นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1190
ความเห็น: 2

งานในอดีต Ep. ๒

       เล่าย้อนอดีตไปตอนสมัยเรียนจบ ม.ปลาย ซึ่งตอนนั้นตนเองสอบติดเอ็นตรงได้ที่ ม.อ. แล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.2544 ดังนั้น เทอมสุดท้ายของการเรียน ม.ปลาย จึงไม่มีอะไรมาก แค่รักษาเกรดไม่ให้ติด 0 หรือติด ร ก็จบแล้ว เมื่อ จบ ม.6 ในเดือนมีนาคม ก็เริ่มหางานพิเศษทำทันที เพราะมีเวลาว่างก่อนจะไปเรียนมหาวิทยาลัยตั้ง 3 เดือน ซึ่งฮอร์โมนของวัยรุ่นที่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ตอนนั้นจึงขอพ่อไปทำงานกลางคืน ในผับ และร้านอาหารกลางคืน ซึ่งพ่อตกลงให้ทำได้ เพราะเพื่อนพ่อเป็นผู้จัดการที่ร้านนั่นเอง

 

        ตำแหน่งที่ไปทำงานตอนนั้นคือ บาร์น้ำ ในผับใหญ่แห่งหนึ่งใจกลางเมืองภูเก็ต ตอนนั้นชื่อว่า "คอกม้าผับ" เข้างานประมาณ 3 ทุ่ม ผับปิดตี 2 แต่จริงๆ ยังเปิดต่อถึงตี 5 

 

        การทำงานก็ไม่ยาก เพราะเราอยู่ในบาร์น้ำ คล้ายบาเทนเดอร์ คือมีเค้าเตอร์ยาวให้คนนั่งดื่มได้ เรามีหน้าที่เปิดโค้ก น้ำเปล่า โซดา ตักน้ำแข็งแล้วก็รับบิล ตอนนั้นมีรุ่นพี่ที่เป็นไอดอล สามารถเปิดขวดโซดาสิบขวดได้แบบรวดเดียว ดัง ปล็อกๆๆๆ ประทับใจเรามากทีเดียว

 

        แต่ทำได้อยู่ไม่ถึงเดือน ก็เกิดปัญหา เพราะตำรวจมีการเข้าดูแลความเรียบร้อยเนืองๆ และเราเองที่เป็นคนทำงาน ที่ไม่ใช่เป็นคนเที่ยว ก็มีอายุแค่ 17 ปี ไม่ถึงเกณฑ์ 18 ปีตามกฏหมายสมัยนั้นกำหนด

 

      ผู้จัดการร้านจึงระเหิดออกจากผับ มาอยู่ร้านนั่งดื่มหน้าผับแทน ซึ่งเรายังคงอยู่บาร์น้ำเหมือนเดิม ซึ่งร้านนี้เป็นร้านเปิดโล่งในลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้า บรรยากาศชิวๆ สบายๆ ฟังเพลงเบาๆ จิบเบียร์เย็นๆ ซึ่งตนเองเป็นผู้ชายคนเดียวในร้านที่ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งเปิดร้าน กวาดขยะ อยู่บาร์น้ำและเก็บร้านเก็บโต๊ะตอนเลิกงาน ซึ่งมีพี่ๆ ผู้หญิงเค้าเป็นเด็กเสริฟกันอยู่แล้ว ส่วนแม่ครัวก็ทำอาหารจากครัวของคอกม้าผับอยู่แล้ว

 

      พอทำได้ 2 เดือน ก็ถูกย้ายอีก คราวนี้มาอยู่สวนอาหารใกล้ๆ กัน ชื่อว่าร้านบุญลือ ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันกับสองร้านแรก แต่ทำงานที่นี่ดีหน่อย ที่ทำงานเร็ว เลิกเร็ว คือ เริ่มงานตอน 5 โมง ไปเลิกเอาตอนตี 1 เก็บร้านเสร็จตี 2 แต่ตำแหน่งมันยากขึ้นกว่าเก่า เพราะเราต้องทำหน้าที่ "เดินอาหาร" ซึ่งเด็กเดินอาหาร มันไม่ใช่เด็กเสริฟครับ เพราะร้านขนาดใหญ่ 50 โต๊ะ จะมีเด็กเสริฟสาวๆ อยู่แล้วประมาณ 10 กว่าคน ทำหน้าที่เสริฟเครื่องดื่มและเฝ้าลูกค้า ส่วนเด็กเดินอาหารจะทำหน้าที่เสริฟอาหารจากในครัวสู่โต๊ะอาหารอย่างเดียว ซึ่งเวลาที่คนมาทานเยอะๆ ช่วง 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม จะเป็นช่วงที่ไม่ได้หยุดหรือนั่งพักเลย ต้องเดินส่งอาหารตลอด และที่สำคัญ ร้านนี้มีโต๊ะเยอะมาก กับเด็กเดินอาหาร 2 คน ดังนั้นการเดินจะต้องมี speed ที่สูงมาก 

 

        วิธีการเดินเสริฟ จึงต้องเป็นการเดินเร็ว ที่ไม่ใช่วิ่ง ออกตัวเร็ว คล่องแคล่ว หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ดี ซึ่งคนที่เคยหัดเดินเร็ว หรือทำอาชีพแบบนี้จะรู้ ว่าต้องใช้ปลายเท้าจิก และเกร็งนิ้วเท้ามาก ซึ่งส่งผลให้เล็บหัวแม่โป้งเท้าทั้งสองข้าง หลุดร่อนออกมาเมื่อทำงานไปได้ไม่ถึงเดือน อิอิ แต่เมื่อเลิกทำงาน เล็บเท้าก็สามารถงอกออกมาแล้วเป็นปกติดังเดิม

 

      ช่วง 3 เดือนที่ทำงานบาร์น้ำและเสริฟเป็นอะไรที่สนุกและได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะ เป็นชีวิตกลางคืนที่ได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้พอตัว กับกลุ่มคนกลางคืนที่มีความรู้น้อย มีความคิดหลักวิชาการน้อย มีเงินน้อย และบางคนว่าก็ว่าพวกเค้ามีจิตใจที่น้อยตามไปด้วย แต่เมื่อได้สัมผัสกันจริงๆ แล้ว เค้าเหล่านั้นบางทียังมีจิตใจที่สูงส่งมากกว่าผู้มีการศึกษาบางคนด้วยซ้ำ ที่สำคัญ ตนเองได้รับฟังประสบการณ์และความสู้ชีวิตจากหลายคนที่เรามิอาจเทียบได้เลย เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านช้าๆ กับวันวานที่ยังเก็บไว้ในความทรงจำ

 

       3 เดือนนี้ ทำให้ตนเองได้ศึกษาผู้คนมากมาย และได้เรียนรู้วิถีอบายมุขว่าเป็นเช่นไร กับเด็กอายุ 17 ปี ที่ได้ฝึกฝนวิชาจนเชื่อว่าคอแข็งพอตัวกับแอลกอฮอล์หลากหลายรู้แบบที่อยากลองและได้ลอง

 

       ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกทางเดินเองได้ บางประสบการณ์ดีร้ายเรากำหนดเองไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะจดจำหรือปล่อยวางมันได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ล้วนมีข้อดีทั้งสิ้น ค้นหามันให้เจอ และใช้เป็นบันไดสู่ก้าวต่อไปที่ต้องดีกว่าในวันที่ผ่านมา 

 

      ลุงฯ ชีวิตเราอาจไม่ลำบากเท่าลุง แต่เราก็ผ่านมาได้ในแบบของเรา ไว้จับเข่าคุยกันนะตามที่ลุงฯ ว่านะครับ จะรอ

 

       น้าฯ เราเป็นสาวกมาลีฮวนน่าก็วัยนี้แหละ หากได้ยินเพลงแสงจันทร์ขึ้นมาทีไร ภาพความทรงจำนี้ก็หวนคืน ไม่เลือนหายไปสักที

 

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 29 กันยายน 2557 08:38 แก้ไข: 26 ธันวาคม 2557 22:51 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ลีลาชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่าง เฉกเช่นภูเขาสายน้ำที่แตกต่างงดงามไปคนละแบบ

ที่สำคัญไม่ใช่ว่าเราจะยากลำบากหรือสยายกว่าใคร แต่อยู่ที่เราใช้ชีวิตเยี่ยงไร

อิอิอิ

แสงจันทร์สว่าง ส่องนำทางสัญจร คิดถึงนางฟ้าอรชร ...

อิอิอิ

เราเอง

ย้ำได้อีกทีเลยนะคะ ว่าคนใฝ่ดี ก็จะได้ไปทางดีแน่ๆ ไม่ว่าจะผ่านไปเส้นทางไหน เล่าต่อสำหรับช่วงเรียนบ้างนะคะ เริ่มเป็น FC แล้วค่ะ ชอบๆ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.107.166
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ