นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4488
ความเห็น: 8

ตอนที่ 12 ม.อ.กับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

...และเด็กในยุคผมก็เติบโตมากับวัฒนธรรมการเมืองเผด็จการมาตลอด ความรู้สึกต่อต้านเผด็จการจึงฝังอยู่กับผมมาตั้งแต่ชั้นมัธยม ความคิดผมวนเวียนอยู่กับเรื่องเหล่านี้ขณะที่อยู่ในห้องสอบ ที่สุดก็ต้องวางปากกาส่งสมุดคำตอบที่เกือบว่างเปล่าโดยไม่แยแส แล้วก็ออกมาจับรถตุ๊กๆ ตามไปสมทบที่สนามหญ้าหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ทันที

(โดย วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ  27 มิ.ย. 2550)    แนะนำกันก่อน

กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นนำโดยศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยในปี 2515 ตามติดด้วยกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้คนยุคนั้นตื่นตัวขึ้นมาต่อสู้เผด็จการทหารที่ปกครองประเทศนั้น เป็นไปด้วยความคึกคักใน กทม. สำหรับในต่างจังหวัดนั้นมีการรณรงค์เป็นครั้งคราวตามจังหวัดใหญ่ๆ ที่เป็นศูนย์การศึกษาอย่างจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น ที่หาดใหญ่แม้บรรยากาศโดยรวมจะไม่คึกคักแต่ก็มีการรณรงค์ด้านจิตสำนึกอย่างต่อเนื่อง แต่มิได้แสดงออกในรูปของการชุมนุมรวมพลัง ใน ม.อ.ของเรา ด้านหนึ่งกรุ่นอยู่กับกระแสการอยากมีส่วนร่วมในการเสนอตัวผู้มีความเหมาะสมจะดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนใหม่ แต่อีกด้านหนึ่งรากเหง้าแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังดำรงอยู่และรอวันปะทุ ผมเชื่อว่าปัญญาชนยุคนั้นเข้าใจความเลวร้ายของรัฐบาลเผด็จการ แต่การต่อสู้หรือคัดค้านย่อมเป็นไปตามความเหมาะสมของแต่ละสถาบัน ที่ ม.อ.ของเรานั้นส่วนใหญ่เป็นเสมือนพลังเงียบ แต่หากจะชุมนุมกันวันไหนถ้าบอกก็มีคนไปร่วมคึกคัก เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ตลอดไม่ว่าปีไหน หากมีการรณรงค์เรียกร้องเพื่อความเป็นธรรมที่จะมีการชุมนุมหลายวัน ใน ม.อ.จะใช้วิธีการหมุนเวียนกันไปร่วมกิจกรรม แล้ววันไหนต้องการให้มีการแสดงพลังก็จะนัดหมายกันออกมาร่วม

ก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคมนั้นใน กทม.มีกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญออกแจกเอกสารเรียกร้องกับประชาชนแล้วถูกจับกุมคุมขัง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น นักศึกษาประกาศหยุดสอบแล้วจัดชุมนุมประท้วง ติดตามด้วยสถาบันอื่นๆ ในกทม.แล้วก็ลามมายังต่างจังหวัด ใน ม.อ.ของเราขณะนั้นกำลังสอบประจำภาคการศึกษาแรก ตอนสอบตัวผมเองหงุดหงิดไม่เป็นอันสอบเช่นเดียวกับเพื่อนอีกหลายคน สโมสรนักศึกษามีการนัดหมายกับเพื่อนนักศึกษาต่างสถาบันที่ กทม. จะมีการเคลื่อนขบวนนักศึกษาออกกดดันรัฐบาลให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังในวันที่ 13 ตุลาคม 2516 พร้อมกับสถาบันอื่นๆ ทั่วประเทศ นักศึกษาส่วนใหญ่ของ ม.อ.สอบเสร็จแล้วตั้งแต่เช้าวันที่ 13 คงเหลือแต่นักศึกษาบางส่วนยังต้องสอบวิชาสุดท้ายตอนบ่ายรวมทั้งผมด้วย พี่ๆ ปลอบใจผมว่า ไปสอบให้เสร็จก่อนแล้วค่อยตามออกไปสมทบที่สนามหญ้าหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ใจกลางเมือง ทีมจัดเครื่องขยายเสียงออกไปดำเนินการล่วงหน้าแล้ว ดูเหมือนว่าพอเห็นมีการเตรียมเครื่องเสียงประชาชนในหาดใหญ่ก็รับรู้ เตรียมพร้อมในการมาฟังคำปราศรัย ก่อนเคลื่อนขบวนมายังในตัวเมืองหาดใหญ่ ตอนเที่ยงมีการรณรงค์ในมหาวิทยาลัยโดยมีการจัดกระบวนออกเชิญชวนนักศึกษาออกไปชุมนุมกับพี่น้องประชาชนในตัวเมือง

เริ่มการวอร์มเชิญชวนในมหาวิทยาลัยโดยการจัดเตรียมขบวนนั้น พิธีกรประกาศเชิญชวนแบบเขียนมาล่วงหน้าแล้วอ่านเอา ดูเหมือนจะไม่คึกคัก แต่พอน้องปีหนึ่งคุณสำรวย ทรัพย์เจริญจับไมโครโฟนขึ้น ปราศรัยเรียกร้องให้เพื่อนนักศึกษาออกมาแสดงพลัง ดูเหมือนว่าทุกคนที่เงี่ยหูฟังค่อยๆ ทยอยกันออกมาร่วมสมทบในขบวนแถวเป็นจำนวนมาก ผมใช้สายตาส่งขบวนแถวนักศึกษาจนมองไม่เห็นอีกจึงตัดสินใจเดินมายังคณะฯ เพื่อเตรียมตัวสอบ ระหว่างนั้นความคิดของผมไม่อยู่กับตัวแล้ว จิตใจลอยล่องตามไปกับขบวนทัพนักศึกษาด้วย ตัดใจทำข้อสอบได้ประเดี๋ยวเดียวก็ต้องหยุดเพราะมือสั่นเขียนอะไรไม่ออก สมองไม่พร้อมทำงาน ทั้งตอนเรียนหนังสือก็ไม่ค่อยได้เรียนเพราะยุ่งกับกิจกรรมมากกว่า

ผมเป็นคนโชคดีที่ได้เรียนรู้เข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและการต่อสู้ในยุคต่างๆ ของประชาชนมาตั้งแต่ชั้นประถมปลายต่อมัธยมต้น เพราะคุณลุงท่านหนึ่งของผมที่เรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมัยเป็นตลาดวิชาทิ้งหนังสือก้าวหน้าไว้ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมเป็นจำนวนมาก หลังจากที่คุณลุงไม่ได้ใช้หนังสือเหล่านี้แล้ว ไม่มีใครสนใจหนังสือเก่าๆ ในตู้ นอกจากผมที่คอยหยิบมาปัดถูอ่านทีละเล่ม หนังสือธรรมศาสตร์กึ่งพุทธกาลก็มีให้อ่าน งานเขียนบางชิ้นของจิตร ภูมิศักดิ์ที่คนอื่นได้อ่านยุคหลัง 14 ตุลาคม 2516 ผมก็ได้อ่านมาก่อน หนังสือภาษาอังกฤษที่เป็นทฤษฎีมาร์กซิสต์ การต่อสู้ของพรรคบอลเชวิกที่นำโดยเลนินในรัสเซียก็มี การได้เรียนรู้กระบวนคิดทางการต่อสู้จากหนังสือประกอบกับชีวิตจริงที่เห็นความทุกข์ยากของคนในชนบทตั้งแต่เล็กเพราะเกิดที่บ้านนอก ได้เรียนรู้ความเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนที่ทำกับชาวนา ทำให้ผมเป็นคนที่ไม่รู้สึกสนุกไปกับสังคมเที่ยวเตร่ของวัยรุ่นสมัยนั้น ผมกับเพื่อนหลายคนมีความสุขกับการได้อ่านหนังสือ ได้ถกเถียงด้านความคิด ได้เผยแพร่ความเห็นของตัวเองโดยไม่เกรงใจใคร และเด็กในยุคผมก็เติบโตมากับวัฒนธรรมการเมืองเผด็จการมาตลอด ความรู้สึกต่อต้านเผด็จการจึงฝังอยู่กับผมมาตั้งแต่ชั้นมัธยม ความคิดผมวนเวียนอยู่กับเรื่องเหล่านี้ขณะที่อยู่ในห้องสอบ ที่สุดก็ต้องวางปากกาส่งสมุดคำตอบที่เกือบว่างเปล่าโดยไม่แยแส แล้วก็ออกมาจับรถตุ๊กๆ ตามไปสมทบที่สนามหญ้าหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ทันที

สมัยนั้นหาดใหญ่กับ กทม.ไกลกันมากจริงๆ นั่งรถไฟจาก กทม.มาหาดใหญ่หรือหาดใหญ่ไป กทม. เวลาที่การรถไฟฯ แจ้งไว้ว่า 19 ชั่วโมงแต่ของจริงมัก 21 ชั่วโมงขึ้นไป โทรศัพท์มือถือไม่มีให้ใช้ โทร.ทางไกลติดต่อกันแต่ละทีต้องคอยคิวยาวเหยียด จะตามข่าวสารก็ต้องสถานีโทรทัศน์ช่อง 10 กรมประชาสัมพันธ์ ที่เป็นสถานีตั้งอยู่ในตัวเมืองหาดใหญ่แพร่ภาพขาวดำ แล้วก็ฟังข่าวจากสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ที่ถูกขนานนามว่า กรมกร็วก พอรัฐบาลเผด็จการสั่งปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์มิให้แพร่ภาพตามใจชอบ หาดใหญ่ก็เลยอยู่ในจุดอับตามข่าวสารอะไรไม่ได้ ยกเว้นคุณจำนง สรพิพัฒน์ที่ก้าวหน้ากว่าเพื่อนเพราะเอาวิทยุที่สามารถรับคลื่นสั้นจากต่างประเทศได้มา คอยฟังข่าวความเคลื่อนไหว แต่ก็ต้องเป็นเวลาที่พวกเราสลายการชุมนุมในตอนดึกของคืนวันที่ 13 ตุลาคมแล้ว จากนั้นเราก็อยู่กันในหอพักคอยฟังข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งไม่มี เพราะถูกรัฐบาลเผด็จการตัดข่าวสารทุกช่องทางหมดเรียบร้อย จนกระทั่งเวลาเกิดเหตุปะทะกันนักศึกษาถูกปราบปราม คุณจำนงเอาข่าวมาบอก ในที่เรานั่งจับกลุ่มคุยกันมีคนเชื่อกันไม่กี่คน หลายคนยังพูดว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ คนไทยไม่โหดร้ายอะไรขนาดนั้น ซึ่งผลที่สุดหลายเหตุการณ์ก็แสดงให้เห็นว่า การเข่นฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมโดยคำสั่งของผู้มีอำนาจที่เลวร้ายมีจริงทั้งในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 อย่างไรก็ดี มีชาวบ้านในหาดใหญ่และสื่อมวลชนบางท่านที่ติดตามข่าวสารโทรศัพท์เข้ามาที่ หอพักนักศึกษาเล่าเหตุการณ์ที่ได้ข่าวว่ามีการปะทะกันใน กทม.ให้พวกเราฟัง บางคนโทรศัพท์เล่าให้ฟังไปก็ร้องไห้ไปด้วย ทำเอาผู้รับสายอึ้งไม่รู้จะปลอบอย่างไร

หลังจากเหตุการณ์คลี่คลายเมื่อจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประพาส จารุเสถียร และพันเอกณรงค์ กิตติขจรยอมเดินทางออกนอกประเทศและอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว เหตุการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี จากนั้นก็สู่ยุคนักศึกษาออกทำกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัยอยู่กับประชาชนเป็นหลัก จนแทบทิ้งกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ม.อ.ของเราก็อยู่ในสภาพเช่นเดียวกัน โดยพี่อุตส่าห์ จันทร์อำไพเป็นหัวหอกสำคัญ มีพวกผมและพี่น้องคนอื่นเป็นกองหนุน การออกไปพบปัญหาภายนอกที่ประชาชนอยู่ในภาวะเดือดร้อน แต่ไม่อาจมีปากเสียงเรียกร้องหรือคัดค้านรัฐบาลทหารในยุคเผด็จการ ทำให้นักศึกษา นักเรียนตื่นตัวด้านประชาธิปไตยอย่างสูง กิจกรรมนักศึกษาออกสัมผัสชนบทถูกกำหนดขึ้นโดยการสนับสนุนของรัฐบาล นักศึกษา ม.อ.ของเราก็ออกชนบทกันเป็นจำนวนมากร่วมกับนักศึกษาจากภาคกลางที่เข้ามาทำกิจกรรมร่วมด้วย ความเป็นคนจริงและจริงใจตามสไตล์ปักษ์ใต้อาจเป็นเสน่ห์สำคัญทำให้นักศึกษา ม.อ.บางคนพบรักกับนักศึกษาต่างสถาบันจากภาคกลาง เป็นความรักที่เกิดขึ้นท่ามกลางการทำงานร่วมกันในขณะนั้น

ภาคการศึกษาที่สองของปี 2516 เป็นเวลาที่กิจกรรมภายในซบเซาลง ใน ม.อ. เช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ แต่กิจกรรมภายนอกเป็นไปอย่างคึกคัก ก่อผลกระทบต่อผู้ที่เคยมีสถานะได้เปรียบ หรือเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านในวงกว้าง และกิจกรรมเหล่านี้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในปีการศึกษาถัดมา ผมจำได้ว่าคุณจำนง สรพิพัฒน์เคยปรารภกับผมว่า สักวันเมืองไทยจะเป็นอย่างเกาหลีใต้ซึ่งนักศึกษาประชาชนเคยต่อต้านโค่นล้มเผด็จการมาก่อน จากนั้นก็ต่อสู้เรียกร้องความชอบธรรมต่างๆ จนด้านหนึ่งเสมือนเกิดประชาธิปไตยเฟ้อ แต่อีกด้านหนึ่งพวกขุนทหารที่เสียผลประโยชน์ก็รับไม่ได้ ที่สุดเมื่อเงื่อนไขเอื้ออำนวยก็เกิดรัฐประหาร อำนาจเผด็จการฟื้นตัวในเกาหลีใต้อีกครั้ง นับได้ว่าการวิเคราะห์เหตุการณ์ของคุณจำนง สรพิพัฒน์เป็นไปโดยถูกต้องจากสายตาที่กว้างไกลและมองโลกบนพื้นฐานความเป็นจริงเพราะ 3 ปีจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ขุนทหารเมืองไทยทำการรัฐประหารฟื้นอำนาจเผด็จการฆ่าฟันนักศึกษาประชาชนราวกับผักปลา จนพวกเราหลายคนต้องย้ายออกจากมหาวิทยาลัยในตัวเมืองไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยแห่งชีวิตในเขตป่าเขา

ตอนต่อไป ... ตอนที่ 13 กิจกรรมปีการศึกษา 2517

บันทึกย้อนหลัง

แนะนำกันก่อน
ตอนที่ 1 ก้าวแรกที่ ม.อ.
ตอนที่ 2 กิจกรรมใน ม.อ.
ตอนที่ 3 ย่างก้าวสู่ภายนอก
ตอนที่ 4 บ้านของเรา-ระหว่างจินตนาการกับความจริง
ตอนที่ 5 คาเฟทีเรีย(อิ่มอร่อยกับอาหาร-สนุกกับการทำกิจกรรม)
ตอนที่ 6 หอพักนักศึกษายุคแรก
ตอนที่ 7 ดอกศรีตรังช่อใหม่
ตอนที่ 8 อาคารเรียนและสภาพแวดล้อมยุคแรก
ตอนที่ 9 กิจกรรมนักศึกษา
ตอนที่ 10 กิจกรรมนักศึกษา (ต่อ)
ตอนที่ 11 กิจกรรมนักศึกษา ปี 2516

สร้าง: 06 กรกฎาคม 2551 17:14 แก้ไข: 07 กรกฎาคม 2551 17:19 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

(^__^) มาตามอ่านครับ
ขอบคุณครับ ใน stock เหลืออยู่สองตอนครับ รอการแก้ไข แล้วจะนำขึ้นทีเดียว ตอนต่อๆ ไปคงต้องรอคนรุ่นต่อจากนั้นช่วยกันปะติดปะต่อแล้วครับ
Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
09 กรกฎาคม 2551 09:53
#32032

 ตามรอย...

ตุลา 16 นั้นขณะเหตุการณ์กำลังวุ่นวาย ก็ได้ พ.ต.ท. สล้าง บุญนาค สารวัตร สภอ.หาดใหญ่ ได้เข้ามาพบ นศ.ที่หอพัก เพื่อปลอบใจนศ.ว่าไม่ต้องกลัวหรือวิตกอะไร...

(ยศและตำแหน่งอาจคลาดเคลื่อนได้ครับ)

เพราะขณะนั้นข่าวที่ได้ทราบทำให้น่ากลัวมาก ผู้กองสล้าง ที่เรียกกันสมัยนั้นได้ให้กำลังและแทนตัวเองว่าพี่เรียกนักศึกษาว่าน้อง ...ว่าจะไม่มีใครมาทำร้ายนักศึกษาที่นี่ได้

Ico48
วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ [IP: 210.1.18.252]
10 กรกฎาคม 2551 06:56
#32085

สวัสดีครับท่านสมาน

ผู้กองสล้าง บุนนาค สมัยอยู่หาดใหญ่ตอนนั้นเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจ ยศร้อยตำรวจเอก ปัจจุบันถ้าเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจจะเป็นผู้กำกับยศพันตำรวจเอก

ผู้กองสล้างกับนักศึกษา ม.อ. มีความสนิทสนม พูดคุยกันสนุก เป็นบุคคลที่ชอบเลข4เป็นเลขดีของชีวิต ห้องพักก็หมายเลข 444 ทะเบียนรถส่วนตัวก็4444

ชีวิตของผู้กองสล้างผกผันไปตามวงการคนมีสีที่ต้องมีเส้นสาย บางช่วงก็โด่งดัง บางช่วงก็ตกอับ บางครั้งก็มีความคิดแบบเผด็จการ บางทีก็มีความคิดเสรีนิยมประชาธิปไตย

แต่กับพวกเรานี่มีความสนิทสนมกันจริงๆ

 

Ico48
ไอซ์ [IP: 118.173.55.232]
07 สิงหาคม 2552 20:49
#47143

สวัสดีค่ะ อ่านแล้วน่ากลัวจังค่ะ วันที่ 14 ตุลาคมเนี๋ยะน่ากลัวจังเลยน่ะค่ะ 555++++

เข้ามาติดตามประวัติศาสตร์ทางการเมืองของชาวศรีตรังครับ

สวัสดีครับ คุณไอซ์ และคุณ คนทำGIS ครับ ไม่ทราบว่า ติดตามหมดทุกตอนแล้วยังครับ 14 ตุลา เป็นหน้าหนึ่งที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จะน่ากลัวหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นจึงจะรู้สึกได้ดีที่สุด พวกเราก็คงจะรับทราบเป็นประสบการณ์ไว้ครับ
Ico48
วิศิษฎ์ อิศราธรรม [IP: 118.172.180.67]
15 สิงหาคม 2560 14:48
#107609

ถ้าจะพูดถึงความโหดเหี้ยมแล้ว...6 ตุลา 19 โหดกว่า 14 ตุลา ครับ...

ผมนั้นโชคดีที่คืนวันที่ ๕ อกจากธรรมศาสตร์ตอน สี่ทุ่มกว่า พร้อมกับ

คุณ เกรียงไกร ตันตยกุล(วศ. รุ่น๖) ไม่ได้ค้างคืน จึงรอดจากการถูก

ล้อมปราบส่วนคุณ สุวัจชัย (วศ.รุ่น๖) ค้างคืนอยู่ในธรรมศาสตร์โชคดี

ที่รอดชีวิตมาได้แต่ถูกจับไปคุมขังและได้ประกันตัวออกมาภายหลัง

เหตุการณ์ ๖ ตุลานั้น มีการถ่ายทอดทางทีวีช่อง ๙ ทำให้เห็นภาพ

การทำทารุณนศ.ประชาชนในธรรมศาสตร์อย่างขัดเจน(โดยไม่มีการ

ทำภาพเลลอ) และภายหลังเหตุการณ์ ผอ.สถานี นายสรรพสิริ และผู้

ประกาศข่าวซึ่งไปทำข่าวอย่างใกล้ชิดคือ นายราชันย์ ฮูเซ็น ถูกปลดทันทีทั้งคู่

ภาพเหล่านั้นคือฝันร้ายที่ยังติดตาอยูจนทุกวันนี้

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.198.122.70
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ