นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนข้างหลัง
Ico64
นางสาว ดวงพร วงษ์สวัสดิ์
ผู้อำนวยการกองวิชาการและการพัฒนานักศึกษา
ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
Network
Members · Following: 3 · Followed: 3

อ่าน: 9704
ความเห็น: 11

SWOT Analysisกับเทคนิคการให้คำปรึกษา

คุณลองเอาหลักการการวางแผนเชิงกลยุทธ์มากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพิชิดงานดูสิ แล้วจะรู้ว่าเรานะไม่ธรรมดา

SWOT Analysisกับเทคนิคการให้คำปรึกษา

 มกราคมถึงมีนาคมถือว่าเป็นไตรมาสุดท้ายของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย และช่วงเวลานี้เอง กิจการนักศึกษาจะเริ่มเตรียมจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนจบ หรือหลายคณะ ก็มีแผนจัดปัจฉิมนิเทศเรียบร้อยแล้ว   หลายคณะช่วงเวลานี้หัวบันไดบ้านกิจการนักศึกษาไม่แห้งกันเลยทีเดียวเพราะ นักศึกษา จะเข้ามาหาพร้อมคำถามยอดฮิตว่า   จบแล้วทำไรดี....หนูจะทำไรดี  จะเรียนดีหรือทำงานดี  สมัครงานจะมีใครรับมั้ย   งานหายากมั้ยพี่   หนูไม่รู้เลยว่าจะเอาไงดีกับชีวิต....หนูอยากเรียนต่อแต่แม่อยากให้ทำงาน   หนุอยากทำงานแต่พ่อให้เรียนต่อ....และหนูอยากแต่งงาน...(อ่ะ  อันนี้ล้อเล่น....) นี่เป็นเพียงคำถามส่วนหนึ่งจากนักศึกษาที่เรียนมาสี่ปีแล้วยังไม่รู้จักตัวเองเลย.....จบไปจะทำไงนี่.... วันนี้เลยถือโอกาสเปิดซิง หมวดหมู่ใหม่ในพื้นที่shareกันซะเลย ไม่รู้ว่าอ่านแล้วจะเป็นการพัฒนางานประจำหรือเปล่า แต่ก็ทำมาแล้วน่ะคะ  ... จุดเริ่มต้นการพัฒนางานด้านการให้คำปรึกษาโดยนำหลักSWOT Analysisมาประยุกต์ใช้ นั้นได้แนวคิดต่อยอดระหว่างการอบรมเรื่องการจัดทำแผนกลยุทธ์ ก็ปิ้งแว็บขึ้นมาว่า.....มันคล้ายๆกับกระบวนการให้คำปรึกษา หากเอามาบูรณาการเข้าด้วยกันน่าจะเป็นประโยชน์  เลยลองเอาไปใช้กับนักศึกษา ปี 4 ปรากฎว่าได้ผลดี หลังจากทดลองใช้ตามประสาคนเดียว ไม่เคยถอดความออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรสักที  ครั้น เมื่อคิดได้ว่าหลังจากที่นักศึกษาจบจากเราไปแล้ว  ถึงเวลาที่นักศึกษาไม่อยู่กับเราแล้วเค้าน่าจะมีอะไรบางอย่างติดตัวไว้ใช้ยามที่คิดอะไรไม่ออก....และบอกกิจการนักศึกษาไม่ได้  จึงได้เริ่มบรรเลงเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา...ก็ได้เริ่มเขียนเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการจัดทำหนังสือปัจฉิมนิเทศของมอ.สุราษฎร์ และเป็นการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อจัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพ การให้คำปรึกษานักศึกษาชั้นปีที่4 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสำเร็จการศึกษา  เริ่มเลยนะคะ 

       มนุษย์ทุกคนมีความสามารถหรือศักยภาพและคุณค่าบางอย่างในตัวเองเสมอหน้าที่ของคุณก็คือ พยายามค้นหา (ถ้าคุณยังไม่รู้หรือยังหาไม่เจอ) ความสามารถหรือศักยภาพนั้นในตัวเอง และแสวงหางานที่เขาต้องการความสามารถนั้นให้เจอ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจสมัครงานในตำแหน่งใดๆก็ตาม ควรคำนึงถึงจุด 2 จุดนี้ คือ รู้เขา รู้เรา ดังสุภาษิตจีนที่ว่า รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนั้นเอง ต่อไปจะเป็นรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ          ทำไมต้องรู้จักตนเอง   ที่ต้องรู้จัก    ตนเองก็เพราะการหางานทำนั้นก็คือ การเสนอขายสินค้าดี ๆ นี่เอง หรือเคยมีผู้รู้กล่าวว่า การสมัครงานก็คือการขายตัวดีดีนี่เอง...ฟังมาถึงตรงนี้อย่าคิดมากและคิดว่าไม่สุภาพนะคะ (คิดแบบตรงตัวไม่ใช่ความหมายแฝงนะคะ) แต่มันหมายถึง การเสนอขายความรู้ความสามารถของตัวเองที่เล่าเรียนมาและได้รับการพัฒนา บ่มเพาะมาตลอดชีวิตที่ผ่านมา ถ้าเราไม่รู้จักสินค้าดีพอหรือไม่รู้จักตัวเองดีพอแล้ว แล้วจะไม่นำเสนอขายลูกค้าได้อย่างไร แต่การสมัครงานนั้นเป็นการเสนอขายความรู้ความสามารถของตัวเองที่เล่าเรียนมา (มีหรือเปล่าลองคิดดู) ให้แก่บริษัทนั่นเอง โดยการรู้จักตนเองนี้ก็จะต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์ วิเคราะห์สอบถามจากคนใกล้ชิดที่รู้จักเรามาตั้งแต่เกิด ครูบาอาจารย์ เพื่อนร่วมเรียนที่รู้จักเราเพียงเสี้ยวชีวิตหนึ่ง คนรู้ใจ กิ๊กแก๊กทั้งหลายที่มันจะเจอแต่ข้อดีของเราเสมอ คนเหล่านี้แหละที่จะเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นตัวเองได้ชัดเจนขึ้น          หลายคนคงเคยเรียนหนังสือเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ได้ถ่ายทอดพลังความรู้จนท่วมตัว (ไม่รู้จะเอาตัวรอดได้หรือเปล่า )คุณลองเอาหลักการการวางแผนเชิงกลยุทธ์มากำหนดยุทธศาสตร์เพื่อพิชิดงานดูสิ  แล้วจะรู้ว่าเรานะไม่ธรรมดา          

     เริ่มต้นที่เอาหลัก SWOT Analysis มาก่อนนะ หากใครลืมสอบถามเพื่อนข้าง ๆดู เผื่อมันจะไม่รู้เหมือนเรา ถ้าเป็นเช่นนั้นชีวิต.....จริงๆเลย   ถ้ายังงั้นกลับไปถามอาจารย์ดูนะหรือถ้าอยากวิเคราะห์ตนเอง ก็ลองมาใช้บริการงานกิจการนักศึกษาดูนะคะ          แอบโปรโมทงานไปด้วยแล้วคุณจะรู้ว่างานกิจการนักศึกษา มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด ไม่เชื่อถาม.........จิ๊บ...........ดูสิ เริ่มเลยนะ        

       1.หาจุดที่แข็งที่สุดในตัวคุณศักยภาพภายในที่เป็นจุดแข็ง (Strength)  จุดเด่น ข้อดี ความดี ความชอบ ความงามในตัวคุณที่มีทั้งหมด สรรหากันมา ถ้าหาไม่เจอแนะนำให้กลับไปถามแม่ เพราะ แม่จะเป็นคนที่เห็นลูกเป็นคนดีที่สุดอย่างไม่เคยเลวมาก่อนในชีวิต แต่ถ้าใครคิดว่าแม่จะไม่พูดความจริงลองถามเพื่อนที่นั่งข้างๆหรือเพื่อนข้างบ้านดู หรือไม่ตอบตัวเองอย่างจริงใจว่าฉันมีดีตรงไหน อะไรที่พอจะเป็นจุดขายได้ ยกเว้นหน้าตา อันนี้ ดีอยู่แล้ว อย่าลืมนะ มนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีตัวเดียวอันเดียวยากที่ใครจะเลียนแบบ          พูดถึงจุดแข็ง จะยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ เช่น เป็นคนดี อารมณ์เย็น มีเหตุผล เรียนเก่ง ฉลาดสวย ทันสมัย ชอบอยู่กับตนชอบคิด ชอบทำทานกับคนอื่น เกาะติดสถานการณ์ ( ใครรักใครเลิกกับใครรู้หมด) ไม่ใช่สิ ต้องเกาะติดข่าวสารบ้านเมืองแวดวงอุตสาหกรรมว่าไปถึงไหนแล้ว ภาษาอังกฤษดีมาก ภาษาไทยเยี่ยม จีนก็ใช่ย่อย พูดเก่งมีทักษะการนำเสนอเยี่ยม ชอบค้นคว้าวิจัย ชอบทำแล็ป ชอบเรียนบัญชี ชอบจัดการคนอื่น ( ยกเว้นตัวเอง อิอิอิ... ) ทำกิจกรรมเก่ง เป็นต้น  

           2.หาจุดที่คิดว่าอ่อนหรือจุดด้อยของคุณศักยภาพภายในเป็นจุดอ่อน(Weakness) เช่น ขี้โมโห ใจร้อน ไม่อดทน ตามเพื่อน ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่สวย ขี้เหร่ ไม่หล่อ ไม่เท่ห์ ขี้โม้ คิดอย่างเดียวไม่ทำ เรียนไม่เก่ง ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบพูดกับคน ไม่ชอบเดินทาง เชื่อคนง่าย พูดไม่เก่ง นำเสนอไม่เก่ง คิดวิเคราะห์สังเคราะห์ แยกแยะไม่เป็น          ถ้าพบสิ่งเหล่านี้แล้วจัดการมันซะให้มันออกไปจากชีวิต หรือ ถ้ารักกันมากก็พยายามเหลืออยู่ในตัวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่สำคัญต้องมุ่งมั่น ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยด่วน คิดสิว่าทำไมไดโนเสาร์มันจึงสูญพันธุ์ แล้วทำไมจิ้งจกจึงอยู่รอดทุกวันนี้ ลองเลือกดูว่าคุณเป็น.....แบบสูญพันธุ์หรืออยู่ยงคงกระพัน ......ว่าแต่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสัตว์สองตัวนี่ล่ะ.....  

        3. ต่อไปก็หาโอกาสให้กับตัวเองว่า ศักยภาพภายนอกที่เป็นโอกาส (Opportunity) เรามีอะไรที่จะช่วยให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นสื่อต่างๆหนังสือพิมพ์ อินเตอร์เนต วิทยุ โทรทัศน์ สถานที่ราชการต่างๆ สำนักงานจัดหางานที่เปิดโอกาสให้คุณได้รับรู้ เรียนรู้ตนเอง รู้ตำแหน่งงานว่าง หรือแม้แต่เพื่อนแม่ เพื่อนแฟน ลุง ป้า น้า อา เครือญาติทั้งหลาย เอาเป็นว่าคนที่เรารู้จักก้เข้าถามโดยไม่ต้องลังเล...ด้านได้อายอด...คิดไว้ๆ...(ทีแย่งแฟนเพื่อนยังไม่อาย..มาอายเอาอีตอนหางาน..นี่นะ...) การได้รู้จักกับผู้จัดการโรงงาน ฝ่ายบุคคล เพื่อน พี่ น้อง ในขณะที่เราฝึกงานก็ช่วยได้ ในชีวิตหนึ่งมีใครรู้จักบ้างที่พอจะช่วยเหลือแนะนำเรื่องการทำงานได้ หรือหาโอกาสที่จะได้เรียนต่อ ก็ใช้วิธีเดียวกับข้างต้นได้ บางคนเนื่องจากเกรดเฉลี่ยสูงจนเป็นที่น่าอิจฉาแก่เพื่อนฝูง บางคนหน้าตาดีอันนี้ก็มีโอกาสได้แต่งงานก่อนทำงาน บางคนสวยแปลก ลีลาเผ็ดมัน ถูกใจคนสัมภาษณ์พยามยามนำเสนอตัวเองอย่างเต็มที่เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย บางคนรู้จักอาจารย์หลายท่านอาจจะได้เป็นผู้ช่วยวิจัย ถ้าอย่างนั้นแล้วเริ่มแสวงหาโอกาสให้กับตัวเองได้แล้วเด้อค่า             

        4. ภาวะคุกคามในชีวิต ที่ศักยภาพภายนอกที่เป็นข้อจำกัด (Threat) ซึ่งจะไม่ทำให้เราไม่สามารถตัดสินหรือค้นพบตัวเองว่าเหมาะกับอะไร เช่น สำนึกลูกกตัญญูบังเกิดขึ้น บุญคุณต้องทดแทนที่แม่และพ่อและทุนกู้ยืม ฯ ช่วยส่งเสียเล่าเรียนจนจบ แต่ฐานะครอบครัวค่อนข้างลำบากมีน้องต้องส่งเสียอีก 5 คน ลูกสาวอีก 1 คน แฟนกิ๊ก ว่าที่สามี ว่าที่ภรรยา รวมแล้วอีก 3 ที่ต้องร่วมหอลงโลงกับเรา ถ้าเป็นเช่นนั้นแนะนำว่า หางานทำเถอะ ชีวิตเด็กทั้งหลายอยู่ในมือเรา แต่ถ้าใครคิดว่า ชีวิตนี้เป็นของเราคนเดียว เป็นลูกคนเดียวของครอบครัวพ่อแม่มีเงินทองเหลือเฟือ ก็ไปเรียนต่อเพื่อเพิ่มคุณวุฒิก็ไม่ว่ากัน ที่สำคัญอย่าลืมว่าปีหนึ่งมีบัณฑิตจบออกไปเท่าไร นั่นแหละสิ่งที่คุกคามตัวเราที่ใกล้ที่สุด โดยที่เราไม่เคยคิดจะระวังตัว และพยายามหาข้อได้เปรียบแก่คู่แข่งเหล่านั้น           นอกจากการ SWOT ตัวเอง ก็ขอเสนอบันได 9 ขั้น แห่งการเข้าใจตนเอง ดังต่อไปนี้         .....แต่เดี่ญวก่อนมาถึงตรงนี้.... ก็ขอไปกินไก่ก่อนนะ...ไม่ใช่สิ  ขอไปทำหน้าที่ลูกกตัญญูก่อนนะคะ....

พรุ่งนี้จะพาไปปีนบันได 9 ขั้น แห่งการเข้าใจตนเอง 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 06 มกราคม 2551 19:21 แก้ไข: 02 มิถุนายน 2552 09:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • นั่นแน่..เริ่มถ่ายทอดประสบการณ์ฝังลึกออกมาเล่าสู่กันฟังแล้ว..
  • ดีมั่กๆ น้องดวง จงทำต่อไป..นะ
  • อ้าว..แล้วแว๊บไปกินไก่อีกแว้วเหรอ?? หันซ้ายหันขวาให้ดีด้วยนา 555555...
  • โดนใจมากเลยน้องดวง
  • "อะไรที่พอจะเป็นจุดขายได้ ยกเว้นหน้าตา อันนี้ ดีอยู่แล้ว อย่าลืมนะ มนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีตัวเดียวอันเดียวยากที่ใครจะเลียนแบบ"
  • ถ้าหน้าตาไม่ดีแบบพี่ละทำงัยดีจ๊ะ

P ไม่รู้ว่าที่เล่าไปนั้นจะเป็นประโยชน์บ้างหรือเปล่านะคะ

อ้าว..แล้วแว๊บไปกินไก่อีกแว้วเหรอ?? หันซ้ายหันขวาให้ดีด้วยนา 555555...

อาจารย์เล่นแซวกันอย่างนี้...อายนะนี่....แต่รู้ว่า รักกอดจึงหยอกเล่นใช่มั้ยล่ะ

Pขอบคุณมากๆเลยสำหรับป้า ที่ทั้งดึงและดัน แบบสวยๆอย่างนี้มีคนเดียวจริงๆนะ

จบปัญหากับคำถามที่ว่า...

"จบแล้วทำไรดี....หนูจะทำไรดี  จะเรียนดีหรือทำงานดี  สมัครงานจะมีใครรับมั้ย   งานหายากมั้ยพี่  หนูไม่รู้เลยว่าจะเอาไงดีกับชีวิต...."

ติดต่อเราสิค่ะ กิจกรรมกิจการนักศึกษา

ขอบคุณนะค่ะพี่ดวง

ขอบคุณที่ถ่ายทอดบทความที่น่าสนใจให้น้องน้อยอย่างหนูได้เรียนรู้

ขอบคุณมากๆเลยค่ะ (^_^)

ปล.ไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ต่อใช้ไหมค่ะ (^_^)

ตอบP ชื่อแซ่ก็ไม่บอก แต่พอจะรู้ว่าใคร

ดีใจจริงๆที่เข้ามาอ่าน เอาไปใช้ได้เลยไม่หวงคะ....เพราะเป้นวัตถุประสงคืหลักของshare อยู่แล้ว แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และแบ่งปัน บทความนี้จากพี่ถึงน้องล่ะกัน พี่ดวงจะคอยติดตามอ่านบันทึกแรกของนิดนะคะ

 

เยี่ยมจริงๆค่ะ ที่เอาเรื่องดีๆมาถ่ายทอด ได้ประโยชน์กับวงกว้างๆแน่นอนเลยค่ะ

พี่โอ๋รบกวนน้องดวงให้ช่วยแบ่งวรรคบันทึกเป็นช่วงๆจะทำให้อ่านง่ายขึ้นนะคะ แล้วก็เคาะขึ้นบันทัดใหม่ตรงแต่ละหัวข้อทุกข้อก็ทำให้เวลาอ่านจะได้ใจความแบบเป็นเค้าโครงไปพร้อมๆกับเนื้อหาค่ะ

พี่โอ๋อยากให้บันทึกดีๆแบบนี้มีคนอ่านเยอะๆ การทำให้อ่านง่ายเป็นเทคนิคนึงที่จะทำให้คนกล้าอ่านบันทึกยาวๆนะคะ น้องดวง

Pขอบคุณคะพี่โอ๋ที่ช่วยแนะนำ ปรับแก้เรียบร้อยแล้ว ลองเข้าไปดูหน่อนนะคะ ว่าใช้ได้หรือยัง

ดีเยี่ยมเลยค่ะคราวนี้ เพราะแต่ละ paragraph น้องดวงก็มีการตกแต่งตัวหนังสือในส่วนที่เป็นประโยคหลักๆ ไว้แล้วด้วย

ตอนนี้เวลาเราเห็นปั๊บเราก็จะได้ความโดยย่อทันที โดยไม่ต้องไล่อ่านให้เสร็จก่อน

มีอีกนิ้ด...นึงค่ะ ที่จะทำให้บันทึกยาวๆที่มีคุณค่านี้สมบูรณ์จริงๆ ก็ตรงตัวสะกดต่างๆที่ยังมีผิดอยู่หลายตัว วิธีทดสอบง่ายๆก็คือ copy ไปแปะใน Word ที่เขามีเช็คไวยากรณ์น่ะค่ะ เราจะหาเห็นได้ง่ายขึ้น เอา cursor ไปวางบนคำนั้นแล้วคลิกขวา จะมีคำที่น่าจะถูกกว่าให้เราเลือกใช้ ยกตัวอย่างเช่น

"แต่เดี่ญวก่อนมาถึงตรงนี้" เราก็จะมีคำว่า "เดี๋ยว" มาให้เลือกใช้แทนคำที่ผิด 

น้องดวงคะ พี่โอ๋ฝันไปค่ะ อิ...อิ...ภาษาไทยไม่มีตรวจให้ใน Word อาจจะต้องไปหาพจนานุกรมมาใส่ให้โปรแกรมก่อน ถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะมีค่ะ เวลาเราพิมพ์ผิด ก็จะมีเส้นใต้ยึกยือที่ทำให้เรารู้ว่าคำนี้ผิดน่ะค่ะ

สรุปว่า ถ้าจะให้ดีที่สุด เราต้องช่วยกันดูว่าเราพิมพ์ได้ถูกต้องน่ะค่ะ อ่านตรวจเองอีกรอบจากหน้าจอ แล้วก็พยายามแก้ไขตัวที่พิมพ์ผิดให้ถูกให้ได้มากที่สุด เป็นการช่วยกันรักษาภาษาไทยของเราทางหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่นักศึกษาคงยึดถือเป็นที่พึ่งและเป็นแบบอย่างได้แบบน้องดวงนะคะ หวังว่าน้องดวงคงเข้าใจพี่โอ๋นะคะ ว่าทำไมดูจุกจิกจัง เห็นแล้วว่าน้องดวงมีแววว่าจะเป็นต้นแบบที่น่าเอาอย่างให้คนอื่นน่ะค่ะ 

พี่โอ๋......เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลยคะ...เป็นคนมือไวคิดไวคะคิดอะไรออกก็จะพิมพ์ๆ เลยไม่รอบคอบ      ในการแก้คำผิด ต่อไปจะระวังให้มากคะ ขอบคุณมากๆเลยสำหรับคำแนะนำ นี่ถ้าอ่านพี่โอ๋อ่านไม่จบคงไม่ได้คำแนะนำดีดีอย่างนี้นะคะ...
Ico48
ป.กุลวัฒน์ [IP: 202.29.39.1]
23 กันยายน 2551 15:58
#36043

ผม ป.กุลวัฒน์  (งานแนะแนวการศึกษาและอาชีพ กองพัฒนานักศึกษา มรภ.วไลยอลงกรณ์)

เข้ามาอ่านบทความนี้

เริ่มจากอ่าน บันได 9 ขั้น ก็สนุกดี 

จึงเลื่อนลงมาอ่าน swot analysis ก็ยิ่งมัน

ปกติแล้วจะไม่ชอบพิมพ์ จะชอบอ่านและเซฟเก็บความรู้ ไปถ่ายทอดเมื่อมีโอกาสมากกว่าพิมพ์แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ

วันนี้  ขอแล้วกัน

อดทนไม่ได้ที่จะทำสิ่งดี ๆ สักครั้ง

คือการให้กำลังใจคนเขียนบทความนี้

วันนี้มีเวลาและโอกาสดี

เห็นบทความที่ดี ๆ อ่านแล้วมีประโยชน์อย่างมาก ๆ

จึงขอขอบคุณในความกรุณาที่ถ่ายทอดความรู้แก่อนุชนเพื่อจะได้ศึกษาวิเคราะห์ตัวเอง พัฒนาตัวเองต่อไป  ขอบคุณมาก ๆ จากใจจริง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.175.191.168
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ