เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

panyarak
Ico64
นาย ปัญญรักษ์ Aaron งามศรีตระกูล
อาจารย์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 4 · ผู้ติดตาม: 6

อ่าน: 1749
ความเห็น: 0

ตอนที่ 9 กิจกรรมนักศึกษา

ช่วงนั้นเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกิจกรรมในยุครัฐบาลเผด็จการกับยุค ประชาธิปไตยเบ่งบาน ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเริ่มการรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นและ ขยายวงออกมาทุกมหาวิทยาลัยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

(โดย วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ  8 มิ.ย. 2550)    แนะนำกันก่อน


ดังที่ได้เรียนให้ทราบแล้วว่าคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาประจำปี 2515 นั้นยังมิได้ทำการเลือกตั้งเนื่องจากมีการรอให้ทุกคนมาอยู่ ณ บ้านของเราที่ศูนย์อรรถกระวีสุนทรพร้อมกันก่อน ดังนั้นช่วงแรกที่มาอยู่รวมกันยังดูเหมือนว่ากิจกรรมจะเปะปะไปบ้างแบบช่วย กันทำหรือปล่อยให้เป็นไปเองตามสถานการณ์ ดูเหมือนว่ามีการก่อหวอดตั้งชมรมกิจกรรมอย่างรวดเร็ว 2 ชมรมในตอนที่นักศึกษาจาก กทม.มาถึงตั้งแต่แรก คือ ชมรมฟุตบอล คุณทวีป วาณิชย์หานนท์(ม. อ.5-วศ) เป็นตัวตั้งตัวตีระดมสมาชิกทุกเวลาที่มีโอกาสแล้วเก็บค่าบำรุงชมรมคนละ 10 บาท มีเพื่อนและพี่เข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก อีกชมรมคือ ชมรมอาสาพัฒนา มีคุณสุกฤษณ์ อภิสิทธิ์ชยะกุล(ม. อ.5-วศ )เป็นหัวเรือใหญ่ ระดมสมาชิกโดยเก็บค่าบำรุงชมรม คลับคล้ายคลับคลาว่าคนละ 30 บาท และมีสมาชิกไม่น้อยเช่นเดียวกัน ที่สุดมีการฟอร์มทีมกรรมการโดยเรียบร้อยโดยคุณสุกฤษณ์รับหน้าเสื่อเป็น ประธาน คุณจำนง สรพิพัฒน์(ม.อ.5-วศ)เป็นเลขานุการ มีกิจกรรมชมรมอย่างต่อเนื่อง ส่วนชมรมการพูดการเขียนนั้นประธานชมรมได้แก่ พี่ประสาท มีแต้ม(ม.อ.3-วท) รองประธานคุณสมชาย แซ่เตีย เลขานุการได้แก่ คุณอัจฉรา ชัยนันท์ (ม.อ.5-วท) และอีกหลายต่อหลายคน

สำหรับสโมสรนักศึกษาสมัยนั้นมีข้อกำหนดในระเบียบว่า นายกสโมสรจะต้องเป็นนักศึกษาปี 4 อุปนายก เหรัญญิกและเลขานุการต้องเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป ส่วนตำแหน่งอื่นนั้นเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ขึ้นไป พวกเราเรียกกันว่าสโมสรนักศึกษาจนกระทั่งปี 2517 จึงเปลี่ยนเป็นองค์การนักศึกษา โดยมีการร่างธรรมนูญองค์การนักศึกษาใหม่ เมื่อปี่กลองดังขึ้น ผู้สนใจจะเข้าทำงานเพื่อส่วนรวมก็เสนอตัวสมัครเป็น ลายลักษณ์อักษร แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีคู่แข่ง อย่างเช่น ตำแหน่งเลขานุการได้แก่ พี่อุตส่าห์ จันทร์อำไพ(ม.อ.4-วท) ผู้ประกาศอย่างขึงขังว่า "สงขลานครินทร์ต้องเป็นหนึ่งเดียวใครจะแบ่งแยกมิได้" เหรัญญิกได้แก่พี่ฐานิทธิ์ กาลัญกุล(ม.อ.4-วศ) อุปนายกได้แก่พี่ปราโมช เชิดชูพงศ์(ม.อ.3-วศ) ส่วนตำแหน่งนายกสโมสรนั้นมีผู้สมัครแข่งขัน 2 ท่านได้แก่ พี่ลักษณ์ วศินพงศ์วณิช และพี่พิชัย กิตตินนท์ทั้งสองคนเรียนวิศวฯ เป็น ม.อ. 2 ด้วยกัน พี่ลักษณ์เรียนโยธา พี่พิชัยเรียนไฟฟ้า ตอนหาเสียงก่อนลงคะแนนมีการประชุมนักศึกษาทั้งหมดที่ห้องแอล 1 ตึกฟักทอง ทุกตำแหน่งและทุกคนที่ขันอาสาเข้ามาทำงานต้องปราศรัยกับเพื่อนนักศึกษา ไม่ว่าจะมีคู่แข่งหรือไม่ ตำแหน่งประธานกีฬาเป็นของพี่กฤษณะ ปรีดานนท์(ม.อ-4วศ) ประธานดนตรีเป็นของพี่ชาตรี รัตนสังข์(ม.อ.4-วศ) คุณวิสูตร สุทธาดิศัย(ม.อ.5-วศ)สมัครตำแหน่งนักศึกษาสัมพันธ์และชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งเมื่อมีการลงคะแนน ผมเข้าทำงานในหน้าที่สาราณียกรของสโมสร พี่บุญญฤทธิ์ วิริยะพานิช(ม.อ.-4 วท )เป็นสวัสดิการนอกจากนี้ยังมีอีก 2-3 คนผมจำไม่ได้
ตอนที่เปิดให้หาเสียงแถลงนโยบายต่อเพื่อนนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยนั้น พี่ลักษณ์ วศินพงศ์วณิช สามารถพูดชักจูงใจได้ด้วยบุคลิกที่สง่างาม ฉาดฉาน ส่วนพี่พิชัย กิตตินนท์ แถลงนโยบายและแนะนำตัวเองอย่างเรียบง่าย มีแผ่นปลิวชักจูงให้ช่วยลงคะแนนแจกเพื่อนนักศึกษาด้วย(เพื่อนๆ และน้องๆ ช่วยกันทำให้) การแข่งขันเป็นไปแบบสนุกแต่ไม่เคร่งเครียด ที่สุดหลังการเลือกตั้งปรากฏว่า พี่ลักษณ์ วศินพงศ์วณิชเป็นผู้ชนะได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกสโมสร ความประทับใจของผมต่อพี่ทั้งสองคน คือ หลังจากการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว พี่พิชัย กิตตินนท์เข้าแสดงความยินดีต่อพี่ลักษณ์ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ พี่ทั้งสองยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจนกระทั่งต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปทำงาน พี่ลักษณ์เข้าทำงานที่การประปานครหลวง ส่วนพี่พิชัยเข้าทำงานเอกชน ผมเคยพบพี่ทั้งสองต่างกรรมต่างวาระ  ซึ่งพี่ทั้งสองท่านมักจะมีหลักคิดให้ผมได้เรียนรู้ทุกครั้ง อย่างเช่น ตอนผมจะเข้ามาทำงานในองค์กรที่ผมอยู่ทุกวันนี้เป็นครั้งแรกนั้น พี่ลักษณ์ วศินพงศ์วณิชได้กรุณาให้แง่คิดกับผมไว้ว่าขอให้ผมทำงานด้วยความสามารถ อย่าไปโหนผู้ใหญ่ไต่ขึ้นไปสู่ตำแหน่งงานที่สูงขึ้น เพราะเป็นการทำตัวให้ตกต่ำและจะทำให้ผู้ใหญ่เสียหาย ผมได้ยึดคำสอนของพี่ลักษณ์เป็นหลักทำงานจนทุกวันนี้
ที่จริงแล้วผมสามารถกล่าวได้ว่าพี่รุ่น 2 หรือ ม.อ.2 นั้น เป็นพี่รุ่นที่มีความคิดทั้งเชิงปรัชญาและเชิงบริหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพี่ไกรธีระ กิตติศรีไสว พี่พิชัย กิตตินนท์ พี่สุวรรณ กาญจนเมฆ พี่ยุทธนา เพชรไพบูลย์ และอีกหลายต่อหลายคน เวลาที่ผมเข้าไปร่วมวงฟังพี่ๆ คุยกันผมจะมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงนักเรียนที่ยังต้องเรียนรู้ไม่สุดสิ้น แม้กระทั่งบางคนที่ผมมารู้จักหลังจากทำงานแล้ว เช่น พี่นิคม อยู่อักษร ผมก็พบว่า พี่เค้ามีแนวคิดที่หลุดออกจากความจำเจมากมาย และทุกท่านในรุ่น 2 ก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบเป็นที่น่าพอใจ
กลับมาเรื่องของสโมสรนักศึกษา สมัยนั้นแม้แต่ละคนจะต่างที่มา แต่ทุกคนก็ปรับตัวเข้าหากันและกันอย่างรวดเร็ว พี่รุ่น 4 วิศวฯ นั้นมักจะไม่ใคร่เรียกชื่อจริงกัน แต่จะเรียกกันแบบที่ฟังกันแล้วนึกว่า เป็นชื่อเล่น อย่างเช่น พี่กฤษณะจะเรียกพี่ฐานิทธิ์ว่า พี่ "........" ซึ่งผมและวิสูตรก็จะเรียกตาม ต่อมามีอยู่วันหนึ่งผมก็ได้ทราบความจริงว่า ชื่อที่พี่กฤษณะเรียกว่า "........." มิใช่ชื่อเล่นของพี่ฐานิทธิ์ แต่เป็นชื่อของคุณพ่อ เช่นเดียวกับชื่อที่พี่ฐานิทธิ์เรียกพี่กฤษณะหรือพี่ชาตรีก็เป็นชื่อคุณพ่อ เช่นกัน ผมเลยไม่กล้าเรียกชื่อย่อๆ ของพี่ม.อ.4 แล้วที่ต้องพิมพ์ด้วยเครื่องหมาย "......" อย่างนี้ก็กลัวพี่กฤษณะซึ่งยังมาร่วมกิจกรรมกับคณะหรือพี่ฐานิทธิ์จะเตะผมเอา(แหะ แหะ ขออนุญาตแซวพี่เล่นนะครับ) พี่กฤษณะเป็นนักกีฬาแบดมินตันและลีลาศได้ดี พี่พยายามจะคะยั้นคะยอให้ผมหัดให้ได้ แต่เป็นเพราะผมมันคนฝึกยากเลยไม่เป็นจนทุกวันนี้ ส่วนพี่ชาตรี รัตนสังข์เป็นนักดนตรีเล่นกีตาร์เก่งมาก เครื่องดนตรีนั้นส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณของมหาวิทยาลัย แต่มีน้อยชิ้น พี่ชาตรีจึงทำโครงการจัดหาเงินซื้อเครื่องดนตรีเพิ่มเติมโดยจัดแสดงดนตรีและ ฉายภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ในหาดใหญ่ ได้เงินรายได้มาจำนวนหนึ่งก็จัดหาเครื่องดนตรีเพิ่ม ในการจำหน่ายบัตรนั้น มีพี่น้องที่ภูมิลำเนาอยู่ในหาดใหญ่เป็นทีมนำแล้วนักศึกษาคนอื่นก็เข้าไปสมทบ ช่วงนั้นเวลาผ่านไปแถวตึกวิศวฯ ตอนหัวค่ำ จะได้ยินเสียงซ้อมดนตรีสากลทุกคืน เครื่องดนตรีเหล่านี้สืบทอดมาถึงยุคที่นักศึกษาทำกิจกรรมเพื่อประชาชนแล้ววงดนตรีตะวันสามารถเข้ามารับช่วงต่อใช้ดนตรีเป็นสื่อในแนวรบด้านวัฒนธรรมเป็นที่ยอมรับของเพื่อนนักศึกษาและวงการภายนอกอย่างกว้างขวางในช่วงปี พ.ศ. 2518 และปี 2519
พี่ฐานิทธิ์ กาลัญกุลเป็น ชาวยะลา นิสัยยิ้มง่าย กล้าพูดกล้าแสดงออกเป็นผู้นำในรุ่นและละเอียดในด้านการดูแลงบประมาณ พี่เป็นคนตรงและกล้าแสดงความคิดเห็น เมื่อพี่สำเร็จการศึกษาแล้วพี่เข้าทำงานในการไฟฟ้าฝ่ายผลิต วนเวียนอยู่ตามเขื่อนแถวปักษ์ใต้ ส่วนวิสูตร ศุทธาดิศัยนั้น เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีมาก ใจเย็น ยิ้มเก่ง มีความใฝ่ฝันที่ดีงามอยู่ในใจและมองโลกในแง่บวก ลึกๆ แล้วคุณวิสูตรผูกพันอยู่กับงานอาสาพัฒนา เคยบอกกับผมว่า สักวันหนึ่งเมื่อพ้นหน้าที่นักศึกษาสัมพันธ์แล้ว จะกลับไปทำงานชมรมอาสาฯอีก ในช่วงที่ทำงานตำแหน่งนักศึกษาสัมพันธ์นั้นคุณวิสูตรตามพี่ประสาท มีแต้มไป สอนหนังสือเด็กนักเรียนในหาดใหญ่ในเวลาที่ไม่มีชั่วโมงเรียนด้วย ด้วยนิสัยยิ้มแย้มเปิดเผยคุณวิสูตรจึงมีเพื่อนมาก และมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นนายกองค์การนักศึกษาในยุคหลังเมื่อโอกาสมาถึง
พี่บุญฤทธิ์ วิริยะพานิชคนเมืองคอน เป็นพี่ที่ทำงานทุกอย่างที่ทุกคนไหว้วาน พี่พร้อมที่จะเข้าแบกรับภารกิจตั้งแต่งานเบาจนงานหนัก และไม่เคยอารมณ์ฉุนเฉียวไม่ว่างานจะมากจะน้อยเพียงใด น่าเสียดายที่พี่บุญญฤทธิ์มีอายุไม่ยืนยาว โดยเสียชีวิตเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2526 จากโรคภัยไข้เจ็บประจำตัว ส่วนคุณวิสูตร ศุทธาดิศัยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุก่อนหน้าพี่บุญญฤทธิ์หลายปี ทั้งพี่บุญญฤทธิ์และคุณวิสูตร ยังอยู่ในใจผมไม่มีวันลืม
พี่ปราโมช เชิดชูพงศ์เป็น พี่ ม.อ.3-วศ เรียนเครื่องกล พี่เป็นคนพูดไม่มากแต่ตั้งใจทำงานและถ้าน้องๆ เดือดร้อนเรื่องอะไร ถ้าพี่ช่วยได้พี่จะไม่รีรอให้น้องออกปากก่อน กิจกรรมของสโมสรในช่วงนั้น นอกจากการจัดงานรับน้องแล้วก็มีการแข่งขันกีฬา ทั้งกีฬาภายในและแข่งขันกับ ม.อ.ปัตตานีที่ตอนนั้นเรียกว่าศูนย์รูสะมิแล นอกจากนี้บางครั้งก็เชื่อมสัมพันธ์กับวิทยาลัยวิชาการศึกษาสงขลาซึ่งต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒสงขลา และพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณในปัจจุบัน
ช่วงนั้นเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างกิจกรรมในยุครัฐบาลเผด็จการกับยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเริ่มการรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นและ ขยายวงออกมาทุกมหาวิทยาลัยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พี่ลักษณ์ วศินพงศ์วณิชย์ในฐานะที่เป็นนายกสโมสรออกบัญชาการด้วยตนเองแล้วมอบหมายให้ผมช่วยดำเนินการแล้วผมเลยไปขอให้พี่ไกรธีระ กิตติศรีไสวช่วย พร้อมกับชมรมการพูดการเขียน ซึ่งมีบอร์ดเผยแพร่ในคาเฟทีเรียก็เป็นหัวหอกในการแพร่ความคิด มีการประชุมนักศึกษาทั้งหมดในห้องแอล 1 โดยผมเป็นผู้ปราศรัยคนแรกในเรื่องรณรงค์ต้านสินค้าญี่ปุ่น ตามด้วยพี่ไกรธีระ กิตติศรีไสว อาจไม่คึกคักมากนักเพราะเป็นระยะเริ่มต้นในการตื่นตัวของนักศึกษาแต่ก็มีผู้สนใจไม่น้อย
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยช่วงแห่งการแสวงหาแนวทางของตัวเองนั้นเป็นที่ยินดีว่า นักศึกษาทั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ต่างมีความปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อาจมีความขัดแย้งในคณะแบบพี่ๆ น้องๆ บ้าง ก็สามารถแก้ไขกันได้โดยพี่ๆ อาวุโสจะเป็นผู้ใหญ่คอยประคองให้ความเห็นที่แตกต่างตกผลึกออกมาเป็นเรื่องที่ดีที่ยอมรับและพัฒนากันได้ น้อง ม.อ. 6 จำนวนมากเข้ามามีบทบาทในชมรมต่างๆและในกิจกรรมที่ตนเองชอบเป็นที่ชื่นใจว่ากิจกรรมของนักศึกษายังมีผู้รับช่วงต่อในอนาคต
การทำกิจกรรมร่วมกับ ม.อ.ปัตตานีทำให้ผมได้รู้จักพี่และเพื่อนร่วมรุ่นเพิ่มเติม ที่พอจำได้คือพี่ภิญโญ เงียบประเสริฐ เป็นชาวจังหวัดตรัง พี่เป็นคนเรียนเก่งระดับเกียรตินิยม รุ่นเดียวกับ พี่กฤษณะ ปรีดานนท์ ซึ่งเป็นผู้แนะนำให้ผมรู้จัก กลางคืนทางสโมสรนักศึกษา ม.อ.ปัตตานีจัดงานเลี้ยงต้อนรับ พี่กฤษณะ ปรีดานนท์ยังกระเซ้าผมว่าบอกให้หัดลีลาศแล้วไม่หัดเลยต้องมานั่งแกร่วดูคนอื่น เพื่อนปัตตานีที่ผมสนิทด้วยคนหนึ่งคือ คุณจรีรัตน์ สาครินทร์ เพราะคุณจรีรัตน์ชอบเขียนบทร้อยกรองเหมือนกัน คุณวชิระ แซ่ก๊ก(ม.อ.5-วศ)เป็นคนแนะนำให้รู้จัก จากนั้นคุณจรีรัตน์ยังส่งบทร้อยกรองที่เป็นของเธอมาเผยแพร่ที่บอร์ดชมรมการพูดการเขียนเมื่อมีเวลาว่าง พูดถึง ม.อ.ปัตตานีแล้วผมมีความชื่นชมอยู่กับหนังสือ "รูสมิแล" (ชื่อหนังสือเขียนอย่างนี้จริงๆ ไม่ได้เขียนว่ารูสะมิแล) เป็นหนังสือของมหาวิทยาลัยที่ปัตตานีทำโดยคณาจารย์ วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2514 ผมซื้ออ่านถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นเล่มละ 2 บาท ผู้เป็นบรรณาธิการคืออาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งมารับราชการกับ ม.อ.ปัตตานีแล้วลาออกกลับไปทำงานภาคเอกชนใน กทม. ผมอยากให้ทาง ม.อ.หาดใหญ่มีหนังสืออย่างนั้นบ้าง แต่ช่วงนั้นยังไม่มี ในส่วนของสโมสรนักศึกษาผมจึงทำหนังสือพ็อกเกตบุ๊ครายสะดวกเป็นครั้งคราวรวม ทั้งสูจิบัตรในงานแสดงดนตรีของพี่ชาตรี รัตนสังข์ด้วย การทำหนังสือแต่ละครั้งก็ต้องรบกวนพี่ เพื่อนช่วยกันเขียน ช่วยกันทำซึ่งทุกคนทั้งพี่ประสาท มีแต้ม พี่ไกรธีระ กิตติศรีไสว คุณศิริศักดิ์ หวังธรรมมั่ง(ม.อ.5-วท ) คุณจำนง สรพิพัฒน์ ไม่เคยปริปากบ่นทั้งนี้ รวมทั้งพี่น้องอีกหลายต่อหลายคนที่ถูกผมรบกวน เรื่องกิจกรรมสมัยนั้นยังไม่จบผมต้องขอเล่าต่อในตอนที่ 10.

ตอนต่อไป ... ตอนที่ 10 กิจกรรมนักศึกษา (ต่อ)

บันทึกย้อนหลัง

แนะนำกันก่อน
ตอนที่ 1 ก้าวแรกที่ ม.อ.
ตอนที่ 2 กิจกรรมใน ม.อ.
ตอนที่ 3 ย่างก้าวสู่ภายนอก
ตอนที่ 4 บ้านของเรา-ระหว่างจินตนาการกับความจริง
ตอนที่ 5 คาเฟทีเรีย(อิ่มอร่อยกับอาหาร-สนุกกับการทำกิจกรรม)
ตอนที่ 6 หอพักนักศึกษายุคแรก
ตอนที่ 7 ดอกศรีตรังช่อใหม่
ตอนที่ 8 อาคารเรียนและสภาพแวดล้อมยุคแรก

ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.237.235.12
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ