นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1157
ความเห็น: 3

งานในอดีต Ep.๓

        แหม เขียนแล้วติดพันมันมือ เลยมาขอต่อจากภาค ๑ กับบันทึกนี้เลยแล้วกันครับ  กับ งานในอดีตของใยมะพร้าว ที่มันทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้

 

       ช่วงเรียนอยู่มหาวิทยาลัย พ่อจะส่งค่ารายเดือนให้ 2,000 บาท แล้วก็กู้ กยส. ได้อีกเดือนละ 2,500 บาท ค่าเทอมก็ กยส. จ่ายให้ ถือว่าช่วงเรียนมหาวิทยาลัย 2 ปีแรกมีเงินกินใช้ตึงมือ ไม่มีเหลือเก็บ ยิ่งตอนขึ้นปี 2 แล้วต้องออกมาอยู่หอฯ นอกด้วย รายเดือนที่มีอยู่ 4,500 บาท ก็แทบจะไม่พอ เพราะกฏของบ้านเราคือ ไม่มีรายการขอนอก ขอเพิ่มไม่ได้ เพราะไม่มีให้ (ฮา) ดังนั้น ตอนปลายปี 2 จึงเริ่มคิดทำมาหากินจริงจังครับ

 

        งานที่ตนเองเลือกที่จะทำ ก็คือค้าขายเหมือนเดิม ซึ่งถือว่าถนัดที่สุดในตอนนั้น โดยใยมะพร้าวฯ เลือกที่จะขายของที่ตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ตรงข้ามโต้รุ่งปัตตานี ซึ่งจะขายในช่วงค่ำของวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ไม่กระทบกับการเรียนด้านวิทยาศาสตร์ของเราเท่าไหร่

 

         แรงบันดาลใจ เกิดจากการขึ้นไปเยี่ยมแม่ทุกปีที่กรุงเทพฯ แล้วใยมะพร้าวก็ไปเดินในจตุจักร แล้วเจอสินค้าที่เข้าตา เป็นแผ่นโลหะอัลลอยด์ เป็นจี้ กำไล พวงกุญแจ มาสลักชื้อหรือข้อความ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้า Hand Made และตอนนั้นที่ปัตตานียังไม่มีใครทำ

 

          ครั้งแรกตนเองต้องซื้อและพาขึ้นรถไฟกลับมาปัตตานี โดยการเข้าไปขายในช่วงปีแรก เราจะเป็นขาจร ของตลาด คือทุกร้านเค้าจะมีที่ประจำอยู่แล้ว เราไม่มีปัญญาไปเซ้งจากใครหรอก แต่วิธีการคือ ตลาดจะเปิดตอน 5 โมง เมื่อเวลาสัก 5 โมงครึ่ง เราจะรู้แล้วว่าร้านไหนไม่มาขาย เราก็จะไปตั้งขายในที่ตรงนั้นได้ (เป็นเรื่องปกติของตลาดแห่งนี้) แล้วเราก็จ่ายค่าที่รายวันตามปกติ แต่หากวันนั้นเจ้าของที่ไม่ได้หยุด แต่แค่มาสาย เราก็จะต้องเก็บของย้ายออกไปหาที่ว่างใหม่

 

       ยังดีที่ปีแรก ตนเองปูเสื่อนั่งกับพื้น วางของบนโต๊ะญี่ปุ่นเพียงตัวเดียว มีผ้าปู อุปกรณ์การตอกข้อความ โคมไฟหนีบโต๊ะ ปากกาสี ฯ จึงใช้้พื้นที่แค่ 1.5 เมตร x 1.5 เมตรเท่านั้นในการขายของ ซึ่งระยะเวลาต่อมานอกจากอัลลอยด์สลักข้อความแล้ว เราก็ยังทำตุ๊กตาขายอีกด้วย เป็นตุ๊กตาพันเชือกที่เค้าฮิตทำขายกันในสมัยนั้น ตนเองจะไปลอกแบบมาจากจตุจักร แล้วมาคิดต่อเองว่าจะพันเป็นรูปอะไร แบบไหน ท่าทางอะไร ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ ผู้ชายผู้หญิง นินจา ซอมบี้ กุมารทอง ลักยม ตุ๊กตาน้ำมันพราย ตุ๊กตาคู่ ทำมาหมดแล้ว ถือว่าใช้ความชอบศิลปะในตัวเองให้เกิดประโยชน์ด้วย แล้วก็มีของกิ๊ฟช็อปสร้อย แหวนกำไลแปลกๆ ขายเสริมด้วยเล็กน้อย ให้ร้านเราไม่เหมือนใครในตลาด ร้านเล็กๆ ของเรา จึงขายดีทีเดียว

 

        จากปีแรกที่นั่งเสื่อ ใช้พื้นที่เล็กๆ เป็นขาจรของตลาด ปีต่อมาจึงขยายเป็นโต๊ะพับใหญ่ และมีที่ประจำ 1 ล็อคจนได้ ถือว่าเป็นพ่อค้าอย่างสมบูรณ์ทีเดียว ตอนนั้นมีลูกค้าประจำ และเป็นที่รู้จักของคนในตลาดไม่น้อย

 

        แต่ความลำบากในการทำงานพิเศษนี้ก็มีอยู่บ้าง คือการขนของไปขาย เพราะสักห้าโมงเย็นเราจะต้องออกไปขายของแล้ว ซึ่งตอนนั้นเป็นพ่อค้าที่มีมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ใช้เพียงคันเดียว เราจะเอาอุปกรณ์และสินค้าใส่กระเป๋าเดินทางแบบหิ้ววางไว้หน้ารถมอเตอร์ไซค์ใบนึง เอาเก้าอี้ไม้หัวล้านวางหงายทับเอาไว้ แล้วก็สะพายเป้ใส่ของอีกชุดไว้ข้างหลัง เพื่อทับโต๊ะพับไว้อีกที ไม่วายมีถุงพลาสติกใบใหญ่แขวนไว้ที่แฮนด์อีกข้าง ขับรถจากหน้า มอ. ไปถึงตลาดเปิดท้ายปัตตานี ทุกวัน ศ, ส, อา 

 

        แรกๆ อาย แต่หลังๆ ชิน ขายของแบบนี้มาเกือบ 3 ปี มีกำไรไม่แน่นอนในแต่ละเดือน 3,000-6,000 บาท สำหรับการขายสัปดาห์ละ 3 วัน ซึ่งเด็กมหาลัยสมัยนั้น ก็ถือว่ามากพอตัว แต่หน้าฝนลำบากหน่อย เพราะบางวันฝนตก ต้องเก็บร้านให้ทัน ไม่งั้นสินค้าเสียหาย และจะขายได้น้อยลง ส่วนปัญหาอื่นๆ ไม่มี เพราะเราพอศึกษาตลาดมาบ้าง มีลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่แน่นอน ไม่มีคู่แข่งในปัตตานี ไม่ต้องลงทุนมาก ที่สำคัญ มันมีความสุขที่เราได้ทำงานนี้ ได้ขายของ ได้มีเงินใช้ ได้ทำงานประดิษฐ์ที่ชอบ ได้ศึกษาจิตวิทยาของลูกค้าในการต่อรองสินค้าเพื่อวัดใจกัน ได้เจอผู้คนมากหน้าหลายตา ได้รู้จักอ่านท้องฟ้า ว่าเมฆสีแบบไหน รูปร่างอย่างไรที่ฝนจะตกจริงหรือตกหลอก เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย

 

         ตอนเลิกทำงานพิเศษงานนี้ ก็เป็นช่วงที่จบมหาลัยและทำงานประจำที่ ม.อ. มาได้ครึ่งปีแล้ว ไม่ใช่ว่าเหนื่อยที่ต้องทำงานสองอย่าง แต่พอดีว่ามีงานอย่างอื่นที่ลองทำแล้วโอเค อาชีพพ่อค้าของตนเอง จึงจบลงไปในปีนั้น แล้วก็เริ่มอาชีพเสริมใหม่ในทันที

 

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

 

ป.ล. ส่วนงานกิจกรรมในมหาลัยก็ดำเนินตามปกติ ทั้ง วงดนตรี พิธีกร พรรคการเมือง สโมสร สันทนาการ และชมรม มีไม่ขาด อิอิ ทำเพราะใจสั่งมามั้งครับ  ^^

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 กันยายน 2557 23:42 แก้ไข: 26 ธันวาคม 2557 22:50 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 anni, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

จบไปสามทั้งของท่านเสื้อเหลืองเรื่องของ

นายมานะและนายรวยตามด้วยหนึ่งและสอง

ของคนสู้ชีวิต แค่รอวันเวลาเท่านั้นมันจะมาครบ

เมื่อถึงเวลาของของมันฮิ

ฝึกตนดีกว่าฝึกคน

อิอิอิ

เราเอง

Ico48
โอ๋-อโณ (Recent Activities)
29 September 2014 23:43
#100121

เรื่องเล่านี้รับรองเป็นตำนานสำหรับลูกหลานได้แน่ๆค่ะ อ่านแล้วนับถือจริงๆ คนใฝ่ดี ลำบากยังไงก็ไปทางดีจริงๆ 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.107.166
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ