นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3093
ความเห็น: 1

ตอนที่ 14 ที่มาและที่ไปของเพลง "ลาร่มศรีตรัง"

...หลังจากเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 วงดนตรีตะวันก็สลายตัวไป พวกเราหัวใจสลายไม่อาจจะทนอยู่ใต้อำนาจปกครองของเผด็จการชั่วร้ายได้ เลยตัดสินใจเข้าไปแสวงหาแนวทางต่อสู้ใหม่ในป่าเขา เพื่อนนักศึกษาส่วนหนึ่งที่ไม่ทราบความเป็นมาจึงคาดการณ์ว่าเพลง "ลาร่มศรีตรัง" นั้นเป็นเพลงที่ผมเขียนเพราะตัดสินใจเข้าป่า แต่ที่จริงมีมาตั้งแต่ประมาณปลายปี 2517 ...

(โดย วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ  2 ก.ค. 2550)    แนะนำกันก่อน

เพลงลาร่มศรีตรังนั้นผมเขียนขึ้นเมื่อปลายปีการศึกษา 2517 ในช่วงที่เพื่อนนักศึกษาออกไปสำรวจความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่มีเพื่อนหลายคนคิดว่าผมเขียนขึ้นมาเพื่ออำลาเมืองเข้าไปร่วมกับพี่น้องประชาชนในเขตป่าเขาในปี 2519 หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ตอนที่ผมเขียนเพลงนี้ขึ้นมานั้นเป็นช่วงที่นักศึกษาทุกสถาบันหันเข้าหากิจกรรมเพื่อประโยชน์ของมวลชนเป็นด้านหลัก ประกอบกับในยุคก่อนหน้านี้ถูกปิดหูปิดตาไม่ให้เกิดความคิดที่อิสระมาเสียนาน เมื่อสถานการณ์เปิดในยุคประชาธิปไตย นักศึกษาจึงได้ออกไปเรียนรู้ความจริงของชีวิตและค้นหาความหมายของชีวิตกันอย่างเปิดเผยตามที่ตัวเองต้องการ ตอนที่เขียนเพลงนี้ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเพลงที่เข้าถึงจิตใจของเพื่อนๆ ที่ทำงานกิจกรรมเพื่อมวลชน ทั้งยังคิดว่าสักวันหนึ่งเพลงนี้ก็คงเลือนหายไปเหมือนกับเพลงแรกที่ผมเขียนขึ้นแล้วคุณสุกฤษณ์ อภิสิทธิ์ชยะกุลให้ทำนองไว้จนกระทั่งเนื้อเพลงผมยังจำได้ไม่หมดเพลงด้วยซ้ำ

เย็นวันหนึ่ง ก่อนที่พวกเราที่เป็นกรรมการโครงการออกสำรวจความเสียหายของประชาชนที่เกิดจากน้ำท่วมจะติดตามเพื่อนนักศึกษาที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดต่างๆ แล้วสักสองวัน ในห้องทำงานของสโมสรนักศึกษาซึ่งตั้งอยู่ที่มุมด้านหน้าของคาเฟทีเรีย มีคณะทำงานในโครงการนั่งสรุปงานกันอยู่ คุณพรชัย ศิริไพรวัน(มอ. 6-วศ.)แบกกีต้าร์โปร่งเข้ามาในห้องสโมสร คุณพรชัยเป็นผู้ที่ชำนาญด้านดนตรี สามารถที่จะเล่นกีต้าร์ได้ดีมาก และสามารถแต่งทำนองเพลงได้อย่างฉับไว ความประทับใจที่ผมได้รับจากการที่เพื่อนนักศึกษาปักจิตใจเด็ดเดี่ยวออกเดินทางเข้าชนบทสำรวจความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชนตอนนั้น ทำให้ผมเกิดอารมณ์ศิลปินวูบขึ้นมาในสมอง ผมจึงชักชวนคุณพรชัย ศิริไพรวันไปสุมหัวกันสองคนที่มุมห้อง แล้วก็แต่งเพลงใหม่ขึ้น ผมเขียนเนื้อเพลงไปคุณพรชัยก็ขยับให้ทำนองไป ตรงไหนไม่ลงตัวก็ปรับปรุงกันใหม่ พอเสร็จเพลงแรกคุณพรชัยก็ร้องเองเล่นกีต้าร์เองเป็นแม่แบบ ผมช่วยอัดเสียงโดยใช้เครื่องขยายเสียงในห้องสโมสรกับใครอีกคนจำไม่ได้แล้ว เพลง "ลาร่มศรีตรัง" มีเนื้อหาว่า

ลาก่อนอำลาฟากฟ้าศรีตรัง มวลชนยังเรียกหาจากป่าดอย

ข้าวกล้าในนายังคงเฝ้าคอย ร่วมสร้างรอยเดินทางของชาวนา

ชนชั้นแรงงานยังกร้านการสู้ ตระโกนกู่ร้องเรียกจนก้องฟ้า

คอยเธอคอยเธอให้ก้าวเข้ามา ร่วมมรรคาร่วมชั้นสามัญชน




ฝนมาศรีตรังยั่งยืน หญ้าชื่นยามรับไอฝน

ศรีตรังดอกหญ้าหรือคน รับฝนจากฟ้าเดียวกัน

ลาก่อนอำลาฟากฟ้าศรีตรัง มวลชนยังเรียกหาร่วมฝ่าฟัน

มวลชนมีค่ามีคุณนิรันดร์ รวมแรงกันพลีเหงื่อเพื่อสร้างไทย
หลังจากพึงพอใจทั้งเนื้อร้องทำนองของเพลงลาร่มศรีตรังแล้ว อารมณ์อยากเขียนเพลงยังไม่หมด เลยเกิดเพลงที่สองขึ้นอีกเพลงหนึ่งชื่อเพลง "เพื่อปักษ์ใต้" โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการที่พี่น้องชาว ม.อ. ออกไปเผชิญความยากลำบากในการออกสำรวจความทุกข์ยากของประชาชน ทั้งหากมองตั้งแต่ยุคที่กิจกรรมฟูเฟื่องนั้น ม.อ. ของเราก็มีกิจกรรมอาสาพัฒนา กิจกรรมที่นักศึกษาออกไปเผยแพร่ประชาธิปไตยและอื่นๆ บ่อยครั้ง โดยฐานปฏิบัติการก็เป็นปักษ์ใต้ รวมทั้งจิตสำนึกที่ว่าเมื่อมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มาตั้งอยู่ในพื้นที่ปักษ์ใต้ ภารกิจหลักของพวกเราก็คือการมุ่งมั่นพัฒนาท้องถิ่นปักษ์ใต้บ้านเรา แล้วเพื่อนๆ ที่อยู่ในห้องสโมสรนักศึกษาก็ช่วยกันบันทึกเทปต่อจากเพลงลาร่มศรีตรัง เพลงนี้มีเนื้อร้องดังนี้ครับ

ป่าดงพงหนามไม่คร้ามขลาด เหงื่อหยาดไหลลงหลั่งริน

สมลูกสงขลานครินทร์ สร้างถิ่นสร้างแผ่นดินไทย

ร่วมแรงใจกันร่วมกันฟันฝ่า อาสากล้าก้าวเข้าไป

ชนบทแผ่นดินหนใด พัฒนาเพื่อให้งดงาม




มันสมองสองมือนั้นคือเปลวไฟ เผาไหม้ป่าปกรกหนาม

เรากล้าไปทั่วทุกคาม ไม่ขามไม่เกรงผองภัย

กล้าก้าวเข้าไปแม้ในพงป่า พัฒนาสร้างหลักปักษ์ใต้

พลังหนุ่มสาวจะก้าวไกล ด้วยใจรับใช้สังคม.
ต่อมาเมื่อคุณสำรวย ทรัพย์เจริญ (ม.อ.7-พ)ได้ยินเข้าก็หัดร้องทันที แล้วเราก็บันทึกอัดเทปกันใหม่โดยคุณพรชัย ศิริไพรวันใช้กีตาร์โปร่งเป็นเครื่องดนตรีชิ้นเดียวเหมือนเดิม คุณสำรวย ทรัพย์เจริญเป็นนักศึกษาปีสองในขณะนั้น มีบทบาทด้านกิจกรรมที่ช่วยงานในหลายๆ ด้าน ผมได้ยินคุณสำรวยร้องเพลงแล้วรู้สึกทันทีว่าสามารถเข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้ไม่แพ้ที่คุณพรชัย ร้องไว้เป็นครั้งแรก คุณพรชัยเองก็หันมาบอกกับผมว่าคุณสำรวยร้องได้ยอดเยี่ยมมาก เราช่วยกันบันทึกเพลงทั้งสองอีกครั้ง แล้วก็ลองเปิดฟังกันดูในคาเฟทีเรีย มีเพื่อนผมคนหนึ่งที่อยู่พรรคจุฬาประชาชนของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยที่มาติดต่อประสานงานในการนำนิสิตจุฬาฯ มาเรียนรู้ภาคใต้ได้ฟังอยู่ด้วย เพื่อนคนนั้นบอกผมว่ากีต้าร์โปร่งทำให้ฟังแล้วหวานไปหน่อย ถ้าเป็นกีต้าร์ไฟฟ้าแล้วเข้าวงดนตรีจริงๆ จะฟังดีมาก พอเปิดฟังกันในคาเฟทีเรียบ่อยขึ้นก็ชักเป็นที่แพร่หลาย ในปี 2518 เมื่อคุณพิธาน พืชมงคล คุณปกรณ์ มโนธรรม คุณพรชัย ศิริไพรวัน คุณวีระพล จันทร์ดียิ่งและอีกหลายๆ คนร่วมกันตั้งวงดนตรี "ตะวัน" เพื่อเปิดแนวรบด้านวัฒนธรรมเผยแพร่แนวคิดศิลปะเพื่อชีวิต ศิลปะเพื่อประชาชนขึ้นมานั้น เพลง "ลาร่มศรีตรัง" กลายเป็นเพลงที่ใช้ในการเปิดการแสดงดนตรีทุกครั้ง โดยคุณสำรวย ทรัพย์เจริญ ทำหน้าที่ในการขับร้องตลอดมา เมื่อใช้เครื่องดนตรีครบวงในการบรรเลง มีการฝึกซ้อมกันเป็นประจำ เพลงนี้ยิ่งเปี่ยมพลังทำให้เป็นเพลงที่อยู่ในใจพวกเรา และทำให้เกิดความรู้สึกร่วมในการประสานความคิดประสานพลังในการทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมไม่ว่าเพื่อนคนนั้นจะมาจากชมรมอาสาพัฒนา มาจากชมรมการพูดการเขียนหรือจะเป็นนักกิจกรรมในส่วนอื่นๆ เพลงลาร่มศรีตรังนี้ยังถูกใช้เป็นเพลงเปิดรายการข่าวสารประจำวันซึ่งองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวสารประจำวันในปี 2518 ด้วย

กล่าวสำหรับวงดนตรีตะวันนั้น เป็นวงดนตรีที่จัดตั้งกันขึ้นมาอย่างเป็นระบบ มีการแบ่งสรรหน้าที่ มีการฝึกซ้อมโดยนำเพลงเพื่อชีวิตของวงต่างๆ อย่างคาราวาน วงกรรมาชน และวงอื่นๆ มาแสดง มีคุณพิธาน พืชมงคลเป็นพิธีกรประจำวง น้ำเสียงของคุณพิธานมีพลังมาก มีความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งเหมาะสำหรับดำเนินรายการของวงดนตรีเพื่อชีวิต วงดนตรีตะวันออกไปแสดงตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมเพื่อชีวิต เพื่อประชาชน ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย บางครั้งจะมีการแสดงละคอนด้วย ซึ่งการจัดการละคอนนั้นอยู่ในความดูแลของ หม่อมหลวงพงษ์ปรีดา ปราโมช(ม.อ. 8-วศ) นักแสดงทั้งหลายก็เก็บเอาแถวๆ กองเชียร์ของวงตะวันมาฝึกฝนทั้งแบบสมัครใจจะเล่นและเกรงใจจึงต้องยินยอมเล่น ส่วนการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงนั้นคุณยินดี ผะดุง(เสีย ชีวิต)เป็นผู้จัดดำเนินการ วงดนตรีตะวันนี้มาช่วยสร้างสีสันบนเวทีทุกครั้งที่มีการกิจกรรมบนเวทีที่นักศึกษาจัดขึ้น นักร้องมีหลายคน นอกจากคุณสำรวย ทรัพย์เจริญ ยังมีคุณธงชัย หะยะกังฉัตร(ม.อ.8-วศ) คุณสุนีย์ วุฒิไชยาธำรงศิลป์(ม.อ.8-พยบ) คุณสนอง อาระเม(ม.อ.7-พ)ที่ร้องเพลงรอยไถแปรที่แปลงเนื้อหาใหม่ได้สะใจคนฟัง นอกจากนี้คุณวิสูตร ศุทธาดิศัย(ม.อ.5-วศ)ก็เป็นนักร้องสมัครเล่นในบางครั้งด้วย เพลงที่คุณวิสูตรร้องได้ประทับใจผู้ฟังที่สุดคือเพลง "กลิ่นโคลนสาบควาย" สามารถตรีงผู้ฟังให้สงบได้ทุกครั้งเมื่อถูกเชิญขึ้นร้องเพลงนี้ ในการจัดรายการบนเวทีนั้น นอกจากเวลาที่วงดนตรีตะวันแสดงแล้ว คุณสัมพันธ์ ศรีนันท์(ม.อ.6-วท)จะรับหน้าเสื่อเป็นพิธีกร ส่วนนักไฮปาร์กที่มันส์สะใจที่สุดได้แก่ คุณจำนง สรพิพัฒน์(ม.อ.5-วศ) ซึ่งต่อมาเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเลยรับราชการเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. หลังจากเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 วงดนตรีตะวันก็สลายตัวไป พวกเราหัวใจสลายไม่อาจจะทนอยู่ใต้อำนาจปกครองของเผด็จการชั่วร้ายได้ เลยตัดสินใจเข้าไปแสวงหาแนวทางต่อสู้ใหม่ในป่าเขา เพื่อนนักศึกษาส่วนหนึ่งที่ไม่ทราบความเป็นมาจึงคาดการณ์ว่าเพลง "ลาร่มศรีตรัง" นั้นเป็นเพลงที่ผมเขียนเพราะตัดสินใจเข้าป่า แต่ที่จริงมีมาตั้งแต่ประมาณปลายปี 2517 เมื่อนักศึกษาในมหาวิทยาลัยพร้อมใจกันออกจากสถาบันไปสำรวจความเป็นจริงของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสจากน้ำท่วม แล้วก็ยังได้เห็นชีวิตจริงในชนบทที่แม้จะน้ำไม่ท่วมชาวบ้านก็อยู่กันอย่างลำบาก ขาดหมอ ขาดโรงเรียนให้เด็ก สารพัดไปทุกด้าน

กาลเวลาผ่านไปเพลงลาร่มศรีตรังมีการอัดทำเป็นเทปเพลงโดยสมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ชุดแรกร่วมกับเพลงอื่นๆ อีกหลายเพลง (น่าจะช่วงประมาณปี 2525-2527) ขับร้องโดยคุณกิ่งกาญจน์ กาญจนา ซึ่งถึงแม้จะร้องได้ดีมากแต่ผมคิดว่ายังไงสู้เสียงของคุณสำรวย ทรัพย์เจริญไม่ได้ ส่วนเพลง "เพื่อปักษ์ใต้" นั้นประมาณปี 2524 ผมเคยได้ยินชมรมอาสาพัฒนาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีเอาไปขับร้องแต่มีการเปลี่ยนเนื้อไปมากพอควร มาถึงตอนนี้เพลงทั้งสองอาจปิดฉากไปแล้วสำหรับนักศึกษาในปัจจุบันก็เป็นได้

ตอนต่อไป .. ตอนที่ 15 งานศิลปะ วัฒนธรรมและบันเทิง ใน ม.อ.

บันทึกย้อนหลัง

แนะนำกันก่อน
ตอนที่ 1 ก้าวแรกที่ ม.อ.
ตอนที่ 2 กิจกรรมใน ม.อ.
ตอนที่ 3 ย่างก้าวสู่ภายนอก
ตอนที่ 4 บ้านของเรา-ระหว่างจินตนาการกับความจริง
ตอนที่ 5 คาเฟทีเรีย(อิ่มอร่อยกับอาหาร-สนุกกับการทำกิจกรรม)
ตอนที่ 6 หอพักนักศึกษายุคแรก
ตอนที่ 7 ดอกศรีตรังช่อใหม่
ตอนที่ 8 อาคารเรียนและสภาพแวดล้อมยุคแรก
ตอนที่ 9 กิจกรรมนักศึกษา
ตอนที่ 10 กิจกรรมนักศึกษา (ต่อ)
ตอนที่ 11 กิจกรรมนักศึกษา ปี 2516
ตอนที่ 12 ม.อ.กับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
ตอนที่ 13 กิจกรรมปีการศึกษา 2517

ดอกไม้
People who like this: Ico24 Our Shangri-La.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
วิศิษฎ์ วศ.รุ่น๕ [IP: 180.180.59.125]
17 June 2013 12:32
#88929

เพลง"ลาร่มศรีตรัง" ที่บรรเลงโดยวงตะวันได้มีโอกาสเผยแพร่สู่สาธารณชนครั้งแรกเมื่อวันสงขลานครินทร์..โดยได้มีโอกาสไปแสดงสดถ่ายทอดสู่ทีวีที่รับชมช่อง 10 หาดใหญ่...ขับร้องโดยคุณ สำรวย ทรัพย์เจริญ (น่าจะเป็นปี 2518) และทางสถานีได้บันทึกเสียงไว้...จนเมื่อวันพระราชทานปริญญาบัณฑิตม.อ.ที่วิทยาเขตหาดใหญ่ในปี 2519 ทางมหาวิทยาลัยได้นำมาเปิดให้ทุกคนได้ฟังอีกครั้งในวันงานด้วย

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.81.195.140
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ