นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ใยมะพร้าวน้องใยไหม
Ico64
พิสิฐ์พงษ์ หมื่นประเสริฐดี
นักวิทยาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 6 · ผู้ติดตาม: 10

อ่าน: 774
ความเห็น: 2

พนักงานมหาวิทยาลัย ผู้มีตังค์แต่อาจไม่มีอนาคต ถ้า...

       ยุกต์สมัยนี้ พนักงานมหาวิทยาลัยกำลังจะเป็นชนกลุ่มใหญ่ของมหาวิทยาลัย กับสวัสดิการที่อาจจะไม่สู้ข้าราชการ แต่เรื่องเงินเดือนนั้น ถือว่าไม่น้อยหน้ารุ่นพี่ข้าราชการกันเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เราก็โดนหักหัวคิวไปแล้วถึง 0.2 เท่าของเงินเดือน

 

       กำลังจะนอกประเด็นไปเรื่องหัวคงหัวคิวแล้ว ขอกลับมาว่ากันต่อการใช้ชีวิตของพนักงานมหาวิทยาลัยอย่างเราต่อดีกว่า ว่าเงินเดือนที่ได้รับทุกวันนี้ มันช่างมากเหลือเกิน เมื่อเทียบกับเพื่อนที่ทำโรงงาน หรือ เอกชนภายนอกมหาวิทยาลัยที่อาศัยอยู่ในสังคมเดียวกัน ทั้งสังคมปัตตานีหรือหาดใหญ่ ส่วนที่ว่า เงินเดือนมันมากเกินกว่างานที่ทำหรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่คนครับ มิอาจคิดคำนวณแทนใครได้

 

       แค่คิดถึงตัวเอง ว่าวันนี้เราก็ทำงานเต็มที่แล้วนะ ไม่โกงเวลาหลวง (มีแต่หลวงกินเวลาครอบครัว อิอิ) ไม่โกงแรง ยิ่งเรื่องเงินหลวง ยิ่งไม่เคยโกง ส่วนใหญ่จะเป็นเอาเงินตัวเองออกให้หลวงด้วยซ้ำ เพราะเงินเดือนที่ได้กินใช้อยู่ทุกวัน ก็เงินหลวงทั้งนั้น เราจึงเชื่อว่ายิ่งให้หลวง เราก็ยิ่งได้คืน แต่ใครเอาของหลวง สุดท้ายก็จะไม่ได้อะไรเลย ดังนั้น วันนี้ทำงานตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ของเรานี่ถือว่าสบาย เงินเดือนก็ไม่ได้น้อยกว่าอาจารย์ ป.เอกแรกเข้าด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ไม่มีความคิดจะออกไปไหน หรือยังไม่คิดไปเรียนต่อเป็นอาจารย์เลย

 

      เมื่อเราทำงานเต็มที่ เราก็รับเงินเดือนอย่างเต็มภาคภูมิ ไม่อายใคร ใช้เงินได้อย่างสบายใจ ตามความสุขที่เราได้ใช้เงิน คนอื่นๆ ก็คงเช่นกัน ซึ่งอาจแตกต่างกันไปกันตามวิถีหรือรสนิยมที่ไม่เหมือนกัน

 

      แต่หลายคนคงไม่รู้ ว่ามันมีหลุมพรางไว้อยู่ข้างหน้า ในอนาคตอันไกลโพ้น ว่าหากวันนี้เรายังคงกินใช้อย่างสุขสบายไปวันๆ กับเงินเดือนก้อนเติบที่มี วันหน้าคงได้ลำบากแน่ เพราะบำเหน็ด บำนาญแบบข้าราชการเราก็ไม่มี จะหวังแต่ประกันสังคม หรือกองทุนของมหาวิทยาลัย ก็คงจะไม่ดีแน่ เพราะพอแก่เกษียณลงแล้วมีเงินกลับคืนมาสักสี่ห้าล้าน ป่านนั้นราคาบ้านคงขึ้นไปเป็นสิบล้านแล้วกระมั้ง

 

      ดังนั้น วันนี้พนักงานมหาวิทยาลัยอย่างเรา ต้องเก็บหอมรอมลิบไว้ ทำอะไรก็ได้ให้ต้องแบ่งเงินไปเก็บไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าใช้จนเหลือแล้วค่อยเก็บออมทีหลัง เช่น ซื้อประกันชีวิต/สะสมทรัพย์เพิ่มขึ้นดีมั้ย ซื้อกองทุนเพิ่มไว้อีกมั้ย LMF RMF หรือสลากกินแบ่ง เอ้ย สลากออมสินดีมั้ย หรือเอา ง่ายๆ วันนี้ได้ซื้อบ้านไว้แล้วหรือยัง โดยเฉพาะคนโสด อย่าไปรอแต่งงานแล้วค่อยซื้อบ้าน ถ้าทำงานมาสิบปี มีเงินเก็บไม่ถึงห้าแสน ก็คงต้องเริ่มมีบ้านไว้สักหลังเพื่อไว้หักเงินเดือนสักแปดเก้าพันเก็บไว้ในบ้านได้แล้ว ยังไงก็ไม่มีคำว่าขาดทุน กับบ้านหรือดินที่ซื้อเก็บเอาไว้

 

       ส่วนเรื่องรถยนต์ อันนี้เอาตามอัธยาศัย เพราะแต่ละคนมีเหตุผลต่างกันไป ซื้อไม่ซื้อไม่ว่ากัน (รถยนต์ แทบจะไม่เรียกว่าเป็นเงินเก็บ)

 

       แต่เชื่อเถอะครับ ซื้อบ้านนี่แหละ เป็นแหล่งเก็บเงินอย่างดีแน่นอน เพราะเป็นการบังคับเก็บเงินก้อนใหญ่ให้ถูกกันออกไป เป็นการฝึกกินน้อยใช้น้อยไปในตัว และมันจะทำให้อนาคตตอนเกษียณของเหล่าพรักงานมหาวิทยาลัยอย่างเรามีความมั่นคงขึ้นแน่นอนครับ อิอิ ลุงว่ามั้ย

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 26 ธันวาคม 2557 20:38 แก้ไข: 26 ธันวาคม 2557 20:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 ทดแทน, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

นึก ๆ ไปแล้วน่าเคาะหัวตัวเองเหมือนกัน

ว่า

มาซื้อบ้านตอนอายุเยอะ

ณ ตอนอายุเท่าน้อง อยู่บ้านหลวงจนเพลิน

เบึ้ยเก็บไม่มีหรอก ใช้หมดเช่นกัน

เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน ผ่อนบ้านหมดไปนานแล้ว

เหลือแต่ของ ของเรา 65 ไม่ใช้ปี 65 น่ะ

หมายถึงว่าเกษียณแล้วยังต้องผ่อนต่ออีกห้า ปี 5555

สุดยอดนักวางแผน เยี่ยมมากค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.233.78
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ