นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2786
ความเห็น: 3

ตอนที่ 13 กิจกรรมปีการศึกษา 2517

ความภูมิใจของผมในฐานะที่เข้าไปมีส่วนร่วมเพียงน้อยนิดก็คือ ทางมหาวิทยาลัยยอมหยุดการเรียนการสอนให้นักศึกษาออกไปปฏิบัติงาน และนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ของเราจำนวนมากกว่า 90% ออกไปมีส่วนร่วมสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งสามารถทำข้อสรุปต่างๆ เสนอต่อรัฐบาลได้สำเร็จตามโครงการ...

(โดย วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ  2 ก.ค. 2550)    แนะนำกันก่อน

ในปีการศึกษา 2517 นั้น พี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์(ม.อ.4-วศ) เป็นนายกสโมสรนักศึกษา ปีนี้มีการแก้ไขระเบียบของสโมสรนักศึกษาให้มีสภานักศึกษาเป็นผู้ควบคุมและตรวจสอบการบริหารเฉกเช่นองค์กรประชาธิปไตยทั่วไป เข้าใจว่าสมาชิกสภานักศึกษาในยุคแรกมี 10 คน กิจกรรมของนักศึกษามีทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย แต่ส่วนใหญ่ของนักศึกษาโดยภาพรวมทั่วประเทศจะมุ่งออกไปทำกิจกรรมเพื่อมวลชนเสียมากกว่า คุณจำนง สรพิพัฒน์ เป็นผู้ที่มีความลุ่มลึกในความคิด เคยบอกผมเสมอว่าในช่วงนี้มีความรู้สึกว่าแม้กิจกรรมออกไปพบปะช่วยเหลือประชาชนจะเป็นสิ่งดี แต่หากนักศึกษาเดินแนวทางไม่ถูกแล้วที่สุดอาจเกิดความยุ่งเหยิง ที่สุดเผด็จการจะกลับคืนมาเหมือนอย่างที่เกิดในเกาหลีใต้ คุณจำนงเป็นผู้อธิบายประวัติศาสตร์เกาหลีให้ผมรับรู้อย่างละเอียด โดยเฉพาะในช่วงที่นักศึกษาเกาหลีเคยเอาชนะรัฐบาลเผด็จการมาก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในลักษณะคล้ายคลึงกัน แล้วที่สุดไม่กี่ปีต่อมาเผด็จการทหารก็เข้าไปยึดครองอย่างเก่า อย่างไรก็ดี สภาพสังคมไทยตอนนั้นเหมือนกับทุกคนได้รับเสรีภาพที่จะทำอะไรได้ตามใจใหม่ๆ ทุกคนก็เลยทำตามใจตนเองแบบไม่มีใครรั้งใครได้

สำหรับ ม.อ.ของเรานี้ที่วิทยาเขตหาดใหญ่มีการตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ และรับนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ปีหนึ่งเป็นรุ่นแรก เป็นนักศึกษาหญิงทั้งหมด ผมจำไม่ได้ว่ารับกี่คนแต่น่าจะอยู่ระหว่าง 20–30 คน น้องๆ รุ่นนี้หลายคนเข้ามามีบทบาทในชมรมอาสาพัฒนา อย่างเช่น คุณจารุวรรณ ขันติสุวรรณ คุณศรีสุดา พรหมมนตรี คุณสิรินิรันดร สิริพร น้องคณะวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญของชมรมอาสาพัฒนาได้แก่คุณราตรี น้อยผา ซึ่งต่อมาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ตัดสินใจเข้าป่าร่วมกับกองทัพประชาชนต่อสู้รัฐบาลเผด็จการและที่สุดเสียชีวิตในป่าเขา
เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว(ประมาณปลาย มิ.ย. 2550) มีนายตำรวจยศพันตำรวจโทท่านหนึ่งมาเยี่ยมผมที่ห้องทำงาน นายตำรวจท่านนี้เป็นชาวพัทลุงเรียนจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา ตอนเป็นนักเรียนก็รู้จักกับคุณราตรี น้อยผาซึ่งเรียนที่มหาวชิราวุธสงขลาเหมือนกัน และคุณราตรี น้อยผาเป็นรุ่นพี่ ชีวิตของคนคนนี้ไม่น่ามาเป็นตำรวจได้ เพราะคนในครอบครัวเขาเกลียดตำรวจมากทั้งตระกูลก็ว่าได้ มิหนำซ้ำเขายังเคยเชื่อมโยงกับขบวนการของคนในป่าเขาด้วย ผมพบเขาสมัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมแล้วก็มาพบอีกครั้งเมื่อเขาดำรงยศเป็นร้อยตำรวจเอก ทั้งเขาและผมมีความจดจำซึ่งกันและกันได้ดี ผมถามเขาว่าทำไมถึงมาเป็นตำรวจ เขาไม่ได้อธิบายอะไรมากนักเพียงแต่บอกว่าพรหมลิขิตหักเหอย่างแรงหลังจากเขาเรียนสำเร็จในมหาวิทยาลัยเปิดแถวหัวหมาก กทม. ทุกครั้งที่เขาพูดถึงคุณราตรี น้อยผา เขาจะพูดถึงด้วยความเคารพเสมอต้นเสมอปลาย
พี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์ซึ่งรับหน้าที่เป็นนายกสโมสรนักศึกษานั้น เป็นคนสุขุมลุ่มลึกและเป็นผู้ที่หาทางออกได้ทุกครั้งที่ทำงานแล้วประสบความยุ่งยาก ผมจำเหตุการณ์ในมหาวิทยาลัยได้ไม่มากนักเพราะส่วนใหญ่จะออกไปทำงานกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัยเสียมากกว่า จำได้ว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์เปิดภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ คนที่เรียนในภาควิชานี้ส่วนใหญ่ก็เป็นนักกิจกรรมเช่นเดียวกับนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเคมีบางส่วน อย่างไรก็ดี ในปีนี้มีน้องใหม่เข้ามาเป็นนักกิจกรรมที่ก้าวหน้าสร้างสีสันหลายคน ที่ผมพอจำได้มีหม่อมหลวงพงษ์ปรีดา ปราโมทย์ เป็นคนที่เคยทำงานด้านละคอนภาพยนตร์ในวงการบันเทิงมาก่อน คุณปราศรัย ชลิดาพงศ์เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนน้องคณะแพทยศาสตร์รุ่นที่สองนี้สอบคัดเลือกโดยตรงแยกจากคณะวิทยาศาสตร์(ไม่เหมือนกับแพทย์รุ่นแรก) ที่ก้าวมามีบทบาทในกิจกรรมได้แก่ คุณสันติ โรจศตพงษ์ คุณปราณี จงวิไลเกษม ในขณะเดียวกันน้องรุ่นหกบางคนเริ่มพบสัจจธรรมของชีวิต อย่างคุณพิธาน พืชมงคล คุณวีระพล ชื่นภักดีกับน้องพี่หลายๆ คนมักจับกลุ่มเสวนากันเป็นประจำเมื่อมีเวลาว่าง ช่วงนั้นเวลามีวงดนตรีจาก กทม.อาทิ วงคาราวานหรือวงกรรมาชนมาแสดง ผมมักฝากน้องกลุ่มนี้ช่วยดูแลแล้วก็คงได้เรียนรู้โลกทัศน์ชีวทัศน์ซึ่งกันและกัน ได้เรียนรู้การดัดแปลงตนเองและเข้าถึงความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ น้องๆ กลุ่มนี้จึงกลายเป็นนักกิจกรรมสำคัญในยุคปี 2518 ซึ่งช่วยกันสร้างสีสันให้กับม.อ.ไม่น้อย
นักศึกษาที่ออกไปทำงานพบปะชาวบ้านนอกมหาวิทยาลัยเป็นประจำยุคนั้นคือคุณสัมพันธ์ ศรีนันท์และคุณทศพล พิทักษ์เผ่า มีกิจกรรมต้องออกไปประสานแนะนำชาวบ้านและช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านไม่เคยขลาด จำได้ว่าสำหรับคุณสัมพันธ์ ศรีนันท์นั้นไปทั้งพัทลุง ตรัง และในเขต 3 จังหวัดภาคใต้ ที่น่ายกย่องคือ ถึงจะออกไปทำงานเพื่อมวลชนต้องขาดเรียนบ่อยครั้ง คุณสัมพันธ์ ศรีนันท์ไม่เคยสอบตก หลังจากสำเร็จการศึกษามีญาติผู้ใหญ่ระดับบิ๊กที่ทุกคนในประเทศไทยรู้จักพยายามจะฝากให้เข้าทำงานในหน่วยงานยอดนิยมที่คิดว่ามั่นคงมีอนาคต คุณสัมพันธ์ ศรีนันท์ไม่ยินยอมที่จะปฏิบัติตาม แต่ใช้ความสามารถตัวเองสอบเข้ารับราชการ ณ กระทรวงอุตสาหกรรม แล้วก็เติบโตในสายงานประเภทเห็นถูกก็ว่าถูก เห็นผิดก็ว่าผิดไม่ยอมเอียงตามความประสงค์ของนักการเมืองหรือผู้ใหญ่ในกระทรวงที่คอยประจบนักการเมือง ชีวิตการรับราชการจึงตื่นเต้นกับการลุ้นเวลาจะถูกเลื่อนระดับงานทุกคราว จนกระทั่งปัจจุบันใกล้จะบรรลุตำแหน่งข้าราชการระดับ 9 หากรัฐบาลจะไม่เลิกระบบซีเสียก่อน
ในปลายปี พ.ศ. 2517 เกิดเหตุน้ำท่วมภาคใต้ขนาดหนัก การคมนาคมทางรถขาดสะบั้น เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะจังหวัดทางชายฝั่งทะเลตะวันออกอย่างสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง รวมทั้งสงขลาในหลายอำเภอด้วย ความเดือดร้อนถึงขั้นหลายจังหวัดขาดแคลนอาหารตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ พอน้ำในหาดใหญ่ลด พี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์ในฐานะนายกสโมสรได้จัดการรับบริจาคของใช้ ข้าวสาร อาหารแห้งเพื่อนำไปร่วมกับหน่วยงานอื่นช่วยเหลือผู้เดือดร้อนต่อไป ศูนย์บัญชาการได้แก่คาเฟทีเรียของเรา เป็นแหล่งรวบรวมของที่ได้รับบริจาคมา บางครั้งเวลาเหนื่อยพวกเราก็นอนหลับบนกระสอบข้าวสาร พอตื่นก็ทำงานกันใหม่อย่างนั้นเป็นประจำ โดยคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยร่วมให้การสนับสนุน ท่านอาจารย์ผาสุข กุลละวณิชย์มาพบปะให้คำ แนะนำทั้งช่วยงานบ่อยครั้ง ช่วงนั้นพวกเราบังเกิดความคิดจะส่งนักศึกษาออกไปสำรวจความเสียหายที่แท้จริงของหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั้งหมด พี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์จึง ประสานไปยังหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งที่ กทม.ซึ่งมีหน้าที่ดูแลส่งเสริมกิจกรรมเยาวชน ได้รับคำตอบในทางบวกพร้อมกับยาหอมชั้นดี ชื่นชมบทบาทของนักศึกษาในการเข้าไปสัมผัสปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้านจากปากของฝ่ายรับผิดชอบในองค์กรที่ส่งเสริมบทบาทเยาวชนหน่วยนั้น พร้อมกับแสดงความยินดีเป็นผู้ดำเนินเรื่องให้ พี่ประสงค์จึงส่งกรรมการสโมสรส่วนหนึ่งขึ้นไปติดต่อประสาน และนำหนังสือพร้อมโครงการนำเสนอขึ้นไป ปรากฏว่าแม้จะได้รับคำตอบที่ดีแต่ในทางปฏิบัติไม่เห็นความคืบหน้าและไม่รู้ว่าจะได้งบประมาณสนับสนุนจากทางรัฐบาลเมื่อไร พี่ประสงค์จึงขอให้ผมขึ้น กทม.ไปสำรวจปัญหาที่แท้จริงเพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกจุด ผมมาถึง กทม.ก็เข้าไปติดต่อกับคนที่รู้จักในหน่วยงานราชการหน่วยนั้น แล้วพบว่ายังไม่มีอะไรคืบหน้า จาการประเมินพบว่าหากปล่อยให้เป็นไปตามระบบราชการคงจะไม่สามารถได้งบประมาณไปสำรวจความเสียหายและความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้านในเวลานั้นที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ ได้ ที่สุดผมก็ขอเข้าพบคุณอาทร ชนเห็นชอบปลัดทบวงมหาวิทยาลัยสมัยนั้น หลังจากเล่าเรื่องให้ท่านทราบ ท่านกรุณาแนะนำว่าถ้าเป็นเรื่องที่ต้องการงบประมาณเร่งด่วนคงต้องเข้าพบรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัยและของบประมาณจากท่านจะดีกว่า ผมไม่ได้มีบทบาทเป็นกรรมการสโมสรในตอนนั้นจึงโทรศัพท์ทางไกลติดต่อพี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์ รายงานให้ทราบเรื่องทั้งหมด แล้วเสนอให้พี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์รีบเดินทางมา กทม.จะได้เข้าพบรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัยซึ่งได้แก่อาจารย์ดอกเตอร์เกษม สุวรรณกุลท่านดำรงตำแหน่งอธิการบดีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยด้วยในขณะนั้น พี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์มาถึง กทม.ทันอกทันใจผมพร้อมกับทำหนังสือเสนอโครงการที่รับรองโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มาด้วย วันนั้นกำลังมีการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลพอดี ผมกับพี่ประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์ไปที่ทำเนียบรัฐบาลแล้วแจ้งความประสงค์ขอเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีทบวงมหาวิทยาลัยในขณะที่กำลังประชุมอยู่ โชคดีที่มีการประสานแจ้งจากทบวงมหาวิทยาลัยโดยหน้าห้องของท่านปลัดทบวงฯ แล้ว ท่านรัฐมนตรีทบวงฯ พอทราบว่ามีนักศึกษาจากภาคใต้มาขอพบ ท่านจึงปลีกตัวออกมา ประมาณ 15 นาทีที่ท่านได้รับฟังหลักการและเหตุผลของโครงการ วิธีปฏิบัติและบทสรุปย่อๆ แล้ว ท่านบอกว่าท่านสนับสนุนและจะส่งงบประมาณผ่านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทันที ขอให้ไปเตรียมดำเนินการได้เลย เราสองคนจึงเดินทางกลับภาคใต้ในวันนั้นทันที
การส่งนักศึกษาออกไปสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนในชนบทนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เราวางโครงการกันไว้ เพราะในขณะนั้นบางพื้นที่น้ำยังไม่ลด และบางอย่างเรากำหนดไว้โดยไม่เข้าใจสภาพการณ์ เช่น กำหนดให้เพื่อนนักศึกษาไปตั้งฐานอยู่รวมกันแล้วตอนเช้าแยกไปสำรวจแต่ละพื้นที่ตอนเย็นกลับมารวมกัน ณ ฐานปฏิบัติงานอันเป็นที่พักซึ่งประสานกับหน่วยราชการในจังหวัดเอาไว้แล้ว ปรากฏว่าในจังหวัดใหญ่อย่างนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานีนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะจังหวัดใหญ่มาก แค่การเดินทางไปต่างอำเภอในภาวะที่ถนนบางสายน้ำท่วมก็ใช้เวลาอยู่ในรถมากกว่า 5 ชั่วโมงแล้ว การติดต่อสื่อสารให้รู้เรื่องกันระหว่างฐานปฏิบัติงานกับมหาวิทยาลัยก็ลำบาก เพราะสมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ ไปที่ชุมสายก็คิวยาว แล้วก็ต้องนัดหมายเวลากันเนื่องจากกลางวันนักศึกษาก็ออกไปปฏิบัติงานทั้งวัน กลางคืนสถานที่ราชการไม่มีใครทำงาน อย่างไรก็ดีแต่ละจังหวัดก็แก้ไขปัญหาได้ลุล่วงโดยการแบ่งอำเภอกันทำงาน แล้วแยกฐานปฏิบัติการเป็นหลายฐานในจังหวัดใหญ่
ความภูมิใจของผมในฐานะที่เข้าไปมีส่วนร่วมเพียงน้อยนิดก็คือทางมหาวิทยาลัยยอมหยุดการเรียนการสอนให้นักศึกษาออกไปปฏิบัติงาน และนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ของเราจำนวนมากกว่า 90% ออกไปมีส่วนร่วมสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งสามารถทำข้อสรุปต่างๆ เสนอต่อรัฐบาลได้สำเร็จตามโครงการ ความเดือดร้อนของประชาชนคราวนั้นแสนสาหัสจริงๆ ขนาดสวนยางนั้นหลักโฉนดเคลื่อนตัวออกจากจุดเดิมก็มาก ทำให้ไม่รู้เขตที่ดินที่แน่นอนจนทางราชการต้องรังวัดใหม่ก็หลายที่ นอกจากนั้นยังมีความเดือดร้อนตามมาด้านความอดอยากหลายแห่ง ในจังหวัดนครรีธรรมราชเมื่อความเดือดร้อนได้รับการแก้ไขอย่างเชื่องช้าถึงขั้นประชาชนรวมตัวกันประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัด และมีเหตุรุนแรงถึงกับเผาจวนผู้ว่าฯ

อย่างไรก็ดี ความยากลำบากของโครงการนี้เป็นเครื่องพิสูจน์จิตใจและความแข็งแกร่งของนักศึกษาใน ม.อ.ขณะนั้น เพราะเต็มไปด้วยความยากลำบากและต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันตลอดเวลาอันเนื่องมาจากความลำบากในการเดินทางและอยู่ในพื้นที่ที่บางคนไม่เคยสัมผัสมาก่อน บางแห่งน้ำยังท่วมขัง ชาวบ้านยังไม่มีอะไรรับประทานแล้วพวกเราจะไปเอาที่ไหน เพื่อนบางคนเป็นชาวภาคกลาง ตอนอยู่มหาวิทยาลัยได้ฟังสำเนียงปักษ์ใต้ก็รู้เรื่องดี แต่พอได้ยินสำเนียงชาวบ้านจริงๆ แถวนครศรีธรรมราชกับสุราษฎร์ธานีก็ชักมีปัญหาด้านความเข้าใจ ต้องอาศัยเพื่อนที่เป็นคนใต้จริงๆ ช่วยอธิบาย แม้จะมีความยุ่งยากต้องปรับแผนตามสภาพ แต่ทุกทีมงานในแต่ละจังหวัดก็สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ สามารถดำเนินการได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

ตอนต่อไป ...ตอนที่ 14 ที่มาและที่ไปของเพลง "ลาร่มศรีตรัง"

บันทึกย้อนหลัง

แนะนำกันก่อน
ตอนที่ 1 ก้าวแรกที่ ม.อ.
ตอนที่ 2 กิจกรรมใน ม.อ.
ตอนที่ 3 ย่างก้าวสู่ภายนอก
ตอนที่ 4 บ้านของเรา-ระหว่างจินตนาการกับความจริง
ตอนที่ 5 คาเฟทีเรีย(อิ่มอร่อยกับอาหาร-สนุกกับการทำกิจกรรม)
ตอนที่ 6 หอพักนักศึกษายุคแรก
ตอนที่ 7 ดอกศรีตรังช่อใหม่
ตอนที่ 8 อาคารเรียนและสภาพแวดล้อมยุคแรก
ตอนที่ 9 กิจกรรมนักศึกษา
ตอนที่ 10 กิจกรรมนักศึกษา (ต่อ)
ตอนที่ 11 กิจกรรมนักศึกษา ปี 2516
ตอนที่ 12 ม.อ.กับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

 

สร้าง: 07 กรกฎาคม 2551 11:09 แก้ไข: 10 กรกฎาคม 2551 20:43 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ขอบคุณอาจารย์ปัญฯนะคะ สำหรับเรื่องราวดี ๆที่หลายท่านยังไม่ทราบ โดยเฉพาะเหมียว เพราะเกิดไม่ทันค่ะ ^_^

ต้องขอบคุณพี่วัชรินทร์(รุ่น 5)จึงจะถูกครับ
Ico48
วัชรินทร์ [IP: 210.1.18.252]
21 กรกฎาคม 2551 16:50
#32479

ขอบคุณอาจารย์หงั่น น่ะถูกต้องแล้วครับ เพราะอ.หงั่นทุ่มเท ในการจัดการเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ผมเองก็ต้องขอบคุณอ.หงั่นเหมือนกันที่เอาเรื่องที่ผมเขียนไว้มาตกแต่งใส่สีสันจนชวนอ่านครับ

รัก

วัชรินทร์

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.198.122.70
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ