราะน้ำท่วมซอย กินข้าวเที่ยงกลับช้าไม่กี่นาทีถูกตัดเงิน แต่พอถึงปีบอกโบนัส
คิดไม่ทัน ส่วนเงินเดือนเศรษฐกิจไม่ดีปีนี้ให้รอก่อน
      บริษัทจน ผู้บริหารรวยเอา รวยเอา ถอยป้ายแดงเป็นว่าเล่น ลูกน้องบริษัทประเภทนี้ เลยมี
บุคลิกเหมือนกันคือต้องแลบลิ้นเลียปาก อาศัยน้ำลายช่วยป้องกันเหงือกแห้ง ปากแห้ง
      ในบรรดาประเภทที่ว่ามา มนุษย์เงินเดือนสรุปกันว่ายังไม่ร้ายเท่ากับ เจ้านายที่เห็นลูกน้อง
เป็นคู่แข่งของตัวเอง
      สมัยโบราณ เมื่อมีการทำศึก แม่ทัพก็ต้องมีขุนพลคู่ใจที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ คือต้อง
เก่งกาจชนิดหาจับยาก รบร้อยครั้งถึงจะชนะร้อยครั้ง
      รู้ว่ามีนักปราชญ์ราชบัณฑิต คนดี มีปัญญาอยู่ที่ไหน จะต้องส่งเทียบเชิญมาไว้เป็นที่
ปรึกษา จะได้ไม่ต้องไปตั้งต้นเรียนด้วยตนเองทุกเรื่อง แค่รู้จักใช้คนให้เป็นก็เพียงพอแล้ว
      โลกเปลี่ยนไป วิธีคิดของคนกับผู้ใต้บังคับบัญชาก็เปลี่ยนไปด้วย
      ให้สังเกตดูว่า เจ้านายสมัยนี้ มีหน้าที่หลักอยู่ 2 อย่างคือคอยจับผิดกับคอยโยนความผิดให้
ลูกน้อง
      มีลูกน้องเก่งๆ ระดับดอกเตอร์ชั้นหัวกะทิกลับกลัวจะดังกว่า คอยนั่งจับผิด ไปไหนทำ
อะไร ขอดูตารางเวลาให้ละเอียด จะพูดอะไรที่ไหนห้ามเด็ดขาด กลัวพูดแล้วดีกว่า เดี๋ยวเข้าตา
กรรมการมากกว่า
      แทนที่จะเรียนรู้วิธีสร้างต้นรักให้ลูกน้องจงรักภักดี ยอมเอาความรู้ที่มีมาทำงานให้ตัวเอง 
มัวแต่เอาเวลาไปคอยจับผิด เข้าทำนองเห็นลูกน้องนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ส่งเอ็มเอสเอ็น ก็หาว่า
อู้งาน แทนที่จะคิดว่าเขาฉลาดรู้จักเรียนรู้โลกภายนอก รู้จักใช้การสื่อสารที่ประหยัดเงิน
ประหยัดเวลา
      แทนที่จะคิดทางบวกจะใช้เขาให้เหมาะกับงานอย่างไร กลับใช้อำนาจวาสนาบารมีคอย
เหยียบย่ำทำลายให้ย่อยยับ
      ในชีวิตแต่ละคนล้วนต้องมีลูกน้องทั้งนั้น จะเป็นยาม เป็นภารโรงก็ยังต้องมีผู้ช่วยใน
สังกัดซึ่งคือลูกน้อง
      การเป็นเจ้านายให้เป็นจึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์คือ ความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองเป็นเพื่อให้
ลูกน้องยอมรับในความรู้ และมีศิลปะในการผูกใจลูกน้อง
      นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น  ผู้บริหารที่จะประสบความ
สำเร็จต้องมีทีมงานเบื้องหลังที่เป็นกระบี่มือหนึ่งในแต่ละสาขาถึงจะทำอะไรได้สำเร็จ
      ใจต้องซื้อด้วยใจ ใจต้องแลกด้วยใจเท่านั้น เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียงที่หาให้นั้น ได้มาก็
ดี แต่ดีที่สุดคือต้องให้ได้ใจ
      ดิฉันโชคดีได้ทำงานใกล้ชิด คนที่มีวุฒิภาวะเพียงพอ เลยมีโอกาสได้เห็นตัวอย่างดีดี ได้
วิธีคิดที่ไม่มีสอนในตำรามากมาย เช่น เมื่อมีข้อผิดพลาดในองค์กร คนแรกที่ต้องผิดคือเจ้านาย
ถ้าเป็นภาคเอกชน ภาคธุรกิจ เจ้าของคือคนแรกที่ผิด แค่ลูกน้องพูดไม่ดีกับลูกค้า เจ้าของก็ผิด
แล้ว คือผิดที่ไม่รู้จักสั่งสอนเด็ก
      ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง เจ้านายต้องเป็นฝ่ายผิดเสมอ ต้องคิดแบบเจ้าของไม่ใช่ลูกน้อง
ทำผิดก็กล่าวหาว่าเป็นเพราะเรียนน้อย ด้อยสติปัญญา ต้องจับดองไว้ใต้ถุนแผนก
      หน้าที่ของเจ้านายคือช่วยอำนวยความสะดวกในทุกวิถีทางให้ลูกน้องทำงานได้สำเร็จ ติด
ขัดตรงไหนต้องช่วยจัดการ ไม่ใช่มองข้อเสนอของลูกน้องเป็นข้อกล่าวหา
      แทนที่จะมองเป็นการแสดงความเห็น กลับกลายเป็นมองว่าพูดเพื่อเรียกร้อง                
       คำสามคำที่ดิฉันจำแม่น และถูกฝังหัวมาตลอดให้ปฏิบัติกับคนอื่น คือ น้ำใจ น้ำคำ น้ำเงิน 
      ต้องมีน้ำใจกับลูกน้อง ถามไถ่ทุกข์สุข ครอบครัวเขาเป็นอย่างไร มีลูกกี่คน ลำบาก หรือ
สับสนในชีวิตแค่ไหนต้องใส่ใจ
      มีน้ำใจอย่างเดียวไม่พอ ถ้าเป็นลูกหลานในบ้านคิดแค่ครั้งสองครั้งก็พูดได้ แต่ก่อนพูดกับ
ลูกน้อง ต้องคิดสามตลบ ชมเชยต้องให้คนอื่นได้ยิน ตำหนิต้องเชิญมาให้คำแนะนำกันสองต่อ
สอง อาศัยฐานของความเมตตาเป็นที่ตั้ง
      เหนือสิ่งอื่นใด ต้องดูแลเรื่องน้ำเงิน ไม่ใช่เอาแต่พูดจาดีหลอกล่อใช้งานจนหัวปักหัวปำ 
เป็นทาสในเรือนเบี้ย ทำงานมาหลายสิบปีจนแก่งั่ก ที่นอนยังไม่มีให้ซุกหัว เจ็บป่วยเป็นไข้เงิน
จะรักษาตัวยามตกทุกข์ก็ยังไม่มี
      แต่ละปีคุยอวดสื่อกำไรเป็นร้อยล้านพันล้าน กะอีแค่จะเอาเศษเงินหลักล้านมาแบ่งให้ลูก
น้องบ้างเถียงกันเป็นปี กลัวสบายน้อยลง
       ศาสตร์แห่งการใช้คน ต้องยกให้นักการเมือง สังเกตไหม แม้จะแก่เฒ่า เรียนต่ำเรียนสูงไม่
สำคัญ แต่เก่งในเรื่องศิลปะการครองใจคน มีที่ปรึกษาระดับดอกเตอร์ชั้นหัวกะทิ เดินตามหลัง
เต็มไปหมด
      การมีคนหนุ่มที่ยอมซูฮกคนแก่ด้วยความนับถือในประสบการณ์ ศรัทธาในคุณธรรมนั่น
แหละคือศิลปะการใช้คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ฟังความแล้วเลยสงสาร เพื่อนพ้องน้องพี่ที่ต้องอยู่ในวังวนของคนที่สักแต่ว่า มีตำแหน่ง
ให้เรียกว่า เจ้านาย จะว่าเป็นเจ้านายป้ายแดง ประเภทมือใหม่หัดขับก็ไม่ใช่ เพราะตัวเลขอายุก็
ไม่ใช่น้อย มีประสบการณ์ผ่านงานกันมาแล้วทั้งนั้น
      แต่เป็นเจ้านายมือไม่ถึงเสียมากกว่า ไม่ถึงทั้งศาสตร์ทั้งศิลป์ และคุณธรรมเบื้องต้น รู้ว่า
ควรทำอะไรก็ไม่สนใจศึกษา แต่ดิฉันว่า การศึกษายังน้อยกว่า คุณธรรมเบื้องต้นที่มีอยู่ในตัว
      คนเราไม่มีหลักธรรมนำทาง คิดเท่าไหร่ ก็เดินเป๋ไปเป๋มา เหมือนแม่ปู ทำอะไรก็เป็นไม้
หลักปักเลน เป็นแก่นให้ใครเกาะไม่ได้ ขืนใครไปยึดเข้าก็พากันซวนเซไปหมดอย่างเดียว
ขาดภาวะผู้นำอย่างรุนแรง
      หากเราเป็นลูกน้อง ก็คงยากจะไปจัดการ ต้องให้เป็นการบ้านของผู้บริหารที่สูงกว่า เขา
อยากได้องค์กรปู คือเป๋ไปเป๋มา ก็เรื่องของเขา ส่วนเราคนตัวเล็กๆ ก็ต้องหัดคิดเพื่อสุขภาพจิต
ที่ดีของตัวเองว่า เจอเจ้านายไม่ดี ถือว่าเรามีโอกาสให้แสวงหา ให้เรียนรู้ ดูเป็นตัวอย่าง
แต่ถ้าเจอเจ้านาย เข้าท่า ให้ถือว่ามีครูดี
      ทุกคนต้องเป็นทั้งเจ้านายคนอื่นและเป็นเจ้านายตัวเองทั้งสิ้น    
      ท่านพุทธทาสสอนไว้ ไม่ให้ยึดติดกับสิ่งที่เป็น แต่เมื่อถึงคราวต้องเป็นอะไรก็แล้วแต่ "
ต้องเป็นให้เป็น"
      เมื่อศรัทธาเจ้านายไม่ได้ ก็อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้ความหมาย คนอื่นจะเป็นอย่าง
ไรเรื่องของเขา หันมาทำตัวเองให้น่าศรัทธาก็พอ
      วลาของคนเรามีน้อย อย่าต่อสู้และต่อต้านในสิ่งที่เสียเวลา ตัวอย่างมีให้เห็น เลือกเป็นใน
แบบที่เราศรัทธา
      วันหนึ่ง เมื่อเราเป็นเจ้านาย ประวัติศาสตร์จะได้ไม่ซ้ำรอยให้ลูกน้องมานั่งนินทาลับ
หลัง... แบบที่เรากำลังว่าเขานี่ไง

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
คำสำคัญ (keywords): วิกฤตศรัทธา
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 มกราคม 2551 09:50 แก้ไข: 07 มกราคม 2551 11:35 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • ผู้นำหรือเจ้านายที่ดีต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นกับลูกน้อง เมื่อเกิดศรัทธา การทำงานก็จะเต็มไปด้วยความเต็มอกเต็มใจ
  • การทำงานเป็นเรื่องของใจ แม้งานจะหนักแต่ถ้ามีความสุข ปัญหาสาหัสแค่ไหนก็มีทางออก
  • คนเก่งต้องไม่เก่งเฉพาะเรื่องงาน แต่ต้องมีวิธีให้ลูกน้องรักและอยากทำงานด้วย
  • ทั้งหมดที่เขียนไป...อยากให้มีในตัวหัวหน้าของพวกเราจริงๆ เลย

อยู่อย่างไร? เมื่อเกิดวิกฤตศรัทธาในตัวเจ้านาย

ตอบ

เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย

จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเอย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริงฯ

หัวข้อธรรมในคำกลอนขอท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ

วิธีนี้ใช้เป็นประจำคะ ลองดูก้ได้นะคะ..ช่วยได้จริงๆ

เจอเจ้านายดีก็เป็นบุญกุศล

เจอเจ้านายพลาก็ถือว่าโชคไม่ดี

ไม่ลาออกก็ทำบุญกุศลให้มาก ๆ แล้วอธิฐานจิตว่าชาติหน้าขออย่าได้เจอ

 แต่ถ้าศึกษาธรรมแล้วสิ่งที่เราเจอ สิ่งที่เราพบ

เป็นสิ่งที่เราเคยทำมาแล้วทั้งนั้น

 

อะ..อ่ะ...อะ ...จี้ใจยังไงก้ไม่รู้...เป็นบทความที่กระตุกให้คิดทีเดียวค่ะ...เพราะตัวเองก็ งง งง กับตัวเองเหมียนกัลล์...พี่คนสุดท้ายคอมเม้นท์ น่ารักมา...ให้สังเกตว่าเจอเจ้านายแบบไหน...ก็เพราะเราเคยทำแบบนั้น...กรรมสนองกรรม...นั่นเอง...อิ..อิ..
  • พี่คิดเสมอว่า พี่จะไม่ทำแบบนี้ค่ะ
  • "สุดเซ็งกับเจ้านายที่ได้ตำแหน่งมา เพราะมีคุณสมบัติแค่ อาวุโส เข้าทำนอง แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน  อยู่ในวังวนของความเฉื่อยชา เชื่องช้า  แล้วเรียกตัวเองว่าเป็นคนสุขุม ไปประชุมที่ไหน ลูกน้องแทบจะเอาปี๊บคลุมหัว อับอายวิสัย ทัศน์แต่ละอย่างที่เอ่ยเอื้อนออกมา นั่งเป็นหลับ ขยับเป็นกิน   "  
  • เมื่อไหร่ทำงานเรียกว่าไม่มีน้ำยา ขอลาออกไปเลี้ยงหลานดีกว่าให้ลูกน้องนินทาเล่นจ้า

 สำหรับพี่ เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ จะตั้งสติดึงตัวเองกลับมาเสมอว่า "เป้าหมายของเราคือ เพื่อองค์กร ไม่ใช่เพื่อตัวบุคคล"  เหมือนเป็นการปลอบใจตัวเองได้ระดับหนึ่งค่ะ

อ้อ ขอเสนอแนะเรื่อง font นิดนึงนะคะ อ่านยากค่ะ

 

หึ...

สำหรับในวงราชการหรือผู้รับราชการ เรื่องนี้อาจจะพูดลำบากหน่อย แต่ถ้าเป็นเอกชนหรือพนักงานเอกชน ผู้ว่าจ้างหรือเจ้านายเขามีสิทธิ์เลือกลูกจ้าง แต่ลูกจ้างจะมีสิทธิ์เลือกเจ้านายได้ถ้าลูกจ้างคนนั้นมีดีจริง เพราะจะมีหลายเจ้านายที่ต้องการตัวลูกจ้างที่มีดี  เคยฟังคำบรรยายของ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ กล่าวว่าการไปสมัครงาน เวลาเราโดนสัมภาษณ์งานให้เราถือโอกาสนั้นดูวิสัยทัศน์ของผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าเราซะเลย โดยการสัมภาษณ์กลับ ถามคำถามที่ต้องการรู้ไปเลย ทดสอบอารมณ์ กึ๋น กันตอนนั้น เวลาตัดสินใจที่จะเลือกเข้าทำงานจะได้เจอคนที่เราจะเป็นผู้ตามได้ด้วยใจที่ศรัทธา  
http://www.managerroom.com 

ส่วนพระบรมราโชวาทของในหลวงกับการทำงาน

        กับเพื่อนร่วมงาน 

ไม่ใช่แค่คำว่าทำงานร่วมกัน... 
อยู่ร่วมกันไม่น้อยกว่าวันละ  ชั่วโมง...ทุกวัน... 
ไม่เพียงแต่พูดคุยกันเรื่องงาน...หากแต่จะต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อกันด้วย... 
แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด... 
สู้ปล่อยตัวให้สบาย  สบาย...พบกันถือว่ามีวาสนาต่อกัน... 
อยู่ร่วมกันก็ยิ่งควรจะ...เข้าใจ...ให้อภัย...และใส่ใจซึ่งกันและกัน... 

 
กับหัวหน้า
บางครั้งก็เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง 
เขามักจะมาต่อว่ามากกว่าจะมายอมรับ 
สิ่งที่เขาให้ทำก็มักจะเหมือนกับว่าไม่รู้จักจบสิ้น 
หากลองกลับกันให้เราไปอยู่ในตำแหน่งที่เขายืนอยู่ 
เราคงจะเข้าใจเขาได้ง่ายหน่อย  และให้อภัยเขาได้ 
กับหัวหน้า...ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคู่ปรับกัน
แต่ต้องรู้จักที่จะแบ่งปัน....เรียนรู้....และเติบโตไปด้วยกัน 

 
กับลูกน้อง
เป็นเพราะรู้จักให้  ผลตอบแทนก็กลับมามากกับลูกน้อง 
ไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์  เฉพาะเบื้องบนกับเบื้องล่างเท่านั้น 
ยังมีความสัมพันธ์ทางด้านหุ้นส่วนอยู่ด้วย 
รู้จักเข้าใจและให้อภัยซึ่งกันและกัน 
หากรู้จักยอมรับมากกว่าที่จะจับผิด 
ให้รอยยิ้มมากกว่าสายตาอันตำหนิติเตียน 
ผลตอบแทนที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับก็จะยิ่งมากตามไปด้วย


 
. . . คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย 
ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ 
ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น 
จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ . . . 

 

อย่าวิจารณ์นายจ้าง ... ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ... ก็ลาออกซะ...

อันนี้ไ่ม่ใช่พระราชดำรัชนะครับ
ทางผู้ที่เกี่ยวข้องก็ออกมาปฏิเสธแล้ว อิอิ..

อย่าไปเครียดกับเจ้านายที่ไม่เอาไหนเลยคะ คิดซะว่าทุกวันนี้เราทำงานเพื่อในหลวงของเรา เพื่อประชาชนผู้เสียภาษีมาเป็นเงินเดือนให้เราก็แล้วกันน่ะ...น่าจะสบายใจขึ้นนะคะ

Ico48
thitirat [IP: 192.168.100.112]
07 มกราคม 2551 17:12
#9387

ไม่ได้คิดจะวิจารณ์เจ้านายนะคะ แค่อยากจะเอาบทความดีๆ ที่อ่านแล้วโดนใจมาฝาก ยังไงๆ ก็ยึดตามที่คุณ คนข้างหลัง และ  Ikkyu ได้แสดงความคิดเห็นไว้นั่นหล่ะคะ คือสิ่งที่จะทำให้เรามีความสุขในการทำงาน

    ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะคะ และเรื่อง font ไม่รู้จะแก้ไขยังไงค่ะ วอนผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะคะ thitirat น้อยจนปัญญาแล้ว

แก้ปัญหาเรื่อง font

หากเรา copy บทความหรือข้อมความจาก web หรือ email เราควรจะล้างรูปแบบเดิมก่อนเพราะจะมี code ต่างๆ ซ่อนอยู่ โดนการ copy ไปวางในโปรแกรม Notepad ก่อนแล้วถึงจะ copy มาวางในช่องที่เขียนบทความใหม่ แค่นี้ก็จะได้ font ตาม default ของ blog นี้(หรือตาม font ใน css ที่เรากำหนดขึ้นใหม่)

วิธีนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกโปรแกรมครับ

เช่า คัดลองข้อความจาก web ลง MS Word ก็ควรจะผ่าน Notepad ก่อน จะได้ล้างรูปแบบที่มี code Html อยู่ครับ

  • แวะมาดูว่าเค้านินเจ้านายอะไรกันนิ..แต่แท้ที่จริง ไม่มีใครนินใครเลย..มีแต่ให้กำลังใจให้เข้าใจเจ้านาย..อดทน และมองหาสิ่งที่ดีทั้งนั้นเลย..
  • บรรดาลูกน้องทั้งหลาย สู้สู้
  • บรรดาเจ้านายทั้งหลาย สู้สู้....
  • (เกี่ยวมั้ยเนี่ย???)
Ico48
มะม่วงเบา [IP: 192.168.100.112]
10 มกราคม 2551 21:31
#10715

อันนี้เป็นเรื่องคู่โลกของเราครับ ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง แต่ส่วนตัวผม ผมค่อนข้างจะพูดครับ ค่อนข้างตรงหน่อย แต่จะใช้คำไม่แรงนัก แต่เขาจะได้รู้ว่าเราต้องการอะไร คิดอะไร และบอกเขาให้รู้ว่าเราต้องการ หรอืต้องการความช่วยเหลือนั้นจริงๆ อีกอย่าง เขาจะได้รู้ว่าปัญหาคืออะไร จะได้ช่วยกันคิดครับ เพื่อความก้าวหน้าขององค์การ ผมเป็นคนไม่ค่อยจะทนอะไรที่ทำให้ประสาทเสียครับ ผลสุดท้ายของผมก็คือ มีปัญหาหัวหน้าเรียก แต่ประเมินได้ที่ท้ายสุด มีงานอะไรให้ผมทำก่อน แต่พิจรณาความดีความชอบได้คนอื่น แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะแจ้งให้ทราบตามนิสัยของผมอยู่ดีครับ ถึงแม้จะเป็นผลร้ายก็ตาม แต่นี่ไม่ได้แนะนำให้ทำ หรือบอกว่าอย่าทำนะครับ แค่บอกในสิ่งที่ผมทำโดยทั่วไปภายใต้หัวข้อเจ้านายกับลูกน้อง อันที่จริง คนที่บอกว่า "อย่าวิจารณ์นายจ้าง ... ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ... ก็ลาออกซะ..." เห็นด้วยครับ ถ้าเราทำไรไม่ได้ ไม่มีอะไรดีขึ้น และเราเสียสุขภาพจิต ก็ลาออกเถอะครับ คิดเสียว่า นี่ไม่ใช่ที่ของเรา เราจะสบายใจครับ แต่เราต้องเจอที่ที่ไม่ใช่ของเรา อีกกี่เนาะ สงสัยอยู่เหมือนกัน ยังไงการบอกกล่าวกันน่าจะดีพอสมควร และถ้าเป้นผู้ใหญ่พอต้องฟังกันบ้างครับ

Ico48
pon [IP: 125.26.41.29]
09 มกราคม 2553 22:05
#52860

ขออภัย เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ ขอแสดงความคิดเห็นบ้าง ตาที่คุณ Ikkyu  บอกว่า 

 "อย่าวิจารณ์นายจ้าง ... ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุข ... ก็ลาออกซะ..."

อันนี้ ต้องเป็นคำพูดของเจ้านายแน่เลย และเป็นเจ้านายที่ไม่ยอมรับความจริงที่ลูกน้องวิจารณ์

ถ้าประเทศไทยมีเจ้านายแบบนี้มากๆ ประเทศไทยต้องเจ๊ง แน่ๆ เพราะจะมีคนลาออกกันหมด 

แต่ถ้าเป็นข้าราชการนี่สิ จะลาออกได้อย่างไร ในเมื่อ ณ ที่นั้นไม่ใช่ของเจ้านาย แต่เป็นของรัฐ เราทำงานให้รัฐ ให้ประชาชน ไม่ใช้ทำให้เจ้านาย อย่าหลงว่าสถานที่นั้นเป็นของตนเอง   คุณ Ikkyu ไม่เจอะเข้ากับตัวเอง ไม่รู้ดอก ว่ามันเหนื่อยหน่ายแค่ไหน

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.176.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ