นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3481
ความเห็น: 1

วิธีทำชีวิตให้โล่งและเบาขึ้น จาก ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ

Teddy เคยอ่านหนังสือ และได้รับ forward mail ของ ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ มาหลายเรื่อง  ข้อเขียนของคุณหมอ อ่านง่าย ๆ สบาย ๆ และได้ข้อคิดดี ๆ เสมอ .. ช่วงนี้ Teddy 5ส ห้องนอนตัวเอง(เรียกว่า ช่วงนี้ เพราะ 5ส อยู่หลายวันแล้ว ไม่เสร็จซักที ฮาาาาา) ที่มาที่ไปที่ต้อง 5ส ก็เพราะ ป้าไก่บ่นอยู่นานแล้วว่าเมื่อไหร่จะจัดห้องนอนให้เป็นระเบียบ เผื่อน้ำท่วมขึ้นมา จะได้มีที่ไว้วางของหนีน้ำ .. Teddy ดูแล้ว ก็ไม่เห็นว่ามันจะรกตรงไหน ในใจคิด มันก็ดูดี เป็นที่เป็นทางออกจะตายไป แค่มีของกองบนพื้นนิด ๆ หน่อย ๆ ของกระจุกกระจิกวางบนโต๊ะคอมฯ อีกนิด ตู้เสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าอัดแน่นไปหน่อย แล้วก็มีกองหนังเกาหลีด้านล่างตู้ ถึงจะเยอะ แต่ก็จัดระเบียบใส่กล่อง ติด Label ไว้อย่างดี  แล้วก็มองไปรอบ ๆ ห้อง ก็ฝุ่นเยอะไปนิด มีหนอนปลอกบ้างประปราย (-__ - " ) กร้ากกก เล่าไปเล่ามา เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ .. แต่จริง ๆ สภาพห้องก็ดูดี เป็นระเบียบกว่าห้องชาวบ้านหลาย ๆ ห้องที่เคยเห็นมา  .. นี่ถ้าป้าำไก่เห็นสภาพห้องที่ทำงาน คงต้องปวด Head เป็นแน่แท้ ..

ตอนนี้ก็สะสางไปเยอะมากแล้ว ห้องโล่งไปแยะ จากห้องที่เรารู้สึกว่ามันก็เป็นระเบียบดี คราวนี้รู้เลยว่า ไม่น่าเชื่อ มีข้าวของโบราณสมัยพระเจ้าเหาอยู่มากจริง ๆ ทั้งเทปเพลงเป็นตั้ง ๆ (สมัยนี้คงไม่ค่อยมีใครฟังกันแล้ว) การ์ตูนญี่ปุ่นแบบการ์ตูนตาหวานอีกเพียบ หนังสือเรียนตั้งกะสมัย ป.ตรี ป.โท แถมสมัยประถม มัธยม ก็ยังมี ฮาาา (พวกหนังสือภาษาอังกฤษ) ไปค่าย ไปป่า อะไรมา เอกสารเก็บไว้หมด โอ้วว แม่เจ้า ... ของที่เล่ามาทั้งหมด เก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ไร้การเหลียวแลมานานอย่างน้อย 5 ปี หรือมากกว่า 10 ปี ด้วยซ้ำ เพราะความเสียดายของ เสียดายข้อมูล ก็เก็บ ๆ ไว้อย่างนั้น (ลูกอีช่างเก็บ แต่ไม่ค่อยเก็บ(ความรู้)ไว้ในหัว) .. จนในที่สุดก็ทำใจสะสางมันได้ซะที เพราะเหตุที่ได้ฟังข่าวน้ำท่วมทุกวี่ทุกวันด้วย ทำให้รู้สึกว่า เราไม่ควรจะเก็บอะไรไว้มากมายในชีวิต แล้วก็คำสะกิดใจในละครเส้นตายสลายโสด "อย่าเยอะ แล้วชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ" หรืออะไรทำนองนี้ .. มันโดนใจจริง ๆ ใช้ได้กับทุก ๆ เรื่องในชีวิต  แล้วก็คิดถึงอีกเรื่องของ นพ.วิทยา ที่เคยอ่านนานแล้ว แล้วชอบมาก อีกเรื่องนึง วันนี้ เลยมาฝากเพื่อน ๆ ชาว Share .. เพราะคิดว่า่ช่วงนี้ชีวิตตัวเองหนัก ๆ อยู่บนโลกไซเบอร์มากไป ไม่ได้ออกกำลัง สวาปามตามใจปาก สะสมอะไรต่ออะไรมากมายในชีวิต ทั้งข้าวของ และเรื่องราว(ที่ไม่ใช่ความรู้)ในหัว .. มาลองทำชีวิตให้โล่ง ๆ เบา ๆ กันดูบ้างดีกว่าค่ะ ..

อื่ม! บางทีความสุขก็ไม่ได้มาจากการได้อะไรเพิ่มขึ้น แต่มาจากการปล่อยอะไรลงบ้างตะหากล่ะเนอะ (คำคมจาก Teddy เอง อิ ๆ)

 

วิธีทำชีวิตให้โล่งและเบาขึ้น
ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้เปิดตู้เสื้อผ้าดูเห็นมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เต็มตู้ไปหมด เคยนึกจะใช้เวลาเลือกเอาสิ่งที่เลิกใช้ไปแล้วไปบริจาคที่ไหนสักแห่งแต่ก็ยังไม่ได้ทำสักที เอาล่ะ....วันนี้เริ่มทำเสียที... ปรากฏว่า รื้อ ค้น ได้เสื้อ กางเกง เสื้อกันหนาวมากมายที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือไม่อยากใช้แล้วนับเป็นร้อยชิ้น เมื่อเอาของออกจากบ้านไปบริจาคแล้ว มีความรู้สึกว่าตู้เสื้อผ้าโล่งขึ้น ตัวเองก็เบาลง ใจก็สบายขึ้นอย่างประหลาด รู้แล้วล่ะ...สิ่งที่ผมทำไปแล้วนั้น คือการทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้นนั่นเอง

วันนี้เรามาคุยกันถึงวิธีทำให้ชีวิตเบาขึ้น โล่งขึ้น สบายขึ้นดีไหม? วิธีทำให้ชีวิตโล่ง และ เบาขึ้น เช่น

1. เก็บของที่ไม่ใช้ เลิกใช้ เอาไปบริจาคให้ผู้เดือดร้อน เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ อย่าไปเสียดายกับของที่ไม่ใช้แล้วเลย

2. ลดงานที่เครียด ๆ ลงบ้าง เช่นงานประชุมที่เอาจริงเอาจังงานที่แข่งขันและหวังผลสูงถ้าเลือกได้ ลาออกจากการเป็นกรรมการอะไรต่อมิอะไรเสียบ้างก็ได้บรรยากาศของการประชุมมัก จะเครียดเสมอสารความเครียดก็หลั่งตลอดเวลา...รู้ไหม?

3. เลือกไปงานที่สำคัญและควรจะไปเท่านั้น ไม่เช่นนั้น เราจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย

4. อ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารให้น้อยลง โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรมหรือข่าวเครียดๆที่ซ้ำกันทุกวัน

5. เลิกดูรายการทีวี.ที่เครียด หรือรายการข่าวหนัก ๆ ที่ซ้ำ ๆ กันทุกวัน เช่น รายการที่มีพิธีกรมานั่งเถียงกัน พูดแข่ง พูดแซวกัน 2-3 คนดูไปฟังไปแทนที่จะสบายใจกลับเครียดมากขึ้น น่าเบื่อด้วยซ้ำ

6. อย่ารับปากหรือสัญญาว่าจะทำอะไรให้ใคร ๆ ง่าย ๆ ด้วยความเกรงใจเลยหัดปฏิเสธให้เป็น

7. อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่นเลย ทำได้ยากมากจะทำให้เราจมปลักอยู่กับความผิดหวังในตัวคนอื่น และเกลียดชังสังคมรอบตัว พยายามรักคนอื่น และยอมรับเขาตามความเป็นจริงเถิด ถ้ารักไม่ลง ก็มองข้ามเขาไป และลดความคาดหวังในตัวเขาลงด้วย เมื่อเวลาผ่านไป เราหันไปมองเขาใหม่ เราจะเข้าใจยอมรับและรักเขาตามความเป็นจริงได้มากขึ้น

8. หัดไปไหนมาไหนคน เดียว เป็นเพื่อนตนเองได้จะลดขั้นตอนและความยุ่งยากใจ เวลา จะต้องทำอะไรหรือไปไหนได้มากขึ้น

9. ลดความบ้างาน บ้าเงิน บ้าอำนาจ บ้าเกียรติยศชื่อเสียงลงบ้างจะทำให้คุณไม่ เครียดกับการเฆี่ยนตัวเองให้ทำงานหนัก และแข่งขันกับคนรอบข้างตลอดเวลาจนลืมสร้างมิตรและไม่เคยพอใจตัวเองเลยไม่ว่า จะได้มามากเท่าไร

10. ถ้าจะรักใครสักคน อย่าหลงรักเขาทั้งหมดของชีวิตและอย่าเข้าไปก้าวก่ายชีวิต เขาด้วย จงคิดเพียงจะอยู่ข้าง ๆ เขาก็พอแล้ว การรักแบบนี้จะทำให้รักกันได้นาน ๆ

11. ลองแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ล้างจิตใต้สำนึกที่ไม่ดีออกไปให้หมด

ลองทำดูตามที่แนะนำมานะครับ เราจะรู้สึกว่าชีวิตโล่งและเบามากขึ้น เหมือนใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ไม่คับแคบ หรือรัดรึง อึดอัด เวลาตัวเองเบา ๆ ใจสบาย ๆ ความคล่องตัวจะมีมากขึ้น จนคุณแปลกใจตัวเอง.

 

อ่านแล้วเป็นไงคะ ลองทำดูนะคะ แล้วจะรู้เข้าใจว่า ความสุขจากการมีอะไรน้อย ๆ เป็นยังไง .. ขอบพระคุณคุณหมอวิทยา เป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ .. Teddy

อ้อ! งานนี้ นอกจากห้อง Teddy จะโล่งขึ้นแล้ว Teddy ยังได้ของไปบริจาคเพียบเลยค่ะ ^ ^

Sections: บริหารทรัพยากรมนุษย์
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 08 November 2011 14:18 Modified: 08 November 2011 14:28 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 DaO_558, Ico24 คนธรรมดา, and 4 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ถ้าจะรักใครสักคน อย่าหลงรักเขาทั้งหมดของชีวิตและอย่าเข้าไปก้าวก่ายชีวิต เขาด้วย จงคิดเพียงจะอยู่ข้าง ๆ เขาก็พอแล้ว การรักแบบนี้จะทำให้รักกันได้นาน ๆ

เอิ้ก เอิ้ก หัดรักตัวเองให้มากๆ ขึ้นด้วยครับ หากเรื่องไหนที่ทำแล้วมีความสุข ก็ให้ทำเยอะ แต่พอดีเวลาเห็นคนรักมีฟามสุข ผมยิ่งมีฟามสุข เลยถือว่าเป็นการรักตัวเองไปด้วยครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก อ่านแล้ว งงมั้ยครับ ผมเองก็งง เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.222.93
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ