นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2427
ความเห็น: 2

ตอนที่ 4 บ้านของเรา-ระหว่างจินตนาการกับความจริง

ผมบอกกับตัวเองในใจว่าพรุ่งนี้เช้าแล้วนะ เราจะเห็นบ้านของเราที่ปักษ์ใต้ บ้านที่เราจะเข้าไปอยู่อย่างถาวร บ้านที่จะช่วยขัดเกลาให้เราเปี่ยมความรู้ ความคิด บ้านที่อยากเห็นและฝันถึงมานานแสนนาน

(โดย วัชรินทร์ พุทธพรไพสิฐ  21 พ.ค. 2550) 
อ่านบันทึกย้อนหลัง   แนะนำกันก่อน
ตอนที่ 1 ก้าวแรกที่ ม.อ.
ตอนที่ 2 กิจกรรมใน ม.อ.
ตอนที่ 3 ย่างก้าวสู่ภายนอก

ตอนเข้าเรียนชั้นปีที่ 1 พี่ๆ สอนให้เราร้องเพลงของสถาบัน จำได้ว่ามีพี่พัฒน์ เลี่ยมจรัสกุล พี่วิทยาศาสตร์รุ่น 1 สอนร้องเพลง "ถิ่นพักใจใดจะปานเหมือนบ้านเกิด เราทูนเทิดแนบใจไม่สลาย..........แม้ห่างกันพันแสนด้าวแดนใด มอบดวงใจไว้ที่ร่มศรีตรัง"พี่พัฒน์ร้องเพลงโดยไม่มีดนตรีประกอบได้อย่าง ไพเราะเพราะพริ้ง นอกจากนี้มีเพลงบางเพลงที่บ่งบอกคุณสมบัติของลูกสงขลานครินทร์ อย่างเช่น เพลงสงขลาสัมพันธ์ที่พี่มงคล ไฝขาวเป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้องนั้นมีเนื้อหาว่า
"พวกเรากลมเกลียวสัมพันธ์แน่นเหนียวแนบวิญญาณ
ดื่มดำดวงมาลย์สำคัญมั่นคงเป็นสงขลา-นครินทร์ถิ่นแหลมทองนี้
จักมีชื่ออยู่คู่ฟ้า เปี่ยมเสรีเรานี้เทิดทูนคุณค่า สิทธิ์และเสียงหน้าที่นานา
ทุกคนบูชาซึ่งความเป็นไท"

"ถิ่นดินแดนใดหาใครได้หนอบ่เทียมทัน
อยู่ชายไพรวัลย์เขาเขียวเกี่ยวพันทะเลหลวง
ร่มเย็นนี้ยามอยู่พัก ถิ่นรักนี้เราจักหวง
ห่างไกลกันคิดถึงทุกวันเป็นห่วง
แหล่งความหวังของเราทั้งปวงแสนรักดังดวงหทัย"

ตอนเรียนหนังสืออยู่ที่ตึกของมหาวิทยาลัยมหิดลแล้วร้องเพลงนี้ ผมรู้สึกถึงจิตวิญญาณแห่งปัญญาชนที่สามารถคิดค้นได้อย่างเสรี กล้าแสดงออกซึ่งความคิดเห็น พิทักษ์ไว้ซึ่งสิทธิ์และรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน ความรู้สึกของผมอีกประการหนึ่งนั้นคล้ายกับมีสายใยจากพี่ๆ ที่อยู่ ณ คอหงษ์ ฉุดรั้งพร่ำเรียกหา บ่งบอกถึงความห่วงใยเอื้ออาทร จนทำให้อยากเร่งวันเร่งคืนให้สิ้นปีการศึกษา 2514 เร็วๆ จะได้ยกขบวนจาก กทม.มายังบ้านของเราที่หาดใหญ่ตามกำหนดของมหาวิทยาลัยเสียที
ความที่ไม่เคยเห็นตัวมหาวิทยาลัยที่หาดใหญ่ ยามที่ได้ยินเพลงจากแผ่นเสียงสมัยนั้นทำให้เกิดความเคลิบเคลิ้มหลงใหลแล้ว เกิดจินตนาการไปเป็นภาพมหาวิทยาลัยในความฝัน ตอนผมเข้ามาศึกษาปี 1 นั้นมีเพลงของมหาวิทยาลัยที่พี่ๆ ซึ่งทำกิจกรรมสโมสรนักศึกษายุคแรกๆ ว่าจ้างให้วงสุนทราภรณ์แต่งให้ ในเพลงที่ชื่อ "สงขลานครินทร์" เนื้อหาท่อนหนึ่งบอกว่า "ชมทะเลหาดทรายขาวผ่อง งามน่ามองโขดหินตระหง่าน สลับซับซ้อนดังภาพตระการงามเหมือนวิมานทอง เสียงคลื่นซัดฝั่งครั่นตรื้นครืนประโคม คลื่นครวญบรรโลมพรมพลิ้วปลิวละออง เกาะหนูเกาะแมวตะคุ่มน่ามอง ดังแมวนั่งจ้องมองหนู" ฟังเพลงนี้แล้วเกิดจินตภาพว่า ม.อ.ของเราตั้งอยู่ริมทะเล มีหาดทรายขาวอันยาวเหยียด มองออกไปเห็นเกาะหนูเกาะแมวกลางทะเล ช่างทำให้เกิดอารมณ์อ่อนโยน เคลิบเคลิ้มไปกับภาษาอันสละสลวยในเนื้อเพลง อยากจะเขียนบทกวีให้ได้แบบนี้บ้าง แต่รู้ตัวดีว่าผมมือไม่ถึง ตอนผมอยู่ปี 1 จึงไม่กล้าเขียนเพลงใดๆ
อย่างไรก็ดีภายหลังเมื่อได้เดินทางมาสู่มหาวิทยาลัยจริงๆ พบว่า ม.อ.ของเรามิได้ตั้งอยู่ริมทะเล มองไม่เห็นเกาะหนู เกาะแมว แต่ผมก็รักทุกอย่างที่เป็น ม.อ. มหาวิทยาลัยของเราตั้งอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา ดงยาง มีพื้นที่กว้างขวาง มีอ่างน้ำใหญ่โต และมีน้ำใจอันยิ่งใหญ่ที่ประเมินค่าไม่ได้ทั้งจากพี่ๆ จากคณาจารย์และน้ำใจของเพื่อนๆ นักศึกษาทั้งสองคณะ คือวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีไม่ถึงเจ็ดร้อยคน เมื่อเทียบกับอาณาจักรของมหาวิทยาลัยอันกว้างขวางแล้ว บางครั้งยามเช้าที่ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ริมอ่างน้ำ ใครบางคนก็สัมผัสได้ถึง ความอ้างว้าง ตามเพลง "ศรีตรัง"ของสุนทราภรณ์ท่อนหนึ่งที่บอกว่า "ฟ้าดินถิ่นไกลใครจะมา สู่แดนสงขลานครินทร์นี้ เห็นแต่น้องแลตาพี่ แล้วมองไปที่ดอกศรีตรัง" ท่อนนี้ ตอนที่ยังเรียนอยู่ที่ กทม.ตอนฟังเพลงก็พอจินตนาการออกว่าในมหาวิทยาลัยคงเวิ้งว้าง กว้างขวาง แต่ท่อนที่บอกว่า เห็นแต่น้องแลตาพี่ แล้วมองไปที่ดอกศรีตรังนั้น ทำให้เกิดความรู้สึกรักสถาบัน รักพี่รักเพื่อนจนบอกไม่ถูก
ตอนปิดภาคการศึกษาปี 2514 ก่อนที่ผมจะไปค่ายอาสาพัฒนาของกลุ่มนิสิตนักศึกษาอาสาสมัครแห่งประเทศไทย(น. อ.ท.)นั้น สมาชิกของค่ายต้องไปเข้าสัมมนาที่ค่ายลูกเสือพระพุทธฉาย อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีเพื่อเตรียมความพร้อมไปทำหน้าที่ในค่ายเยาวชนตามจังหวัดต่างๆ ตอนที่อยู่ในค่ายลูกเสือ ยามค่ำคืนที่สงัดเงียบ ผมเขียนกลอนขึ้นมา 1 บท แต่จำไม่ได้ว่าเขียนไว้อย่างไร คุณสุกิจผู้ร่วมกิจกรรม ค่ายด้วยมาพบเข้าในวันรุ่งขึ้น จึงเอามาให้ทำนองด้วยกีต้าร์โปร่งที่เอาติดตัวไป ผมจึงได้รับรู้ว่าคุณสุกิจเป็นเพื่อนที่มีอารมณ์ศิลปินและมีความสามารถไม่น้อย คุณสุกิจขอให้ผมเขียนเนื้อเพลงเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยให้หนึ่งเพลง เขาจะเอาไปใส่ทำนองให้ ผมรับปากคุณสุกิจว่า เมื่อเปิดภาคการศึกษาหลังจากกลับจากค่ายเยาวชนฯตามภารกิจที่มีอยู่แล้วผมจะเขียนให้
หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมในค่ายฯ แต่ละจังหวัด เราได้มาพบกันอีกครั้งเพื่อสรุปงานและถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผมพบว่าเราทุกคนที่เป็น ม.อ.สามารถทำงานได้ไม่น้อยหน้าผู้อื่น ค่ายพัฒนาเยาวชนในระบอบประชาธิปไตยกับเนื้อหาของเพลงท่อนที่ว่า "เปี่ยมเสรีเรานี้เทิดทูนคุณค่า สิทธิ์และเสียงหน้าที่นานา ทุกคนบูชาซึ่งความเป็นไท"นั้น มีความสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
ตอนใกล้เปิดภาคการศึกษาแรกของปี 2515 พวกเราจองโบกี้รถไฟสาย กทม-หาดใหญ่ ออกเดินทางมาพร้อมกันทั้งพี่และเพื่อนที่เรียนอยู่ กทม.ด้วยกันตอนนั้น นักศึกษาที่มีภูมิลำเนาไม่ใช่ภาคใต้นั้นจะมีผู้ปกครองและพี่น้องมาส่งที่ สถานีหัวลำโพงเนืองแน่น ใกล้รถไฟจะออก ญาติพี่น้องหลายคนก็ชักหน้าเสีย เพื่อนนักศึกษาหญิงบางคนแอบปาดน้ำตาที่ซึมออกมาโดยไม่อาจห้ามได้ แต่พอรถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานี ความสนุกสนานก็กลับคืนมา มีเสียงเพลงของ ม.อ.ดังกระหึ่มสลับกับเพลงเพี้ยนๆ ที่เพื่อนร้องกันเล่นๆ เช่น "ตุ่มใส่น้ำ เอาน้ำมาใส่ตุ่ม ตุ่มใส่น้ำเอาน้ำมาใส่ตุ่ม เอาตุ่มมาใส่น้ำ"วนไปวนมาไม่ยักจะจบ
ผมบอกกับตัวเองในใจว่า พรุ่งนี้เช้าแล้วนะ เราจะเห็นบ้านของเราที่ปักษ์ใต้ บ้านที่เราจะเข้าไปอยู่อย่างถาวร บ้านที่จะช่วยขัดเกลาให้เราเปี่ยมความรู้ ความคิด บ้านที่อยากเห็นและฝันถึงมานานแสนนาน
หมายเหตุท้ายตอน: เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัย ผมเขียนเพลงให้คุณสุกิจใส่ทำนอง 1 เพลงตามที่รับปากไว้ แต่จำชื่อเพลงไม่ได้ และเนื้อเพลงจำท่อนแรกได้ท่อนเดียวคือ

"สงขลานครินทร์ ขวัญทักษิณปิ่นวิชา
เทิดพระราชบิดา งามสง่าสถาบัน..................(จำไม่ได้) __._,_.___

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 05 กุมภาพันธ์ 2551 08:44 แก้ไข: 05 กุมภาพันธ์ 2551 08:46 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชอบเพลงสมัยก่อนตรงที่ ทุกพยางค์ ในเนื้อเพลง เปี่ยมไปด้วยความหมาย ไม่ใช่เป็นแค่ คำ ที่เขียนมาเพื่อเชื่อมทำนอง..เหมือนดั่งเพลงสมัยนี้.

..เฮ่อ...

อ่านแล้วคิดถึง "เพื่อน" คิดถึง "หอพัก" คิดถึง "รุ่นพี่" และ "เพื่อนต่างภาควิชา"... จัง!!

Ico48
สมาน [IP: 192.168.100.112]
07 กรกฎาคม 2551 09:55
#31904

ตามรอยมาเจอจากตอนที่ 11 ครับ.... 

อะไรจะจำแม่นขนาดนั้น หลายสิบปีแล้วนะครับ ...

คลับคล้ายคลับคลาว่าจำเพลงที่ตัวเองแต่งไม่ได้ คือที่ร้องว่า "ส่ง ขล้า หน่ะ ขะ รินทร์ .... " ก็เลยขออนุญาตบันทึกใว้ที่นี่เลยครับ ดังนี้

สงขลานครินทร์ ขวัญทักษิณปิ่นวิชชา

เทอดเกียรติพระราชบิดา  งามสง่าสถาบัน

นิสิตสามัคคี  สร้างความดีตราบนิรันดร์

สงขลาฯคุณอนันต์ อันอบรมบ่มชีวี

 

ศรีตรังคือรังรัก  บรรเจิดศักดิ์อนรรฆศรี

การุณคุณเกียรติมี  สีน้ำเงินงามเกินชม

งามผ่องดังท้องฟ้า ผองประชาชื่นนิยม

ยั่งยืนเชิดชื่มชม สมสงขลานครินทร์

 

ป.ล. 1. ใว้วันหลังค่อยลงโน๊ตทำนองให้

       2. นักร้องนำสมัยนั้น ก็คุณหมอเพ็ญนภา (สำรวย) ผู้จากไปนั่นเอง ครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.198.122.70
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ