นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 917
ความเห็น: 3

งานในอดีต Ep. ๑

          ได้มีโอกาสอ่านบันทึกของอาจารย์เสื้อเหลืองเรื่อง "ใครคือคนมีบุญ" ก็เลยคิดถึงตัวเอง ตัดสินใจไม่ถูกว่ามีบุญหรือไม่ แม้สมัยเด็กพ่อแม่จะแยกทางกัน แต่ทุกวันนี้พอใจเท่าที่เราเป็นและเท่าที่เรามี และมองย้อนกลับไปอดีต ก็ไม่มีเรื่องใดเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา

 

        เรื่องนายรวย บอกได้เลยว่าไม่มีเคยได้เป็น ส่วนนายมานะ ก็ไม่ถึงกับตรงกับตัวเองเท่าไรนัก เพราะชีวิตก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น ตั้งแต่เด็กไม่เคยคิดว่าตัวเองจน แต่ไม่เคยคิดว่ารวยด้วย ทุกวันมันพอดีในตัวมันเอง พอมีน้อยก็ปรับสภาพให้กินใช้น้อย พอมีมาก ก็กินได้มากขึ้นมาหน่อย ที่เหลือก็เก็บออมและผ่อนอสังหาริมทรัพย์ไปตามกำลัง เลยไม่มีเงินทองไว้ใช้จ่ายเต็มมือสักที ฮาฮา แบบนี้ไม่แน่ใจว่ายังมีบุญอยู่รึเปล่าครับ

 

        หากจะย้อนกลับไปเรื่องความมานะสมัยเด็กๆ กับเด็กเมืองที่ชีวิตไม่ได้สุขสบายอะไร ก็มีอยู่บ้างนะ เช่นสมัยอยู่ประถม วันเสาร์อาทิตย์ ก็ต้องไปช่วยแม่ขายข้าวแกงในโรงงานแถวบางพลี สมุทรปราการ เพราะแม่เป็นแม่ค้าขายข้าวแกง แม่จะให้ค่าตัววันละ 20-40 บาท เป็นเงินออม ที่มักจะจบลงด้วยการซื้อหนังสือการ์ตูนหรือหนังสือทั่วไปอ่าน

 

       ตอนสมัยมัธยม ตนเองกับพี่สาวย้ายมาอยู่กับพ่อที่ภูเก็ต ตอนนั้นยิ่งลำบาก พี่สาวอยู่ชั้น ม.4 ต้องออกจากโรงเรียนมาทำงานช่วยพ่อหาเงิน แต่พี่สาวยังเรียน กศน. อยู่ ส่วนตัวเอง เรียนอยู่ชั้น ม.3 เพราะพี่สาวไม่ยอมให้ออกจากการเรียน พี่บอกให้น้องเรียนต่อไป ช่วงปิดเทอมเราเลยทำงานพิเศษหาเงินช่วยด้วยอีกแรง ซึ่งงานที่ทำคือการรับสลัดจากร้านที่เค้าทำ ไปขายทั่วเมืองภูเก็ต ด้วยการปั่นจักรยานส่งถึงที่ 

 

       วิธีการก็ง่ายมาก คือ 8 โมงเช้าก็จะไปรับสลัดจากบ้านที่เค้าทำสลัดขาย (สะอาด สด อร่อยมาก) ซึ่งเค้าจะให้เรามาในราคา 20 บาท เราขาย 25 บาทได้กำไร 5 บาท/ห่อ หนึ่งวันก็รับมาขาย 30-50 กล่อง ตนเองจะปั่นจักรยานคู่ใจใส่หมวกแก๊ป เสื้อคลุมแขนยาวกันแดด แล้วก็แขวนตระกร้าไว้หน้าและหลังรถ ปั่นไปขายตามสถานที่ราชการ เอกชน หรือบ้านเรือนที่เค้าชอบทานเป็นประจำ ระยะทางวันนึงที่ปั่นก็ประมาณ 30 กิโลเมตรทั่วตัวเมืองภูเก็ต แต่ระยะทางไม่ใช่ปัญหา

 

       ปัญหาของการขาย คืออากาศที่ร้อนในช่วง 9 โมงถึง 11 โมง ซึ่งต้องทำงานแข่งกับเวลาตลอด แต่ที่ร้ายกว่าแดด ก็คือวันที่ฝนตก ตนเองจะต้องมีเสื้อฝน และผ้าใบคลุมตระกร้าไปด้วย ซึ่งหากฝนไม่หนัก ก็ต้องลุยกันหน่อย เพราะไม่งั้นขายไม่ทันหมดวัน

 

       คนซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ใจดีและคนรักสุขภาพ ที่เอ็นดูเด็กมัธยมที่มาเดินขายสลัด เพราะวิธีการขายของเราก็แค่ ยกมือขึ้นสวัสดี ยิ้มกว้างๆ แล้วถามว่า "สลัดมั้ยครับ" บางคนซื้อเพราะชอบทาน บางคนซื้อเพราะเอ็นดูสงสาร เคยมีคนทักว่าไม่เหนื่อยไม่อายหรอ ซึ่งตนเองก็ไม่อายนะ แค่วันแรกเท่านั้นเองที่เขินๆ วันหลังๆ สบาย แค่ยื่นสลัดใส่ถุง ทอนตังค์ ปั่นจักรยาน ง่ายจะตายไป

 

            ตนเองคิดว่าอาชีพวัยเด็กช่วงนี้เอง ที่ทำให้ตนเองเป็นคนกล้าแสดงออก ไม่เขินอายเมื่อต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง และที่สำคัญ ความจริงใจในการขายหรือบริการผ่านรอยยิ้มบริสุทธิ์จริงใจบนใบหน้า มันคือแรงกำลังหลักให้สามารถผ่านพ้นงานหนักๆ และส่งเสริมให้งานนั้นประสบความสำเร็จได้ด้วยครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"        

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 กันยายน 2557 22:47 แก้ไข: 29 กันยายน 2557 08:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ทำไมเรามันมีอะไรที่ใกล้เคียงกันล่ะน้อง

มีโอกาสเมื่อไร คงได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนกันเนอะ

ชีวิตคือชีวิต ชีวิตของ ของเรา เราลิขิต

เราอาจไม่ใช่นายรวย หรือนายมานะ

แต่เราเป็นเราได้ เพราะพ่อกะแม่

นั้นจงทำวันนี้ให้ดีที่สุด

อ่านแล้วนับถือน้ำใจนักสู้ค่ะ เขียนเก็บไว้แบบนี้ สักวันลูกๆจะได้มาอ่านและเอาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตค่ะ พี่โอ๋เชื่อว่าน้องIco64 จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองต่อๆไปในชีวิตค่ะ

คนสู้ชีวิต

อิอิอิ

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.201.3.10
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ