นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1923
ความเห็น: 4

ต้นปีงบกำลังจะมา...โครงการแรกปี 55 กำลังจะแตกหน่อ: โครงการอบรมการใช้เครื่องมือ-ตอนสาม สุดท้าย

ธรรมะก่อนเที่ยงครับ

   ตอนนี้เวลา ใกล้เที่ยง วันที่ 29 กันยายน 2554 เพื่อนๆ หลายคนในที่ทำงาน และในมหาลัย (มอ.ปัตตานี) กำลังอยู่ที่ยังโรงแรมซี เอส ปัตตานี เพื่อร่วมงานเลี้ยงเกษียรอายุราชการของบุคลากร มอ.ปัตตานี ตนเองลงชื่อว่าจะไป แต่วันนี้ไม่ได้ไป...

 

   วันนี้มีหลากหลายอารมณ์ในการทำงาน ทั้งสุข เศร้า หงุดหงิด และพบกับคนหงุดหงิดใส่ หมดอารมณ์ไปงานเลี้ยง ขอทำงาน และเขียนบันทึกซะดีกว่า โดยเวลาเพียง 3 ชั่วโมงช่วงเช้าก็ทำให้ได้ธรรมะ มาหลายข้อ

 

- ข้อแรก "เมื่อสุขอย่าสุขจนเกินไป เมื่อทุกข์อย่าทุกข์จนเกินไป"..พูดง่ายๆ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ ให้เดินทางสายกลาง อย่าตึงและอย่าหยอนเกินไป ในโลกนี้ไม่มีใครเห็นเราสุขและจะชื่นชมอย่างแท้จริง และไม่มีใครเห็นเราทุกข์แล้วเห็นใจเราอย่างแท้จริง นอกจากคนที่มีรักแท้ให้เรา คือ คนในครอบครัวของเรา

 

- ข้อสอง คล้ายข้อแรก คือ "น้ำขุ่นไว้ข้างใน น้ำใสไว้ข้างนอก"...เมื่อเราหงุดหงิด โกรธาใครมา ซึ่งมักมีสาเหตุจากการที่สิ่งต่างๆ ไม่ได้ดั่งที่ตั้งใจเรา ให้เก็บอารมณ์นั้นเอาไว้ข้างใน อย่าแสดงออกมาให้กระทบคนอื่นๆ ซึ่งไม่ว่าเราจะกระทบใครก็มีแต่เสียกับเสียทั้งนั้น กระทบเพื่อนก็จะเสียเพื่อน กระทบลูกน้องก็จะเสียงาน และหากไปกระทบหัวหน้าก็อาจจะเสียชีวิตได้ทีเดียว...

 

- ข้อสาม "เวลาใครดีมา...ให้ดีตอบ เวลาใครร้ายมา...ก็ให้ดีตอบ" ตามสุภาษิตที่บอกเอาไว้ บุญคุณต้องทดแทน ส่วนแค้นให้จำเอาไว้ ผมย้ำว่า แค่ให้จำเอาไว้ ไม่ต้องแค้นต้องชำระนะครับ พระท่านสอนเอาไว้ว่า หากมีใครหาเรื่องเรา และเราทะเลาะกับเขา เรามีทางเลือก 3 ทาทง คือ 1.ชนะ 2.แพ้ 3.เสมอ แต่หากเราไม่ตอบโต้ ไม่ทะเลาะไปกับเขาด้วยเราจะมีทางเลือก 2 ทาง คือชนะ ไม่ก็ เสมอ หากเปรียบได้กับฟุตบอลโลกแล้ว ทีมที่ไม่เคยแพ้ ก็คือทีมที่ได้ครองถ้วยแช้มป์โลกไงครับ (เสียดายฮอลแลนด์ที่ล่าสุด ที่ชนะมาตลอด มาแพ้ครั้งเดียว คือแพ้สเปนรอบชิงชนะเลิศ เลยอดได้แชมป์โลกครั้งแรก ต่างจากสเปนที่แพ้นัดแรกครั้งเดียว หลังจากนั้น ชนะมาตลอดจนได้แชมป์)

 

- ข้อสุดท้าย "รู้ให้มาก แต่พูดให้น้อย" วันนี้มีแต่คนมานินทาเรื่องชาวบ้านให้ฟัง คงเพราะตนเองเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ค่อยชอบมีปากเสียงกับใคร เลยมีคนแนวนี้มาพบปะเสมอ บางวันตนเองมีเวลา มีอารมณ์ (ร่วม) ก็ยิงคำถามนำเป็นระยะ ให้คนพูดพรั่งพรูออกมาเองเหมือนน้ำหลากที่ภาคอีสานตอนนี้ ส่วนวันนี้มีงานเยอะ ไม่ค่อยมีอารมณ์ มีคนมาคุยด้วย ตนเองจึงถามคำตอบคำ อือๆ ไปสักพัก คนนินทาก็ล่าถอย เดินจากเราไปเอง...การที่เราร่วมวงสนทนา (นินทา) ก็มีข้อดีข้อเสียเหมือนกัน แต่ผมมองในข้อดีก็แล้วกันว่า เป็นการฟัง การรับรู้เรื่องราวข่าวสารที่ควรจะรู้บ้าง ซึ่งจะทำให้เรามีความรู้ในการทำงาน การวางตัว การรับมือกับเหตุการณ์ภายในที่ทำงานได้ดี แต่บางครั้งเมื่อเราเดินออกจากวงสนทนาไปเข้าห้องน้ำแปปเดียว เราอาจเป็นหัวข้อการสนทนาแทนก็เป็นได้ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเรียกกลุ่มนี้ว่า KM ได้หรือไม่..

...

...

...

...

   นอกเรื่องมาซะไกล วันนี้จริงๆ ตั้งใจจะจบตอน เกี่ยวกับเรื่องการจัดทำโครงการอบรม ซึ่งได้กล่าวมาแล้ว 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2

 

   สำหรับตอบสุดท้ายนี้ก็จะเป็นขั้นตอนการจัดกิจกรรมการอบรม และงานที่ต้องทำหลังอบรมด้วย ดังนี้ครับ

 

  วันจัดโครงการ 

1.  พิธีกรกล่าวต้อนรับ พูดถึงเรื่องราวของโครงการ (ไม่ซ้ำกับประธาน) กำหนดการ ประวัติวิทยากร ประธานพิธีเปิด

2.  เชิญประธานพิธีเปิด/เอกสารคำกล่าวพร้อม/แนะนำวิทยากร

3.  ดูแลความเรียบร้อยระบบไฟฟ้า/คอมพิวเตอร์/แอร์/เครื่องเสียง/ป้ายหน้าห้องประชุม/ห้องน้ำ/ป้ายทางไปห้องน้ำ/ไมโครโฟน/ป้ายชื่อ/อาหารว่าง/อาหารเที่ยง/สถานที่ทานอาหาร/ของที่ระลึกวิทยากร เป็นต้น

4.  เตรียมความพร้อมให้วิทยากร เช่น วิทยากรใช้ Flash Drive หรือ CD/ใช้เสียง/บอร์ด/ Pointer/ เครื่องฉายแผ่นทึบ/ ไมลอย (สำรองไมลอย)/วิทยากรดื่มน้ำชาหรือกาแฟ

5.  เตรียมปฏิบัติการหรือ Work Shop กรณีมีปฏิบัติการ/workshop

6.  การมอบวุฒิบัตร/เวลาไหน/ใครมอบ/ใครทำวุฒิบัตรและแก้ไขชื่อ

หลังจากการจัดโครงการฯ 

1.  ตอบขอบคุณวิทยากร/คณบดีลงนาม ส่งเอกสารต้นสังกัด สำเนาถึงวิทยากร

2.  เคลียร์ค่าน้ำมัน/ค่าเบี้ยเลี้ยงคนขับรถ

3.  ฝ่ายการเงินสรุป+เคลียร์ รายจ่าย หรือ ใบเสร็จ

4.  สรุปแบบประเมิน

5.  สรุปรายงานโครงการส่งคณะ/วิทยาเขต

 

   อาจมีงานที่มากกว่านี้ แต่ยังจำไม่ค่อยได้ ไว้มีคนมาเพิ่มเติมต่อจากผมแล้วกันครับ

 

...

...

...

...

...

 

   วันนี้ไม่มีอะไรทิ้งท้ายครับ มีคนโทรตามไปกินข้าวเที่ยงแล้ว หิวเลยจะจบที่ย่อหน้านี้ เพราะ ยำสามกรอบ ใส่กุ้งทอดตัวใหญ่+เม็ดโมะม่วงหิมฯ+กระเพาะปลาทอด+ปลาชิงชัง ตามด้วยข้าวผัดกระเพราะหมูกรอบ แล้วก็น้ำชามะนาวเย็นๆ สักแก้ว มันรอผมอยู่....วันนี้อิ่มเอม (ใจและพุง) ครับ

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
คำสำคัญ (keywords): ธรรมะ  โครงการ  เที่ยง
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 29 กันยายน 2554 11:48 แก้ไข: 29 กันยายน 2554 11:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ~>aRuNaN<~, Ico24 คนธรรมดา, และ Ico24 เอสเค.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

กลับมาจากทานอาหารเที่ยงแล้ว ขอแก้ไขเมนูเล็กน้อย เนื่องจากร้านประจำยังไม่พร้อมเปิดบริการ จึงต้องไปร้านผัดไท หอยทอดแทน แต่ร้านนี้ก็มียำสามกรอบแสนอร่ย (และแสนแพง) ด้วย ซึ่งข้าวผัดกระเพาะหมูกรอบถูกเปลี่ยนเป็นหอยทอดใส่กุ้ง+ปลาหมึกแทนครับ (เราเรียกว่าทะเลทอดแทนครับ)

ทำไมเมนู อาหารเที่ยงของน้องมันเยอะ นักคะ กินขนาดนั้นไม่หลับเหรอคะ?.... อิ...อิ...

อ่านมาถึงข้อสอง "น้ำขุ่นไว่ใน น้ำใสไว้นอก"

น้ำมันขุ่นเยอะ...เลยทะลักออกมาข้างนอก...สงสัยพี่จะเสียชีวิตคราวนี้เป็นแน่แท้..

แบบว่าเมื่อคืนไม่ได้ออกไปทานข้าวเย็นครับ พายุเข้า เลยกินมาม่ากัน

วันนี้เห็นเงินเหลือจากมือเย็นเมื่อวาน เลยฉลองกัน...ไม่รู้ว่าเหตุผลการฉลองมันน้อยไปหน่อยมั้ยครับ

หาที่ระบายครับ ทำแก้มลิงแบบในหลวง คือเก็บไว้ก่อน ค่อยหาที่ระบาย เช่น การกิน ไปเที่ยว ดูหนังมันส์ๆ ซักเรื่อง หรือ การมาเขียนแชร์ไงครับ

ผมนอนดู X -Men First Class ที่บ้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะมีตัวร้ายชื่อ Armageddon กลายพันธ์จนสามารถดูดซับ (ไม่ใช่ดูดทรัพย์) พลังงานของคนอื่นที่กระทำต่อตนเองได้ และสามารถระเบิดพลังคืนไปให้ใคร ที่ไหน เวลาใดก็ได้ ทำให้มีอำนาจมาก...ลองนำไปใช้ดูนะครับ แต่ผมมอว่า อย่างพี่เมตตาาไม่น่าจะเครียดเรื่องแบบนี้ เพราะเห็นหน้าตาผ่องใส ยิ้มหวานอยู่ทุกวัน ต้องมีเคล็ดลับดีๆ อยู่แล้วใช่มั้ยล่ะครับ

ไม่มีน้ำข้น น้ำสุกี้ น้ำต้มยำ ให้เลือกบ้างหรือครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.226.243.130
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ