นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3271
ความเห็น: 6

ตอนที่ 6 หอพักนักศึกษายุคแรก

นักศึกษาเจ้าของห้องใจดีสู้เสือเปิดประตูออกไป ก็พบว่าเป็นอาจารย์มาตรวจหอจริงๆ อาจารย์เข้ามาในห้องจับตัวผู้ที่มุดอยู่ใต้เตียงและในตู้เสื้อผ้าออกมาโอภาปราศรัยกันแบบกันเอง ...

(โดย วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ  25 พ.ค. 2550)    แนะนำกันก่อน

ตอนที่พวกเราเดินทางมาถึงหาดใหญ่เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2515 นั้น หอพักนักศึกษาที่ถูกออกแบบเป็นรวงผึ้งนั้น ที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วได้แก่ หอชายปีก A,B,C ส่วนหอชายปีก D,E,F นั้นเสร็จแต่ปีก D ปีก E,F นั้นกำลังทำการก่อสร้างอยู่ หอพักนักศึกษาหญิงยังไม่มี ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงจัดให้นักศึกษาหญิงอยู่ที่หอพักปีก D ส่วนนักศึกษาชายอยู่ที่ปีก A,B,C โดยกำหนดให้อยู่ห้องละ 3 คนรวมกับน้องใหม่รุ่น 6 ที่จะเดินทางมาถึง จำได้ว่านักศึกษาหญิงคณะวิศวฯ ตอนนั้นมี 3 คน คือ พี่รุ่น 3 สองคนได้แก่พี่รัตนาภรณ์ กรณ์ศิลป์เรียนไฟฟ้าและพี่จินตนา วานิชกุลเรียนเครื่องกล อีกคนคือรุ่น 5 ได้แก่คุณวาณีรัตน์ ศรประสิทธิ์ ตอนนั้นคณะวิศวฯ แยกแผนกตอนปี 3 ต่อมาตอนหลังคุณวาณีรัตน์เรียนภาควิชาอุตสาหการ ที่เหลือเป็นพี่น้องคณะวิทยาศาสตร์ทั้งหมด นักศึกษาหญิงเหล่านี้พักอยู่ห้องละ 2 คน

ในหอพักนั้นมีห้องน้ำรวมใช้ร่วมกันแต่ละชั้นทั้งสี่ชั้นทุกปีก และห้องน้ำมีมากพอที่ให้บริการนักศึกษาไม่ต้องแย่งกันใช้ ในแต่ละปีกมีห้องกลางสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาหอพักใช้เป็นที่นอนเวลามาเข้าเวรประจำหอ 1 ห้อง ในห้องพักแต่ละห้อง มีตู้เก็บเสื้อผ้า 2 ตู้ มีโคมไฟ มีโต๊ะเขียนหนังสือ 2 ตัว แต่ใส่เตียงเข้าไป 3เตียง ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนให้นำมาเปลี่ยนซักโดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งและแจกกระดาษทิชชู 2 ม้วนทุก 2 สัปดาห์ นับว่ามหาวิทยาลัยอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษายุคนั้นเป็นอย่างมาก


ไม่กี่วันถัดมาน้องใหม่รุ่น 6 ทั้งคณะวิศวฯและคณะวิทยาฯก็เดินทางมาถึง ผมคิดว่าเราไม่ได้มีพิธีรีตองในการรับน้องให้เกิดความประทับใจอะไรนัก สาเหตุเพราะปีที่ผ่านมา(พ.ศ.2514) นักศึกษาแยกอยู่กันเป็นสองส่วนที่ กทม. และที่หาดใหญ่ นอกจากนี้ยังไม่มีการเลือกคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาประจำปี 2515 เพราะรอให้มาอยู่รวมกันก่อนจะได้รู้จักมักคุ้นกันแล้วทำการรับสมัครรับ เลือกตั้งรวมทั้งทำการเลือกตั้งกันภายหลัง สำหรับน้องใหม่ที่เดินทางมาถึงนั้นเข้าพักรวมกับพี่ๆ บ้างหรือที่รู้จักกันมาก่อนก็จับกลุ่มอยู่ด้วยกันห้องละ 3 คนบ้างคละเคล้าปะปนกันไป

การอยู่รวมกันหมู่มากนั้นทำให้พวกเราทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ประกอบกับเนื่องจากมีนักศึกษาเพียง 2 คณะรวมกันไม่ถึง 700 คน ทำให้จำกันได้และรู้จักกันหมด ถ้าจำไม่ได้มักจะเป็นอาจารย์เสียมากกว่าเพราะอาจารย์หลายท่านเพิ่งจะจบ มหาวิทยาลัยมาใหม่ ๆ หน้าตายังหนุ่มแน่นสะโอดสะองไม่ต่างจากนักศึกษาเท่าไรนัก เวลารับประทานอาหารที่คาเฟทีเรียหลายคนก็ไปเรียกอาจารย์ว่าพี่ อาจารย์ทำเฉยๆ ปล่อยให้นักศึกษารู้เอาเองภายหลัง ผมจำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่ง คุณทวีป วาณิชย์ยานนท์(ม.อ.5)เริ่มตั้งชมรมฟุตบอลเลยไปเที่ยวเดินระดมสมาชิกในคาเฟทีเรีย โดยเก็บเงินบำรุงชมรมจากผู้เป็นสมาชิกคนละ 10 บาท แล้วไปพบอาจารย์วิทยา จงเจริญนั่ง รับประทานอาหารอยู่ ความที่เห็นหน้าอ่อนๆ เลยเข้าไปยกมือไหว้เรียกอาจารย์ว่า พี่ แล้วเชิญชวนให้เป็นสมาชิกชมรมฟุตบอล อาจารย์วิทยา จงเจริญได้แต่ยิ้มแล้วก็มีรุ่นพี่ตัวจริงรีบบอกคุณทวีปว่านี่เป็นอาจารย์ เลยรอดจากการถูกคุณทวีปทำบันทึกว่าเป็นสมาชิกชมรมฟุตบอลไปหนึ่งคน

ชาวหอสมัยนั้นอยู่ห้องละสามเป็นเวลา 1 ปีครึ่งหอชายปีก E และ F จึงสร้างเสร็จ จึงมีการกระจายนักศึกษาชายอยู่ห้องละ 2 คน (ส่วนนักศึกษาหญิงยังประจำอยู่ที่ปีก D ของหอชายเพราะหอพักนักศึกษาหญิงสร้างภายหลัง) กิจวัตรประจำวันของนักศึกษาแทบจะเป็นแพทเทิร์นเดียวกันตลอด คือ เช้าตื่นนอน อาบน้ำแต่งกายไปรับประทานอาหารเช้าที่คาเฟทีเรีย แล้วไปเรียนที่ตึกเรียนกลางวันก็มารับประทานอาหารที่คาเฟทีเรียแล้วไปเรียนต่อ ภายหลังตามตึกคณะต่างๆ ที่มีการก่อสร้างมักจะมีคนงานเปิดเพิงพักเป็นที่ขายอาหารประเภทข้าวราดแกงบ้าง บางคนเลยใช้บริการมื้อกลางวันตามร้านเหล่านี้ เย็นกลับมาอาบน้ำแล้วก็ไปรับประทานอาหารที่คาเฟทีเรียอีกแล้วก็ไปเดินเล่นที่อ่างเก็บน้ำ บางคนก่อนรับประทานอาหารจะออกกำลังกายด้วยการเล่นแบดมินตันหรือกีฬาอื่นๆ ที่พอจะหาสนามเล่นกันเองตามอัตภาพ พอใกล้มืดนักศึกษาส่วนหนึ่งก็นั่งรถตุ๊กๆ ซึ่งเป็นรถสี่ล้อเล็กเข้าไปในเมืองหาดใหญ่ อาจหาอะไรรับประทานในเมืองแล้วดูภาพยนตร์รอบหัวค่ำ แล้วค่อยนั่งรถตุ๊กๆ กลับเข้าหอพัก คิวรถตุ๊กๆ ใน ม.อ.อยู่ใกล้กับหอพักนักศึกษาชายทำให้สะดวกต่อการใช้บริการ

สิ่งที่เป็นปัญหาของชาวหอพักก็คือ ช่วงใกล้สอบไฟฟ้าจะดับเป็นประจำ สาเหตุเกิดจากนักศึกษาทุกคนจะอยู่ในหอพักพร้อมกันแล้วต่างคนต่างก็เปิดไฟ สำหรับดูหนังสือเตรียมตัวสอบจนมีการใช้ไฟฟ้ามากเกินพอแทบจะทุกครั้ง ถ้าไฟฟ้าดับนานก็จะมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งนั่งรถตุ๊กๆ เข้าไปหาอะไรรับประทานในเมืองตามความเคยชิน อย่างไรก็ดี มักจะมีนักศึกษาส่วนหนึ่งจับจองโต๊ะตามอาคารเรียนนั่งดูหนังสือเตรียมตัวสอบ ซึ่งจะไม่ทำให้พบปัญหาไฟฟ้าดับ พอดูหนังสือจบก็เดินกลับมายังหอพักเพื่อพักผ่อนหลับนอน

การอยู่ในหอพักนั้นคงจะเป็นเพราะพวกเรายังเป็นวัยรุ่นถึงวัยที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทำให้บางครั้งก็มักจะมีอะไรเกินเลยไปบ้าง แต่อาจารย์ของเรามักจะเข้าใจ มิได้มีการลงโทษอย่างจริงจัง เพียงแต่ปรามให้อยู่ในระบบและไม่เหลิงไปในทางที่เลวร้ายเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเวลาประมาณ 21.00น.ในห้องพักของนักศึกษาชายชั้นสี่ห้องหนึ่ง มีนักศึกษาเกือบยี่สิบคนจับกลุ่มสุมหัวกันอยู่ โดยถอดรองเท้าแตะกองไว้หน้าประตูห้องเต็มไปหมด ประมาณ 12 คนกำลังจั่วไพ่เล่นรัมมี่กันอย่างสนุกสนาน ขณะที่นักศึกษาที่เหลือเป็นกองเชียร์ส่งเสียงลุ้นกันดังลั่น จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดัง ก็อก ก็อก ก็อก ใครคนหนึ่งก็ตระโกนเชื้อเชิญว่า

"ไสหัวเข้ามาได้"

เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากภายนอก จากนั้นสักพักก็มีเสียงเคาะประตูอีก ก็อก ก็อก ก็อก นักศึกษาคนเดิมตระโกนเชื้อเชิญให้เข้ามาในห้องได้ด้วยสำนวนกำลังภายในแบบ เดิมว่า

"มิต้องมากมารยาทอันใด ไสหัวเข้ามาเร็ว ๆ"

เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ แต่มีเสียงเคาะประตูซ้ำ คราวนี้ภายในห้องชักจะเฉลียวใจว่าอาจเป็นอาจารย์มาตรวจหอพัก จึงใช้ความพยายามซุบซิบบอกกันเบา ๆ แต่เนื่องจากอยู่กันหลายคน และอารามตกใจจึงกลายเป็นเสียงดังเซ็งแซ่ออกไปถึงนอกห้อง จากนั้นบางคนหลบเข้าไปซ่อนตัวในตู้เก็บเสื้อผ้า บางคนมุดเข้าใต้เตียงด้วยความตกใจ บางคนปีนด้านหลังออกไปยังห้องข้างๆ ใครคนหนึ่งปีนหนีจากชั้นสี่ลงมาถึงพื้นดินได้โดยปลอดภัย ทั้งที่ถ้าเป็นเวลาปกติคงไม่กล้าปีนอย่างนั้น นักศึกษาเจ้าของห้องใจดีสู้เสือเปิดประตูออกไป ก็พบว่าเป็นอาจารย์มาตรวจหอจริงๆ อาจารย์เข้ามาในห้องจับตัวผู้ที่มุดอยู่ใต้เตียงและในตู้เสื้อผ้าออกมาโอภาปราศรัยกันแบบกันเอง ขณะนั้น นักศึกษาที่ปีนออกไปห้องอื่นแล้วยังไม่หายตกใจ รีบหลบเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็เปิดน้ำอาบซู่ซ่าทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่ แถมมิได้ปิดประตูห้องน้ำอีกต่างหาก อาจารย์ออกมาจากห้องแล้วสั่งให้นักศึกษาเจ้าของห้องเอาถุงมาใส่รองเท้าที่ ไม่มีเจ้าของหน้าห้องทุกคู่ แล้วบอกให้แจ้งกับเพื่อนๆ ให้ไปเอารองเท้าคืนที่สำนักงานอธิการบดีพรุ่งนี้ากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำพบนักศึกษาอาบน้ำทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่ อบรมพอเป็นธรรมเนียม แล้วให้เลือกรองเท้ากลับคืนไป ปฏิบัติการล้างวงไพ่แล้วเสร็จ อาจารย์เดินลงบันไดมาเบื้องล่าง ถึงบริเวณโถงก็พบนักศึกษาคนหนึ่งยิ้มเข้ามายกมือไหว้ทักทาย อาจารย์ยิ้มตอบยกมือรับไหว้แล้วมองสำรวจนักศึกษาท่านนั้นทั้งตัว เห็นว่าใส่เสื้อยืดมีปกเรียบร้อยกางเกงขาสั้นก็ดูดี หุ่นเท่พอเป็นพระเอกหนังจีนได้แต่กลับไม่ใส่รองเท้า อาจารย์จึงวางถุงที่ใส่รองเท้าลงแล้วบอกนักศึกษาท่านนั้นว่ารองเท้าคู่ไหน เชิญเลือกเอาคืนไปได้

คืนนี้หลังจากที่อกสั่นขวัญหายแล้วทุกคนกลับ หัวเราะสนุกสนาน ทุกคนมีความเกรงใจอาจารย์ไม่คิดที่จะเปิดวงเล่นรัมมี่อย่างโจ๋งครึ่มอีก ความจริงก็แค่เล่นกันสนุกๆ แต่เป็นการผิดระเบียบมหาวิทยาลัย อาจารย์รู้เข้าเลยมาปรามให้เบาบางลงเท่านั้น จากนั้นแม้อาจมีการเล่นรัมมี่บ้างก็ประปรายมิได้เกิดวงขนาดใหญ่

ไม่ แน่ใจว่าวันรุ่งขึ้นมีใครกล้ามาขอรองเท้าคืนจากสำนักงานอธิการบดีหรือไม่ แต่ทุกคนให้ความรักและเกรงใจอาจารย์ท่านนี้ตลอดมา และท่านเป็นอาจารย์ท่านหนึ่งที่ทุกคนไหว้ในฐานะที่เป็นอาจารย์ได้อย่าง สนิทใจ

อาจารย์ท่านนี้คือ ผู้ช่วยศาสตรจารย์ดอกเตอร์ผาสุข กุลละวณิชย์นั่นเอง.

 

ตอนต่อไป ...ตอนที่ 7 ดอกศรีตรังช่อใหม่ 

บันทึกย้อนหลัง

แนะนำกันก่อน
ตอนที่ 1 ก้าวแรกที่ ม.อ.
ตอนที่ 2 กิจกรรมใน ม.อ.
ตอนที่ 3 ย่างก้าวสู่ภายนอก
ตอนที่ 4 บ้านของเรา-ระหว่างจินตนาการกับความจริง
ตอนที่ 5 คาเฟทีเรีย(อิ่มอร่อยกับอาหาร-สนุกกับการทำกิจกรรม)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 14 มีนาคม 2551 17:28 แก้ไข: 30 กันยายน 2554 06:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกส์.....ขากรรไกรค้างซะแล้ว....ขำจริงๆ คนที่อาบน้ำทั้งเสื้อ...นั่น นายปัญรักษ์...หรือเปล่าคะ....ก๊ากส์.....
รีบไปหน่อย เลยไม่ได้ใส่ชื่อผู้เขียนที่แท้จริง ใครบ้างที่อาบน้ำทั้งที่ยังใส่เสื้อ ? อาจจะต้องออกมาเผยความจริงกันเองครับ ...
Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
15 กรกฎาคม 2551 13:01
#32288

ครั้งหนึ่ง ครั้งนั้น เข้าใจว่าอยู่ในราวปี ๒๕๑๗ โดยมี 'จ๋าย' เป็นประธานหอพัก และคนที่เป็น spider man รูดเสาจากชั้น ๔ หนึ่งในนั้นคือ 'เตี้ย' ที่ทำตื่นเต้นตะโกนบอกเพื่อนข้างล่างว่า '..รับ อูด้วย รับอูด้วย'

ความจริงเพิ่งเจอ 'จ๋าย' ที่แวะมาเยี่ยมหลายเดือนก่อน แต่เจ้าตัวไม่อยากเล่าเรื่องนี้หน่ะ

Ico48
วีณา [IP: 118.173.194.181]
29 กันยายน 2554 20:31
#69097

ช่วงปี2520-21

ยังมีเรื่องไฟดับช่วงกำลังสอบ เป็นประจำ

จำได้ว่าวิชาที่เรียนและตัดเกรดร่วมทุกคณะ

จะนัดสอบกลางคืนที่ตึกฟัก

รุ่นพี่เตือนว่าให้รีบทำข้อสอบให้เสร็จก่อนเวลา 10 นาที

เพราะไฟจะดับ แล้วอ.จะเรียกเก็บข้อสอบทันที่

แต่กว่าจะเก็บเสร็จ หลายคนก็ได้ลอกกันเรียบร้อยแล้ว

มันสนุก และตื่นเต้นใช้ได้เลยล่ะ

Ico48
วิศิษฎ์ วศ.รุ่น๕ [IP: 180.180.59.125]
17 มิถุนายน 2556 10:54
#88918

ขอนุญาตเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กๆน้อยกรณี อ.ดร.ผาสุข(ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นอธิการบดีแล้ว)จับวงไพ่(ซึ่งจริงๆเป็นไพ่เก้าเกครับ)......ตอนเคาะประตูก่อนวงแตกท่านตอบคำเชื้อเชิญว่า "เปิดประตูหน่อย...ผมผาสุข" เท่านั้นแหละ เหมือนระเบิดลงกลางวง..เหตุการณ์ก็ประมาณที่คุณวัชรินทร์เล่ามา...สำหรับคนที่ไปอาบน้ำทั้งเสื้อผ้าคือ..คุณกิตติ แซ่ลี้ (ซึ่งมาเปลี่ยนเป็นเริ่มประชาธิปไตยในตอนหลัง 14 ตุลา 16) ส่วนอีกคนที่ลงมาจากชั้น 4 พร้อม"เตี้ย" คือ ปรีดา ซึ่งเป็นรูมเมทผมเอง...ทั้งคู่ใช้วิธี"รูดเสา"พรืดๆลงมาอย่างรวดเร็วราวนักกายกรรมผู้มีทักษะอันยอดเยี่ยม..เมื่อตื่นเช้าก็ยังมาบ่นกับผมว่า "ทำไมหน้าอกกู(ขอโทษที่ใชัภาษาไม่สุภาพ)มันแสบไปหมดก็ไม่รู้ (มันยังไม่รู้อีก) เหตุการณ์ครั้งนี้จวบจนทุกวันนี้เกือบทุกครั้งที่มาสังสรรค์รุ่นก็ยังเป็นหัวข้อให้ขำกลิ้งกันอยู่เสมอครับ

Ico48
psu22 [IP: 14.207.176.23]
13 กุมภาพันธ์ 2558 18:35
#101951

ไม่เห็นมีใครเล่าเรื่องชมจันทร์

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.224.60.122
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ