นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 785
ความเห็น: 3

ย้อนอดีต นับชั่วโมงกิจกรรม เด็ก ม.อ.ตานี [ปัจฉิมบท]

            จากเรื่องราวเกริ่นนำเรื่องราวในอีตเมื่อบันทึกที่แล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะมาร้อยเรียงเรื่องราวกิจกรรมของเด็ก ม.อ.ปัตตานีคนหนึ่ง ซึ่งเราก็ว่าตัวเองไม่ได้ทำกิจกรรมมากอะไร แต่เด็กสมัยนี้เค้าทำกิจกรรมน้อยกันเองมากกว่า แถมยังต้องมีแกมบังคับเรื่องการนับชั่วโมงกิจกรรมให้ครบ 100 ชั่วโมงด้วย ไม่งั้นไม่จบเอาได้

 

            บันทึกนี้จึงมาลองคิดเล่นๆ ดูว่า หากเราเป็นเด็กสมัยนี้ เราจะมีชั่วโมงกิจกรรมสักเท่าไหร่ แต่ก็ขอนับแบบมั่วไปก่อนสไตล์เรา เพราะหลายกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่ทำจริง แต่ไม่รู้จะไปเก็บหลักฐานจากใคร อาจต่างกับหลายกิจกรรมในปัจจุบัน ที่ปั้มชั่วโมงกิจกรรมแล้ว แต่ไม่รู้ว่าได้ทำจริง หรือ ปฏิบัติจริงบ้างรึเปล่า

 

         ที่สำคัญ กิจกรรมด้านการเข้าฟังบรรยายหรืออบรม ประมาณนั้นเราไม่ค่อยได้เข้าฟัง ส่วนใหญ่เป็นการปฏิบัติ พูด ทำ มากกว่า ลองดูเอา ว่าแบบนี้จะเรียกได้มั้ย กับการทำกิจกรรมในแบบใจสั่งมา

 

        - การเป็นนักดนตรีในวงดนตรีของเราเองตลอด 4 ปี (ชมรมดนตรีสากล) ที่ใช้เวลาในการประชุม แกะเพลง ซ้อมคนเดียวและซ้อมร่วมกันบ่อยมาก ก่อนการขึ้นคอนเสิร์ตในแต่ละครั้ง หากนับเป็นกิจกรรมได้ ก็นับการซ้อมได้ราวๆ 30 ครั้ง/ปี ครั้งละ 2 ชั่วโมง รวม 4 ปี ก็ถือว่าใช้เวลากับวงดนตรีไม่น้อยเลย คือประมาณ 240 ชั่วโมง แบบไม่นับช่วงเวลาการขึ้นแสดงบนเวที เพราะมันเวลาใช้เพียงนิดเดียว เมื่อเทียบกับการซ้อมกันมานานแรมเดือน

 

       - การเป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทย ที่ตนเองรับหน้าที่ฝ่ายศิลป์ ฝ่ายยกของ และพิธีกรของชมรม โดยไม่ได้เล่นดนตรีไทยเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง กิจกรรมหลักที่ทำก็มีออกงานของมหาลัยบ้าง โดยเฉพาะ งานรักษ์ไทย ซึ่งเป็นงานประจำปีของชมรม รวมๆ แล้ว ช่วยงานชมรมนี้อยู่สัก 20 ชั่วโมงได้ ในช่วงการเป็นนักศึกษาปี 1 ครับ

 

       - การรับบหน้าที่พิธีกรของคณะและมหาวิทยาลัยในงานต่างๆ ซึ่งไม่ได้บ่อยมากนัก เพราะเรามีคนเก่งๆ อยู่หลายคน นับได้สัก 10 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง รวมได้สัก 10 ชั่วโมง ไม่รวมการเตรียมตัวอะไร

 

      - การทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแกนสันทนาการของคณะในการรับน้อง ซึ่งทำกิจกรรมนี้หนักในช่วงปี 2 และ ปี 3 รวมเวลาการทำกิจกรรมรับน้องต่างๆ ได้ประมาณ 20 ชั่วโมง

 

      - การทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานของสาขาวิชา ในการติดต่อประสานงานกับชาวบ้าน หรือ หน่วยงานภายนอก ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมต้องส่งให้เราค่อยไปพูดคุย เจรจากับคนอื่นตลอด ดังเช่นการหาสถานที่รับน้อง การไปติดต่อพื้นที่ป่าชายเลนที่อำเภอยะหริ่งในการไปศึกษาพันธุพืชและเก็บตัวอย่างในบางรายวิชาเรียน เป็นต้น อันนี้ชั่วโมงไม่มาก แต่ได้ประสบการณ์ไม่น้อย

 

      - การทำงานของพรรคการเมืองสมัยอยู่ปี 2-3 ที่เราอยู่พรรคพิทักษ์สิทธิ์ กลุ่มก้อนกรวด ซึ่งใช้เวลาในการทำกิจกรรม หาเสียง และลงพื้นที่พัฒนามหาวิทยาลัยหลายอย่าง ในฐานะของอุปนายกภายนอก (อุปฯ นอก) แต่การเลือกตั้งปีนั้น พรรคเราสอบตก จึงได้กิจกรรมด้านพรรคการเมืองนี้ไม่มาก นับได้ราวๆ 10 ชั่วโมง

 

      - การทำอาชีพเสริม เป็นพ่อค้าขายของที่เปิดท้ายโต้รุ้งช่วงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตอนเรียนอยู่ปี 3 ถึงปี 4 ซึ่งกิจกรรมนี้คงไม่มีใครลงลายเซ็นต์ให้ได้ แต่เราก็ได้ประสบการณ์ตรงที่ดีสุดๆ เพราะตนเองใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลสินค้า เดินทางไปที่แหล่งผลิตที่กรุงเทพฯ ติดต่อซื้อขาย (ระยะหลังใช้การโทรสั่งของรายเดือน) และการนั่งขายของ Hand Made นี้ด้วยตนเอง ต้องเจอกับลูกค้ามากหน้าหลายตา วัดใจกับการต่อรองราคา การอ่านใจคนอื่น ได้ลดค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ รวมทั้งพัฒนาเรื่องจิตบริการและความอ่อนน้อมถ่อมตนขายของแบกับพื้นโดยไม่อายใคร นับง่ายๆ ว่าขายของ 5 ชม./วัน 3 วันต่อสัปดาห์ คูณ 4 สัปดาห์ในหนึ่งเดือน รวม 12 เดือนในหนึ่งปี รวมๆ แล้ว 2 ปี จะได้ชั่วโมงประมาณ 1,440 ชั่วโมง แบบที่คิดย้อนไปก็คิดว่าคุ้มค่าที่เหนื่อยในวันนั้น ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ แบบที่เราได้เป็นคนเต็มคนที่พ่อแม่ภูมิใจ ไม่อายใคร

 

            กิจกรรมในเอกหรือสาขาวิชา กิจกรรมรับน้อง กิจกรรมกีฬา กิจกรรมร้องเพลงเชียร์ กิจกรรมของมหาวิทยาลัย กิจกรรมการฟังสัมมนา อบรมทั่วไป กิจกรรมของคณะตามวันสำคัญต่างๆ อาจไม่ถูกนับออกมา เพราะเราก็เข้าตามปกติ ตามที่เพื่อนๆ เค้าทำกัน จึงถือว่าก็ได้ทำทั้งกิจกรรมที่เราอยากทำเอง และกิจกรรมที่ต้องทำตามวิถีของสังคม

 

         คำว่ากิจกรรมนั้น หากถูกบังคับให้ทำแล้ว มันคงจะออกมาดีไม่ได้ หรือ ถ้ากิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมที่ผู้ใหญ่จัดให้แล้วเราแค่เข้าไปร่วม ไปนั่งฟังให้จบๆ เท่านั้นแล้ว มันจะเรียกว่า "ทำ" กิจกรรม ได้อย่างไร เพราะบางครั้ง กิจกรรมที่แท้จริงอาจไม่สามารถนับได้ด้วยการ scan บาร์โค้ด หรือเซ็นต์ลายเซ็นต์รับรอง แต่มันคือการลงมือทำด้วยตนเองของนักศึกษา ด้วยหัวใจที่อยากทำ ด้วยความสนุกสนาน หรืออาจอยู่บนความท้าทายในสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือ อาจเป็นสิ่งที่ต้องทำซ้ำๆ เพื่อฝึกฝนทักษะให้เกิดความชำนาญยิ่งๆ ขึ้นไปก็ได้ ซึ่งหลายอย่าง มิอาจหาใครมาเซ็นต์รับรองให้ได้ นอกจากตัวเอง ที่จะรับรองกิจกรรมนั้นด้วยร่างกายและหัวใจที่ถูกพัฒนาให้สูงขึ้นไปอีกระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าเราพร้อมที่จะจบออกมายืนอยู่ในสังคมได้อย่างภูมิใจ ไม่อายใคร

 

คติประจำบันทึก: บันทึกนี้ แด่...เพื่อน รอยยิ้ม หยดเหงื่อ คราบน้ำตา และ มิตรภาพที่เกิดขึ้นจากคำว่า "กิจกรรม"

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 06 กุมภาพันธ์ 2558 21:47 แก้ไข: 07 กุมภาพันธ์ 2558 12:44 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 pompom, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่เคยนึกว่าน้อง 2 ใยจะมีกิจกรรมมากขนาดนี้ เด็กกิจกรรมมักประสบความสำเร็จในการทำงานสูงครับ

ท่าตีกลองโค่ยว๊ากกกกกกก

อิอิอิ

เราเอง

ไม่รู้ กุงเกง

กะ กระโปร่ง

รุ่นที่น้องสวมใส่

จะหมุนกลับมาอีกไม่เนอะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.205.109.82
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ