นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

สุธรรม สุขมณี
Ico64
สุธรรม สุขมณี
อาจารย์
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 8548
ความเห็น: 7

การแปลงคะแนนดิบให้เป็นคะแนนมาตรฐาน T-Score

การนำไปใช้กับรายวิชาที่มีผู้สอนหลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านก็ใช้เครื่องมือ วิธี และเกณฑ์การประเมินที่แตกต่างกัน

โดยปกติในการวัดและประเมินผลทุกรายวิชา ผมจะแปลงคะแนนจากการวัดและประเมินผลแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Quiz การบ้าน สอบย่อย คะแนนสอบกลางภาค หรือคะแนนสอบปลายภาค ให้เป็นคะแนนมาตรฐาน T-score แล้วหาคะแนนรวมของ T-score โดยถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนของการวัดและประเมินผลแต่ละครั้ง เช่นเดียวกับการหาคะแนนรวมจากคะแนนดิบ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะกำหนดให้คะแนนรวมทั้งหมดเป็น 100 และโดยที่ขั้นตอนการแปลงค่อนข้างยุ่งยาก ผมเลยเขียนคำสั่งที่ใช้ในการแปลงโดยใช้ภาษา Visual basic ที่ฝังตัวอยู่ใน Microsoft Excel ที่มักจะเรียกง่ายๆ ว่าใช้ Macro ลงในไฟล์ที่ใช้รวมคะแนนของแต่ละรายวิชาที่สอน ทำเองใช้เองโดยไม่ได้เผยแพร่ จนกระทั่งได้มีโอกาสสอนรายวิชา Chemical Engineering Kinetics & Reactor Design ร่วมกับ อ.พรศิริ (อุ้ย) การถ่ายโอนข้อมูลคะแนนระหว่างกัน และการที่ต้องกำหนดระดับขั้นให้นักศึกษาร่วมกัน มีผลทำให้ผมส่งไฟล์ต้นแบบให้ อ.อุ้ย เพื่อนำไปปรับใช้ในรายวิชาอื่นๆ โดยผมไม่ได้อธิบายที่มาที่ไปของวิธีการ จังหวะเหมาะที่ผู้ใหญ่บ้านตะวันออก (หัวหน้าภาควิชา) กำหนดให้ลูกบ้าน เขียนประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน Share.psu.ac.th ซึ่งผมเป็นสมาชิกไว้นานแล้ว ก็เลยเป็นโอกาสอันดีที่จะใช้ข้อกำหนดและประเด็นนี้ เป็นหัวข้อ Km ที่ผู้ใหญ่บ้านกำหนด

คะแนนมาตรฐาน T-Score เป็นวิธีการทางสถิติ ที่จะกำหนดระดับความสามารถของผู้เรียนจากการวัดผลแต่ละครั้งเทียบกับกลุ่ม จึงไม่ได้ขึ้นกับความยาก-ง่าย ของเครื่องมือที่ใช้วัด แต่ขึ้นกับว่าผู้เรียนอยู่ที่ระดับใดของกลุ่ม ผมได้ความรู้นี้มาตั้งแต่ปี 2520 สมัยที่เข้าสัมมนาอาจารย์ใหม่ จากวิทยากรซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็น รศ.ดร.วัน เดชพิชัย ซึ่งปัจจุบันเกษียณอายุราชการไปแล้ว) ใช้ได้สำหรับชั้นเรียนขนาด 20 คนขึ้นไป ขั้นตอนสำหรับการประเมินผลแต่ละครั้ง เป็นดังนี้ครับ

1)     กำหนดช่วงคะแนนที่จะใช้แจงความถี่ ว่าจะใช้ช่วงละกี่คะแนน โดยทั่วไปจะพิจารณาจากคะแนนเต็ม เช่น เต็ม 10 อาจจะกำหนดช่วงละ 1 คะแนน เต็ม 100 อาจจะกำหนดช่วงละ 2.5 หรือ 5 คะแนน แล้วเรียงลำดับคะแนนตามช่วงจากคะแนนสูงสุด มายังคะแนนต่ำสุด เช่น 15-16, 13-14, ....., 7-8, 5-6 ทำให้ผู้เรียนซึ่งได้คะแนนอยู่ในช่วงเดียวกัน จะมีคะแนน T-Score เท่ากัน

2)       แจงนับจำนวนผู้เรียนที่ได้คะแนนอยู่ในช่วงที่กำหนด (ความถี่ f)

3)       หาจำนวนผู้เรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่าแต่ละช่วงคะแนน (ความถี่สะสม C)

4)       หาค่า C + f/2 ของแต่ละช่วงคะแนน แล้วนำค่านี้ไปเทียบเป็นร้อยละกับจำนวนผู้เรียนทั้งหมด (ค่า Percentile)

5)       นำค่า Percentile ไปหาค่า T-Score จากตารางเทียบ

ผมขอยกตัวอย่างผลการประเมินผู้เรียนครั้งหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนผู้เรียน 30 คน ดังนี้ครับ

range

f

C

C + f/2

%Tile

T-Score

15-16

1

29

29.5

98.33

72

14-15

2

27

28

93.33

65

13-14

5

22

24.5

81.67

60

11-12

10

12

17

56.67

52

9-10

6

6

9

30.00

45

7-8

4

2

4

13.33

39

5-6

2

0

1

3.33

23

ข้อมูลตารางเทียบ Percentile-T-Score

Percentile

T-score

Percentile

T-score

Percentile

T-score

<0.0032

10

2.28-2.87

31

53.98-57.93

52

0.0032-0.0048

11

2.87-3.59

32

57.93-61.79

53

0.0048-0.007

12

3.59-4.46

33

61.79-65.54

54

0.007-0.011

13

4.46-5.48

34

65.54-69.15

55

0.011-0.016

14

5.48-6.68

35

69.15-72.37

56

0.016-0.023

15

6.68-8.08

36

72.37-75.8

57

0.023-0.034

16

8.08-9.68

37

75.8-78.81

58

0.034-0.048

17

9.68-11.51

38

78.81-81.59

59

0.048-0.069

18

11.51-13.57

39

81.59-84.13

60

0.069-0.097

19

13.57-15.87

40

84.13-86.43

61

0.097-0.13

20

15.87-18.41

41

86.43-88.49

62

0.13-0.19

21

18.41-21.19

42

88.49-90.32

63

0.19-0.26

22

21.19-24.2

43

90.32-91.92

64

0.26-0.35

23

24.2-27.43

44

91.92-93.92

65

0.35-0.47

24

27.43-30.85

45

93.92-94.52

66

0.47-0.62

25

30.85-34.46

46

94.52-95.54

67

0.62-0.82

26

34.46-38.21

47

95.54-96.41

68

0.82-1.07

27

38.21-42.07

48

96.41-97.13

69

1.07-1.39

28

42.07-46.02

49

97.13-97.72

70

1.39-1.79

29

46.02-50

50

97.72-98.21

71

1.79-2.28

30

50-53.98

51

98.21-100

72

ลองพิจารณาดูนะครับ ผู้สนใจจะเอาไฟล์ไปดัดแปลงขอมาได้ครับ ไม่หวง เพราะถึงยังไงผมก็ลงแรงเขียนคำสั่งไปแล้ว ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ คือการนำไปใช้กับรายวิชาที่มีผู้สอนหลายท่าน แต่ละท่านก็ใช้เครื่องมือ (ข้อสอบ) และวิธีการประเมินต่างกัน เช่น รายวิชาปฏิบัติการ การปรับเป็นคะแนน T-Score แล้วหาค่ารวม จะช่วยลดทอนผลจากความยากง่ายของข้อสอบ และวิธีการให้คะแนนที่แตกต่างกันของผู้สอนแต่ละท่านลงได้ครับ

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
คำสำคัญ (keywords): T-Score  คะแนน T  คะแนนมาตรฐาน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 พฤศจิกายน 2554 09:45 แก้ไข: 03 พฤศจิกายน 2554 09:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 259, Ico24 คนธรรมดา, และ Ico24 หยกมณี.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

การบ้าน ของ อ. ยากจัง (แต่ยังไม่อ่าน ฮิ ฮิ) เดี๋ยวเข้ามาทำความเข้าใจค่ะ จะได้นำไปใช้ด้วยอีกหนึ่งคน

มาตรวจงานแล้วครับ

ส่วนผมยังสมัครใจใช้แบบอิงเกณฑ์อยู่ครับ เพราะยังลังเลว่า วิชาชีพนั้นน่าจะมีมาตรฐานที่ต้องกำหนดไว้อยู่ แต่วิธีนี้ก็ดีเหมาะที่จะวัดการเรียนรู้นะครับ

น่าสนใจมากเลยค่ะ ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ ค่อยถามเพิ่มเติมนะคะ

Ico48
สุธรรม สุขมณี [IP: 172.31.112.130]
03 พฤศจิกายน 2554 10:44
#70543

ขออนุญาตเรียนตอบท่านผู้ใหญ่บ้านตะวันออก ว่าที่ผมทำอยู่จะใช้ทั้งแบบอิงเกณฑ์และอิงกลุ่ม (ใช้ทั้งคะแนนดิบรวม และคะแนน T รวม) ครับ

และแล้วบล็อกของอาจารย์ก็ให้ข้อคิดเห็นต่างๆ กับหลายๆ ท่านค่ะ

Ico48
259 (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
04 พฤศจิกายน 2554 09:06
#70697

ขอยกให้อาจารย์เป็นกูรูเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลเลยค่ะ

เคยพยายามทำความเข้าใจแล้วค่ะ แต่ไม่สำเร็จ สงสัยต้องลองอีกรแบ ^^

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.236.175.108
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ