นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2778
ความเห็น: 7

ตอนที่ 11 กิจกรรมนักศึกษา ปี 2516

บรรยากาศการเรียนการศึกษาในมหาวิทยาลัยยังเป็นไปแบบมีสีสัน ท่ามกลางการคุกรุ่นของปัญหาการเรียกร้องการปกครองระบอบประชาธิปไตย การต่อต้านอำนาจอธรรมในน้ำมือของรัฐบาลเผด็จการที่ปกครองประเทศ สำหรับ ม.อ.ของเราแล้วกระแสการต่อต้านไม่ได้สู่ระดับที่สูงมากมายนัก...

(โดย วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ  19 มิ.ย. 2550)    แนะนำกันก่อน

ปลายปีการศึกษา 2515 หรือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2516 ถึงคราวที่จะต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสโมสรชุดใหม่เพื่อเข้ามาดำเนินกิจกรรมนักศึกษาในปีการศึกษา 2516 ความครึกครื้นเริ่มบังเกิดขึ้นหลังจากที่มีการประกาศรับสมัครตำแหน่งที่จะมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นได้แก่ ตำแหน่งนายกสโมสรนักศึกษา ส่วนตำแหน่งอื่นๆ นั้นถึงจะมีการแข่งขันกันบ้างก็ไม่สนุกเท่า ทั้งนี้เพราะมีผู้มีความเหมาะสมที่จะเข้าทำงานในตำแหน่งนายกสโมสรหลายราย สุดที่ว่าจะตัดสินใจสมัครรับเลือกตั้งหรือเปล่าเท่านั้น

คุณจำนง สรพิพัฒน์สมัครเข้ารับตำแหน่งเลขานุการสโมสรแบบไร้คู่แข่ง เช่นเดียวกับ คุณสัณห์ ธีระโกเมนทร์สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งเหรัญญิก คุณศิริศักดิ์ หวังธรรมมั่ง(ม.อ.5-วท)สมัครเป็นประชาสัมพันธ์ ซึ่งทุกท่านก็สมหวังเข้ารับหน้าที่หมด สำหรับตำแหน่งนายกสโมสรนั้นเริ่มต้นมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 3 คนได้แก่ พี่มานะ ศัตรูลี้(ม.อ.2-วศ) พี่จรัญ ปัญจนนท์ (ม.อ.3-วศ) และพี่อุตส่าห์ จันทร์อำไพ(ม.อ 3-วท) ที่สุดพี่จรัญ ปัญจนนท์ที่อดีตเคยทำงานสโมสรในตำแหน่งสาราณียกรก็ขอถอนตัวจากการแข่งขันเพื่อให้พี่มานะ ศัตรูลี้ ได้แข่งขันกับพี่อุตส่าห์ จันทร์อำไพแบบตัวต่อตัว

ในเริ่มแรกนั้นกลัวกันอยู่บ้างว่า การแข่งขันระหว่างพี่ทั้งสองซึ่งคนหนึ่งอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ และอีกคนหนึ่งอยู่คณะวิทยาศาสตร์นั้นอาจทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างคณะ เนื่องจากทั้งสองท่านคือคนที่เด่นในคณะและในมหาวิทยาลัยเหมือนกัน พี่มานะ ศัตรูลี้เป็นพี่ที่อัธยาศัยดีมาก เป็นกันเองกับเพื่อนและน้องทุกคน อีกทั้งเป็นผู้มีอาวุโสสูงเนื่องจากเป็นพี่รุ่นสองของมหาวิทยาลัย น้องๆ จึงมีความเคารพและเกรงใจ ส่วนพี่อุตส่าห์ จันทร์อำไพนั้น เป็นพี่ที่ทำงานจริงจัง เพื่อนๆ ให้ความรักเพราะมีมนุษยสัมพันธ์สูง ทั้งในปีการศึกษา 2515 นี้ก็ทำงานสโมสรเป็นเลขานุการ มีความทุ่มเทเป็นอย่างมากในกิจกรรมทุกด้าน นอกจากนี้นักศึกษาคณะวิศวฯ ยังมีมากกว่านักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์อีกด้วย หากมีการยึดคณะเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ พี่มานะ ศัตรูลี้ซึ่งอยู่คณะวิศวฯ จะต้องชนะพี่อุตส่าห์ จันทร์อำไพซึ่งอยู่คณะวิทยาศาสตร์อย่างท่วมท้น เมื่อสองผู้ยิ่งใหญ่มาแข่งขันกันเองอย่างนี้ นอกจากจะเกิดความสนุกแล้วก็ยังเกิดมีความกังวลว่าจะมีความร้าวฉานอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามบรรยากาศการเลือกตั้งมิได้มีความรุนแรงใดๆ ทั้งมิได้ปรากฏความแบ่งฝักฝ่าย ในช่วงนั้นผมได้พูดคุยกับเพื่อนๆ และน้องในคณะวิศวกรรมศาสตร์หลายคน พบว่าทุกคนมีวิจารณญาณในการตัดสินใจว่าจะเลือกใครระหว่างพี่สองคน และมิได้มีเหตุผลว่าใครอยู่คณะไหนเป็นสิ่งสำคัญ การประเมินผลก่อนการเลือกตั้งในตอนนั้นเชื่อกันว่าจะชนะแพ้กันอย่างเฉียดฉิว

วันที่มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากปิดหีบหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งแล้วก็มีการขนหีบบัตรมานับคะแนนที่ห้องแอลหนึ่ง ตึกฟักทองท่ามกลางผู้ให้ความสนใจมากมาย ผลการนับคะแนนเป็นไปด้วยความคู่คี่เร้าระทึก ปรากฏว่าที่สุดเมื่อนับคะแนนเสร็จ พี่มานะ ศัตรูลี้ชนะพี่อุตส่าห์ จันทร์อำไพ 1 คะแนน ทำให้ต้องมีการนับคะแนนใหม่อีกรอบหนึ่ง ซึ่งผลปรากฏเป็นแบบเดิมคือ ชนะกันคะแนนเดียว ทำให้พี่มานะ ศัตรูลี้เป็นฝ่ายชนะ ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนักศึกษา
ปีการศึกษา 2515 นี้พี่ประสาท มีแต้ม พี่ไกรธีระ กิตติ ศรีไสวสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตเรียบร้อยสมตามความตั้งใจ ชมรมการพูดการเขียนได้ประธานใหม่ คือ พี่สมชาย แซ่เตีย คุณวิสูตร ศุทธาดิศัยกลับไปทำงานในชมรมอาสาพัฒนาซึ่งมีความคึกคัก เพราะมีสมาชิกที่เอาการเอางานมากมาย เป็นที่น่าชื่นชมยกย่อง อย่างไรก็ดี เมื่อต้นปีการศึกษา 2516 นั้น ศาสตราจารย์ดร.บัวเรศ คำทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ใกล้หมดวาระในการดำรงตำแหน่ง ผมจำไม่ได้ว่าพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กำหนดการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งอธิการบดีอย่างไร และจะหมดวาระดำรงตำแหน่งเมื่อไร แต่เป็นหลังเปิดภาคการศึกษาแล้วอย่างแน่นอน ความที่สมัยนั้นยังไม่มีการคำนึงถึงประชาคมมหาวิทยาลัย ไม่มีการกำหนดการมีส่วนร่วมของคนในรั้วมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะนักศึกษา ทำให้เกิดความกังวลใจในอนาคตและชะตากรรมของมหาวิทยาลัย เพราะในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่อาจารย์ดอกเตอร์สตางค์ มงคลสุข อดีตอธิการบดีถึงแก่กรรมไปแล้วนั้น ในมหาวิทยาลัยรู้สึกเหมือนสรรพสิ่งไม่เคลื่อนไหว แม้ว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์จะมีการเปิดภาควิชาวิศวกรรมเคมีและภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และคณะวิทยาศาสตร์เปิดสอนในภาควิชาอื่นเพิ่มมากขึ้นได้แก่ ภาควิชาชีววิทยา และรับนักศึกษาใหม่คณะวิทยาศาสตร์ในปีการศึกษานี้เพื่อคัดส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ในอนาคต
เมื่อเปิดภาคการศึกษาใหม่เดือนมิถุนายน 2516 สโมสรนักศึกษาโดยพี่มานะ ศัตรูลี้ ได้ทำการเปิดประชุมนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยที่ห้องแอลหนึ่ง ตึกฟักทองเพื่อต้อนรับน้องใหม่และได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมด้วย การที่นักศึกษามีความเห็นต่อการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยนั้นเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มิได้เปิดเวทีให้กับนักศึกษาแสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนใดๆ นักศึกษาจึงเปิดเวทีพูดคุยกันเอง ทั้งนี้นักศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ส่วนหนึ่งเห็นว่า อาจารย์ดอกเตอร์ผาสุข กุลละวณิชย์เป็นกำลังหลักที่สำคัญในการนำพาคณะวิศวฯ สู่ความก้าวหน้า แต่อาจารย์ดอกเตอร์ผาสุข ท่านมาอยู่ในมหาวิทยาลัยพร้อมกับศาสตราจารย์ดอกเตอร์ไวกูณฑ์ ชลิตพันธุ์ ซึ่งขณะนั้นกำลังดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี หากศาสตราจารย์ดอกเตอร์ไวกูณฑ์ ออกจากมหาวิทยาลัย อาจารย์ดอกเตอร์ผาสุขอาจกลับสู่จุฬาฯ ในขณะเดียวกันมีนักศึกษาคณะวิศวฯ บางส่วนอยากให้ศาสตรจารย์ดอกเตอร์ไวกูณฑ์ ชลิตพันธุ์ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี เรื่องนี้ต่อมาในที่สุดความที่ไม่มีเวทีที่มหาวิทยาลัยเปิดให้เสนอความเห็นตาม พรบ.มหาวิทยาลัย เมื่อนักศึกษาดำเนินการกันเองเสนอความคิดที่ขัดแย้งกันเองเลยทำให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดอย่างสูง ต่อมาเมื่อ ดอกเตอร์บัวเรศ คำทองใกล้สิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งอธิการบดี ก็ทำเรื่องส่งตัวศาสตราจารย์ดอกเตอร์ไวกูณฑ์ ชลิตพันธุ์กลับคืนสู่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยเพราะที่ท่านมาอยู่ ม.อ.นั้นเป็นการมาในลักษณะถูกขอยืมตัว ส่วนผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ผาสุข กุลละวณิชย์นั้น ท่านพร้อมอยู่ทำการสอนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่อไป และที่สุดก็เข้ารับตำแหน่งคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ภายในปีการศึกษานั้นเป็นที่สมประสงค์ของนักศึกษาทุกคนในคณะวิศวกรรมศาสตร์
พี่มานะ ศัตรูลี้ กับความเห็นที่แตกต่างในแวดวงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สมัยนั้นได้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงในสายตาของผม คือ พี่เป็นผู้นำนักศึกษาที่เขย่งเข้าไปเล่นบทบาทต่อการตัดสินใจคัดเลือกอธิการบดีของมหาวิทยาลัยในยุคที่รัฐบาลหรือผู้บริหารในองค์กรมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันไหนไม่เคยเห็นความสำคัญของบทบาทนักศึกษา ทำให้ต่อมาในหลายมหาวิทยาลัยมีการต่อสู้เรียกร้องจากนักศึกษาขอเข้าไปมีส่วนร่วม บางสถาบันมีการประท้วงขับไล่ผู้บริหาร บางสถาบันก็ต้องแก้ไขกฎระเบียบให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนดำเนินการโดยตรง
ภาควิชาวิศวกรรมเคมีที่เปิดสอนในตอนนั้นนอกจากอาจารย์ดอกเตอร์ผาสุข กุลละวณิชย์จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาและเป็นผู้สอนร่วมกับอาจารย์ใหม่อีกสองหรือสามท่านแล้ว ทางคณะต้องใช้อาจารย์พิเศษจากทาง กทม. เดินทางโดยเครื่องบินมาสอนในวันหยุดบ้าง หรือเวลาที่อาจารย์ว่างงานจากทาง กทม. บ้าง เวลาจะเข้าห้องปฏิบัติการก็ต้องอาศัยเวลาปิดภาคการศึกษาไปอาศัยห้องปฏิบัติการของภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ส่วนภาควิชาอุตสาหการมีความพร้อมมากกว่า อีกทั้งวิชาที่ต้องเรียนในภาคการศึกษาแรกของนักศึกษาชั้นปีที่สามแทบจะเหมือนกับนักศึกษาชั้นปีสามของภาควิชาเครื่องกลทุกวิชา ช่วงนั้นสำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์จะแยกภาควิชาในปี 3 โดยทั่วไปแล้วการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยอยู่ในสภาพปกติท่ามกล่างกลิ่นอายของการหาตัวอธิการบดีท่านใหม่ และกระแสการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษา และประชาชนที่เริ่มเติบขยายออกไปเรื่อยๆ
ผมเริ่มเขียน ม.อ.ในความหลังตอนที่ 11 นี้ตั้งแต่คืนวันที่ 7 มิถุนายน 2550 ต่อมาเช้าวันที่ 8 มิถุนายน เวลาประมาณ 05.00 น ผมชมรายการด้านสุขภาพของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เห็นนายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์อธิบายเรื่องโรคหัวใจในรายการดังกล่าว ผมจำได้ว่าหมอเป็นน้องนักศึกษาแพทย์รุ่นแรก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 2 ที่ กทม. เดี๋ยวนี้มีบุคลิกภาพที่ยิ่งใหญ่สมตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลชั้นนำ เวลาผูกเนคไท ใส่เสื้อแขนยาวแล้วดูดีมาก สมัยตอนเรียนหนังสือรูปร่างเล็กนิดเดียว
เมื่อปีการศึกษา 2516 มีการรับนักศึกษาวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโดยประกาศให้ทราบกันล่วงหน้าว่า จะคัดเลือกนักศึกษาส่วนหนึ่งจำนวนประมาณ 30 คนเข้าเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์และคณะแพทยศาสตร์ในอนาคต ทำให้คะแนนสอบคัดเลือกเข้าเรียนต่อในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สูงขึ้นอักโข อย่างไรก็ดีมหาวิทยาลัย ณ ศูนย์อรรถกระวีสุนทรก็ยังคงมีเพียงสองคณะในเวลานั้น โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์มีภาควิชาวิศวกรรมเคมีและภาควิชาอุตสาหการเพิ่มเติมขึ้น ส่วนคณะวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยภาควิชาเคมี ภาควิชาคณิตศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยาและภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อเตรียมรองรับการเปิดสอนคณะแพทยศาสตร์ บรรยากาศการเรียนการศึกษาในมหาวิทยาลัยยังเป็นไปแบบมีสีสันท่ามกลางการคุกรุ่นของปัญหาการเรียกร้องการปกครองระบอบประชาธิปไตย การต่อต้านอำนาจอธรรมในน้ำมือของรัฐบาลเผด็จการที่ปกครองประเทศ สำหรับ ม.อ.ของเราแล้วกระแสการต่อต้านไม่ได้สู่ระดับที่สูงมากมายนัก แต่กระแสต่อต้านใน กทม. และปริมลฑลอยู่ระดับเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แกนนำได้แก่ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย กลุ่มกิจกรรมในมหาวิทยาลัยต่างๆ และสำหรับใน ม.อ. นั้น กลุ่มที่ยังเป็นพลังทางความคิดยังได้แก่ชมรมการพูดการเขียน กลุ่มพลังที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมภายนอกยังเป็นชมรมอาสาพัฒนา อย่างไรก็ดี น้องใหม่ที่เข้ามาได้สร้างสีสันให้กับกิจกรรมที่ตนเองชอบในลักษณะที่หลากหลายแตกต่างกัน หลายคนพุ่งตนเองขึ้นเป็นพลังก้าวหน้าในกิจกรรมยุคใกล้ 6 ตุลาคม 2519
สำหรับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์รุ่นที่จะมีการคัดตัวไปเรียนแพทย์รุ่นแรกตอนนั้น มีนักศึกษาหลายคนที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทสร้างสรรค์กิจกรรมในและนอก มหาวิทยาลัย คุณวีรพล จันทร์ดียิ่งเป็นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ที่เล่นคีบอร์ดได้เก่ง เป็นนักกิจกรรมที่เรียบง่าย อัธยาศัยสุภาพอ่อนน้อมเข้าได้กับทุกคน ขณะที่คุณสันต์ ใจยอดศิลป์มี ลักษณะลูกทุ่งปนนักคิดแบบเอ็กซิสเตนเซียลลิสม์ ดูเอาจริงเอาจังรักเสรีภาพแต่ก็สนุก ดูเหมือนทั้งสองคนจะมีบทบาทนำทางความคิดของเพื่อนในรุ่นไม่น้อย คุณสำรวย ทรัพย์เจริญเป็นนักศึกษาหญิงที่กล้าแสดงบทบาทเปิดตัว แสดงออกทางความคิด คารมการพูดอยู่ในเกณฑ์ดี ต่อมามีบทบาทในการร้องเพลงอยู่กับวงตะวันเช่นเดียวกับคุณวีระพล จันทร์ดียิ่งร่วมกับนักศึกษาจากคณะอื่นในปี 2517 นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์รุ่นนี้เมื่อเรียนไปได้ระยะหนึ่งได้ร่วมกันเสนอต่อมหาวิทยาลัยว่าในการคัดเลือกคนรุ่นตนเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์นั้น ไม่ควรจะดูผลการเรียนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรจะพิจารณาจากการประกอบกิจกรรมในมหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่นักศึกษาทั้งรุ่นกล้าแสดงออก และก็ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งขึ้นที่ทางมหาวิทยาลัยก็ตอบสนองด้วยความเต็มใจ
อีกหลายคนที่เข้ามาเป็นนักกิจกรรมได้แก่ คุณบุญแสง วุฒิพันธุ์ คุณอภินพ จันวิทันที่ ต่อมาเป็นสมาชิกสภานักศึกษา อย่างไรก็ดีมีน้องผู้หญิงสองคนที่คงจะพบตัวเองว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็นแพทย์ ในอนาคตจึงขอย้ายมาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ตอนกลางปีได้แก่ คุณจรูญศรี เรืองชาติสมบัติ ต่อมาเรียนภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าในปีที่สอง และคุณพิมลรัตน์ ตั้งก่อสกุลซึ่งต่อมาเรียนวิศวกรรมเคมี นับเป็นความใจกว้างของมหาวิทยาลัยที่อนุญาตให้นักศึกษาโอนย้ายคณะได้ และเพื่อนนักศึกษาก็เต็มใจรับเพื่อนใหม่ที่ย้ายคณะมาโดยไม่มีใครตั้งข้อกีดกัน
สมัยนั้นผมกับน้องๆ ก็เช่นเดียวกับพี่คนอื่นมีความสนิทสนมกัน ดูเหมือนแต่ละคณะไม่เคยมีกำแพงขวางกั้น จะอย่างไรก็ตามมีน้องส่วนหนึ่งที่คณะแพทย์รับเข้ามาเป็นนักศึกษาพยาบาลแล้ว นำไปฝากเรียนกับวิทยาลัยพยาบาลสงขลาเพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แม้จะมีการพบปะกันบ้าง หรือเชิญประชุมร่วมบ้าง แต่ด้วยภาวการณ์แยกอยู่ต่างที่และการเรียนพยาบาลนั้น หนักเอาเรื่อง เนื่องจากต้องเข้าฝึกงานเป็นกะในโรงพยาบาล จึงดูเหมือนจะห่างเหินกันไป
ช่วงกลางปี ที่สุดเมื่อผ่านการคัดเลือกลงมติโดยสภามหาวิทยาลัย อาจารย์นายแพทย์สวัสดิ์ สกุลไทย์ก็เข้ามาดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัย พวกเราคาดการณ์ว่าคงจะเป็นเพราะต้องเตรียมการรองรับคณะแพทย์ การสร้างโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ฯลฯ ทำให้สภามหาวิทยาลัยตัดสินใจเลือกอาจารย์ที่เป็นแพทย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลมาเป็นอธิการบดี ต่อมาคำว่า "วิทยาเขต" ถูกนำมาใช้แทนคำว่า "ศูนย์" มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์อรรถกระวีสุนทร จึงกลายเป็น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และศูนย์รูสะมิแลกลายเป็น วิทยาเขตปัตตานี แล้วคำว่าศูนย์อรรถกระวีสุนทรก็ค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด แต่คำว่าวิทยาเขตนั้นถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายตามสถาบันต่างๆ จนถึงปัจจุบัน

 

ตอนต่อไป ... 12. ม.อ.กับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

บันทึกย้อนหลัง

แนะนำกันก่อน
ตอนที่ 1 ก้าวแรกที่ ม.อ.
ตอนที่ 2 กิจกรรมใน ม.อ.
ตอนที่ 3 ย่างก้าวสู่ภายนอก
ตอนที่ 4 บ้านของเรา-ระหว่างจินตนาการกับความจริง
ตอนที่ 5 คาเฟทีเรีย(อิ่มอร่อยกับอาหาร-สนุกกับการทำกิจกรรม)
ตอนที่ 6 หอพักนักศึกษายุคแรก
ตอนที่ 7 ดอกศรีตรังช่อใหม่
ตอนที่ 8 อาคารเรียนและสภาพแวดล้อมยุคแรก
ตอนที่ 9 กิจกรรมนักศึกษา
ตอนที่ 10 กิจกรรมนักศึกษา (ต่อ)

สร้าง: 05 กรกฎาคม 2551 13:45 แก้ไข: 23 พฤศจิกายน 2559 22:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นบันทึกที่น่าจะนำเข้าบันทึกในหอประวัติม.อ.ด้วยนะครับ
เท่าที่ผมทราบ อ.ประสาทบอกว่า จะนำข้อเขียนทั้งหมดส่งไปให้หอประวิติ ม.อ. แล้วครับ แต่ไม่ทราบความคืบหน้าครับ และเมื่อต้น พ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการคุยกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่าง อ.มนัส และพี่วัชรินทร์ด้วยแล้วครับ...
มาอ่านค่ะ...ท่านหายไปซะหลายวัน..
Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
07 กรกฎาคม 2551 09:42
#31902

อะไรจะจำแม่นขนาดนั้น หลายสิบปีแล้วนะครับ ...

คลับคล้ายคลับคลาว่าจำเพลงที่ตัวเองแต่งไม่ได้ คือที่ร้องว่า "ส่ง ขล้า หน่ะ ขะ รินทร์ .... " ก็เลยขออนุญาตบันทึกใว้ที่นี่เลยครับ ดังนี้

สงขลานครินทร์ ขวัญทักษิณปิ่นวิชชา

เทอดเกียรติพระราชบิดา  งามสง่าสถาบัน

นิสิตสามัคคี  สร้างความดีตราบนิรันดร์

สงขลาฯคุณอนันต์ อันอบรมบ่มวิชา

 

ศรีตรังคือรังรัก  บรรเจิดศักดิ์อนรรฆศรี

การุณคุณเกียรติมี  สีน้ำเงินงามเกินชม

งามผ่องดังท้องฟ้า ผองประชาชื่นนิยม

ยั่งยืนเชิดชื่มชม สมสงขลานครินทร์

 

ป.ล. 1. ใว้วันหลังค่อยลงโน๊ตทำนองให้

       2. นักร้องนำสมัยนั้น ก็คุณหมอเพ็ญนภา (สำรวย) ผู้จากไปนั่นเอง ครับ

 

Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
07 กรกฎาคม 2551 09:44
#31903

แก้ที่ผิดครับ 

สงขลานครินทร์ ขวัญทักษิณปิ่นวิชชา

เทอดเกียรติพระราชบิดา  งามสง่าสถาบัน

นิสิตสามัคคี  สร้างความดีตราบนิรันดร์

สงขลาฯคุณอนันต์ อันอบรมบ่มชีวี

 

ศรีตรังคือรังรัก  บรรเจิดศักดิ์อนรรฆศรี

การุณคุณเกียรติมี  สีน้ำเงินงามเกินชม

งามผ่องดังท้องฟ้า ผองประชาชื่นนิยม

ยั่งยืนเชิดชื่มชม สมสงขลานครินทร์

Ico48
วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ [IP: 210.1.18.252]
09 กรกฎาคม 2551 06:50
#32023

ขอบคุณท่านสมานที่บันทึกเนื้อเพลงทั้งเพลงให้ ผมลืมไปนานแล้วเพราะไม่ได้นำมาร้องกันในช่วงหลังจากเหตุการณ์ตุลาคม 2516

ตอนที่คุณสุกฤษณ์ให้ทำนองเสร็จ คุณสุกฤษณ์ก็ร้องเองเล่นกีต้าร์เองบ้าง แล้วก็นำมาเล่นกับเพื่อนๆบ้าง

เมื่อต้นพฤษภาคม2551 ผมเข้ามาในม.อ.ของเรากับกลุ่มคนเคยทำกิจกรรมในม.อ.หลายรุ่น อ.อัมพร ศรประสิทธิ์(ปู) คณะวิทยาศาสตร์เอามาร้องให้ฟังใหม่อีก 2 คืนครับ เลยจำขึ้นมาได้ว่าสมัยนั้นมีปูอีกคนที่เป็นนักร้องเพลงนี้

รักม.อ.เสมอ

วัชรินทร์

Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
09 กรกฎาคม 2551 09:35
#32031

ด้วยความยินดีครับ

ผมเองไม่ใช่นักกิจกรรม จึงจำอะไรได้ไม่มากนัก จึงมีเหตุการณ์ประทับใจไม่มาก เช่น...

ตุลา 16 นั้นขณะเหตุการณ์กำลังวุ่นวาย ก็ได้ พ.ต.ท. สล้าง บุญนาค สารวัตร สภอ.หาดใหญ่ ได้เข้ามาพบ นศ.ที่หอพัก เพื่อปลอบใจนศ.ว่าไม่ต้องกลัวหรือวิตกอะไร...

(ยศและตำแหน่งอาจคลาดเคลื่อนได้ครับ)

และอีกเหตุการณ์หนึ่ง คือการไปรับน้องนอกสถานที่ ไปปรับปรุงถนนเข้าใจว่าแถวบางกล่ำ ตอนนั้นอยู่ปี 3 ก็ตามเขาไปด้วย ก็มีรุ่นพี่ (ปี2) ที่ทำหน้าที่ดูแลน้องใหม่ เรียก น้อง ๆ ๆ ได้ข้าวห่อหรือยัง ... กลุ่มผม 3-4 คน ก็แอบหัวเราะกัน คิกคัก ... สนุกดี

(ป.ล. คงอาศัยท่านวัชรินทร์นี่แหละ แอบบันทึกเล็ก ๆ เท่าที่จำได้ ครับ ส่วน share ของตัวเองอยากเขียนเรื่องอื่นมากกว่า)

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.162.15.31
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ