นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 2179
comment: 1

ดัชนีวัดสุขภาพชุมชนวิจัย

น่าจะเรียกได้ว่าเป็นดัชนีวัดสุขภาพของชุมชนวิจัย ซึ่งถ้าตัวเลขมีค่าสูงขึ้นแสดงว่าเรากำลังจะก้าวสู่การเป็นชุมชนวิจัยที่มีสุขภาพแข็งแรง

วันนี้ผมจะนำประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรที่ปรึกษาการวางแผนยุทธศาสตร์คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เขตการศึกษาสุราษฎร์ธานีมาเล่าให้ฟังครับ

 

จริงๆ แล้วผมได้รับประสบการที่น่าประทับใจหลายอย่างทีเดียวครับ ในช่วงที่พวกเราได้ทำ Workshops ด้วยกัน

ที่ประทับใจเป็นพิเศษ คือ ตลอดทั้งสองเดือนที่เราได้ร่วมทำงานด้วยกัน นอกจากบุคลากรทุกคน จะเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในช่วงเย็น สัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง แล้ว ผู้บริหารทุกคนก็ได้มีส่วนร่วมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาไม่ใช่เฉพาะวันเปิดและวันปิดงาน

 

ครับทุกคนทำงานด้วยใจ  ใจที่มุ่งหวังอยากเห็น บ้าน ของตนพัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้น

 

หมายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม การวางแผนยุทธศาสตร์ของพวกเราจึงใช้เวลานานมาก ถึงสองดือน

 

คำตอบคือคงจะไม่นานขนาดนี้ครับ ถ้าเป้าหมายหลัก คือ การได้มาซึ่งแผนยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ที่นานขนาดนี้ เป็นเพราะ เราใช้กระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ถึง ทิศทาง ความมุ่งหวัง เป้าหมาย กลยุทธ์ และเนื้องาน ที่เราจะต้องทำ งานนี้ ผลลัพธ์จึงไม่ใช่ได้แค่ แผน ครับ ยังได้ ใจที่รวมกันเป็นหนึ่ง ด้วย

ถ้าปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้วผมคิดว่า คงจะยากครับ ที่จะ เริ่ม

-------------------------------------------

ณ วันนั้นเราพยายามจะกำหนดเป้าหมายการพัฒนาคณะ โดยมีเป้าหมายระยะยาวเป้าหมายหนึ่ง คือ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นคณะที่บุคลากร Active ที่จะทำงานวิจัย

 

และเมื่อได้เป้าแล้ว….ประเด็นถัดมา คือ แล้วจะชี้วัดความสำเร็จของเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างไร

 

ตัวชี้วัดเดิมๆ ที่ใช้อยู่ ก็เป็นตัวชี้วัด ผลลัพธ์ ที่สุดปลายอุโมงค์ จะรู้อีกทีก็ต่อเมื่อมีผลงานออกมาแล้ว

 

เรารู้สึกกันว่า มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะวัดเฉพาะสิ่งที่ ผ่านไปแล้ว

เราน่าจะกำหนดตัวชี้วัดกันใหม่ ที่สามารถบ่งชี้ให้เห็นสถานภาพปัจจุบันของเราได้มากที่สุด สภาพปัจจุบันที่สามารถเป็นได้ทั้งกระจกส่องสะท้อนให้เห็นความสำเร็จของความพยายามในอดีต และ เป็นทั้ง คู่มือ ลายแทงเพื่อเดินไปสู่อนาคต

 

โดยสรุปโจทย์ คือ เราต้องหาตัวชี้วัดที่สามารถทำให้เห็นภาพรวมของการ Active งานวิจัยของบุคลากรทั้งคณะ และต้องสามารถนำเสนอในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจและส่งผลกระทบทางจิตวิทยาของผู้มีส่วนได้เสีย

 

ในเวลาที่จำกัดโจทย์นี้แสนจะยากครับ

 

ผลของความพยายามเราได้ ดัชนีวัดความก้าวหน้าของการทำงานวิจัย   (Research Progression Index) (.doc) ซึ่งช่วยทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของความกระตือรือร้นในการทำงานวิจัยระดับคณะ

น่าจะเรียกได้ว่าเป็นดัชนีวัดสุขภาพของชุมชนวิจัย ซึ่งถ้าตัวเลขมีค่าสูงขึ้นแสดงว่าเรากำลังจะก้าวสู่การเป็นชุมชนวิจัยที่มีสุขภาพแข็งแรง

ก็เป็นเพียงแต่หนึ่งแนวคิดครับ

เราพยายามกันเหลือเกินเพื่อไปให้ถึงการเป็นสู่ชุมชนวิจัยสุขภาพดีนี่เป็นความพยายามหนึ่งครับ

บางทีมันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่หลายคนกำลังตามหาอยู่ แต่ผมหวังว่า  สำหรับใครบางคน  มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม ใหม่ซึ่งจะสามารถนำไปยังทางออกที่ต้องการได้

สร้าง: 13 พฤศจิกายน 2550 15:01 แก้ไข: 13 พฤศจิกายน 2550 15:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

ได้กลิ่นความหลัง ครั้งที่เริ่มบุกเบิกงานที่วข.หาดใหญ่กลับมา ครั้งที่ผู้คนยังไม่มากมาย แต่ความสัมพันธ์ค่อนข้างแนบแน่น รู้จักกันทั้งวิทยาเขต ร่วมแรงร่วมใจกันทุกอย่าง ปลูกต้นไม้ด้วยกัน ร้องเพลงด้วยกัน อธิการบดีเรียกพบปะกันทั้งหมดในห้อง ๆ เดียว บรรยากาศที่ดีมากมาย... 

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 3.230.119.106
Message:  
Load Editor
   
Cancel or