นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1534
ความเห็น: 2

Seeking for Trouble: เรื่องยาวฉบับเกี้ยวสาวฝรั่งเศส (ถึงไหนแล้วหว่า?)

พอมีระเบียบว่า งานเดียวกันเอามาตีพิมพ์ซ้ำซ้อนไม่ได้ หลายคนเลยเก็บเอางานดีๆ งานหัวเยื่อ ไว้ตีพิมพ์ในวารสารที่มี impact factor สูงๆ ดีกว่า proceeding (บางเล่ม) ก็เลยกลายเป็นชุมโจร เอ้ย กลายเป็นชุมนุมยอดมือปราบ (หน้าใหม่) ไป

 

"เรื่องยาวฉบับเกี้ยวสาวฝรั่งเศส" -- seeking for (more) trouble (ฮา) ของผมยังไม่จบซะที  ทั้งงานราษฏร์ งานหลวง งานเพื่อปวงชน งานเพื่อตนเอง เข้ามาอีรุงตุงนังไปหมด

ที่จริงผมยังค้างตอบ'เม้นต์รวมทั้งคำถามอยู่นะครับ เลยเอามาทำยอดเสียคราวเดียวแล้วกัน ปะติดปะต่อไม่ถูก ก็กลับไปอ่านใหม่ ได้ครับ (ฮา)

วันนี้ผมก็เพิ่งนั่งเทียนเขียนบทคัดย่อเสร็จไปหนึ่งอัน กะว่าจะส่งไปงานนี้งานสุดท้ายแล้ว ก่อนเผ่นกลับบ้านปีหน้า เสร็จไม่เสร็จก็ต้องกลับครับ ตังค์หมดแล้วนิ หลวงท่านบอกว่าเอ็งอยู่นานเกินไปแล้ว สงสารเพื่อนร่วมงานที่สอนแทนอยู่บ้าง (ฮา)

คราวนี้สมัครแบบใช้ปากไปครับ เดี๋ยวก่อนสิ้นปีก็รู้ว่าเขาจะรับหรือไม่รับ 
ถ้าไม่ได้ก็นอนหนาวอยู่บ้าน ไม่เห็นจะยาก ;-) 

ต้องซ้อมครับ ต้องซ้อม ยิ่งเป็นภาษาอังกฤษ ยิ่งต้องซ้อมหนัก 
นึกๆ แล้วยังขวัญเสียของปีที่แล้วอยู่ไม่หาย

ปัญหาของผมคือ ผมมักจะลืมว่าอะไรที่เราต้องการจะสื่อออกไป
หลายครั้งที่เคยนำเสนองานเล็กๆ อย่างประชุมภาคฯ ผมมักจะจบการนำเสนอได้อย่างรวดเร็วมาก หลายครั้งที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าผมกลับมานั่งที่ได้อย่างไร รู้สึกเหมือนตอนนำเสนอมันเหมือนลอยๆ ในอากาศยังไงก็ไม่รู้ จำไม่ได้ว่า กูผมพูดอะไรไปวะครับ และหลายครั้งที่อยากจะตบกระโหลกตัวเอง -- ไอ้นั้นนั่นก็ไม่ได้บอกไป ไอ้นี่ก็ลืม 

สรุปก็คือ สาระสำคัญที่ควรจะเป็นท่อนฮุค (hook) ที่กะว่าพูดปั๊บแล้วจับใจคนฟัง ปรากฏว่าลืมเสียฉิบ

แต่ปีที่แล้ว ผมพูดนานเกินเวลา
ผิดขาดคาดครับ ใครซื้อหวยโดนกินเรียบ ผมไปอ้อยอิ่งอยู่กับวิธีการศึกษาอยู่นาน แทนที่จะได้นำเสนอผลและอภิปรายผลให้จับใจคนฟัง พอ กรรมการ (chair) ให้สัญญาณว่าเอ็งเหลืออีกห้านาที (นะโว้ย -- หน้าตาน้าแกดุจริงๆ ครับ ตอนนั้น)  เท่านั้นแหละครับ พ่อแม่พี่น้องที่เคารพครับ ผมลืมหมดเลยว่าผมต้องพูดอะไรออกไป เหงื่อบ้าไม่รู้มาจากไหนนักหนา เขาจัดประชุมกันกลางเดือนพฤศจิกาฯ ที่มันควรจะหนาว แต่ผมเหงื่อแตกยังกะไปวิ่งรอบสนามมาสักสิบรอบ

ผมรู้สึกเหมือนนักมวยโดนน็อค พอตื่นขึ้นมาก็เห็นมวยคู่ถัดไปชกอยู่บนเวทีแล้ว จำไม่ได้ครับ ว่าผมกลับมานั่งที่ได้ไง

ช่วงพักทานกาแฟ ทั้งอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งกรรมการหน้าดุที่ผมเห็นตอนนั้น (อารมณ์นั้น อะไรก็ไม่สวยงามแล้วครับ) ทั้งผู้ร่วมประชุมที่ถามคำถามผม แต่ผมจำไม่ได้ว่าผมตอบอะไรไป (ฮา) ก็พากันมาตบหลังตบไหล่ บอก good, good, don't worry สงสัยเขาคงกลัวผมจะเป็นลมตรงนั้นมั้งครับ ;-)

แต่สิ่งหนึ่งที่ได้แบบเป็นเนื้อเป็นหนังจริงๆ สำหรับผม ก็คือการสร้างเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนครับ
ใครจะเอางานไปปล่อยหรือไประบายงานออกก็ตามใจ  แต่สำหรับผม ผมว่าการหาเวทีและโอกาสให้คนที่สนใจอะไรคล้ายๆ กัน ได้คุยกัน เป็นเรื่องสำคัญครับ อย่างน้อยเราไปแบบมีอะไรในหัวไปหน่อยนึง แล้วไปแลกเปลี่ยนกับเขา  ผมมองการไปนั่งฟังเฉยๆ ว่าเป็นแบบ passive เกินไป และหลายๆ ครั้งที่ความร่วมมือดีๆ มาจากโอกาสสั้นๆ ไม่กี่ครั้งนี่แหละครับ ที่ค่อยๆ สานต่อกันไป แล้วสิ่งดีๆ ก็จะออกมา

เพราะจนตอนนี้ พวกที่มาตบหลังตบไหล่ผมสมัยปีที่แล้ว (ไม่นับอาจารย์ที่ปรึกษา ที่เจอกันแทบทุกวัน) เราก็ยังคุยติดต่อกันทางอีเมล์ถึงทุกวันนี้ เดือนที่แล้วก็ไปเจอกันอีก

อ่ะ -- ถึงตาตอบคำถามมั่ง ;-)

- เอาของ เกลอ ก่อน  ปกติเวลาไปนำเสนอโปสเตอร์ เขาจะจัด session ไว้ให้ครับ เราต้องไปยืนเฝ้าตามเวลา เผื่อมีใครซักถาม สรุปก็คือต้องจำนรรจาเหมือนกัน แต่จะเกร็งน้อยหน่อย เพราะเป็นการสื่อสารแบบตัวต่อตัว ถึงมือถึงไม้มากกว่า  โปสเตอร์ดีๆ ก็จะมีคนมามะรุมมะตุ้มหัวกระไดไม่แห้ง ต้องอธิบายกันปากเปียกปากแฉะเหมือนกันครับ เพราะไม่ต้องเกร็งพอกันทั้งคนถามคนตอบ

- ถ้ามีโอกาส ลองสนามอื่นบ้างก็ได้ครับ หนูณิชน์ เดี๋ยวนี้ทั้งบ้านเราบ้านเพื่อน มีให้เล่นหลายสนาม  ส่วน พี่มอนลี่ จนถึงนาทีนี้  คงแก้ปัญหาได้แล้วนะครับ

- ของ น้องหลาฯ กับ muffin ท่าจะยาวครับ รวบพร้อมกันทีเดียวละกัน
งานประชุมแถวๆ นี้ ผมไม่ค่อยเห็น proceeding ครับ หรือถ้ามีก็น้อย ที่เห็นอยู่บ้างก็จะเป็นแบบที่เขี้ยวจริงๆ

สาเหตุที่ proceeding ไม่เป็นที่นิยมมีหลายเหตุผลครับ ส่วนหนึ่งลองอ่านได้จาก Who needs symposium proceedings? (สองในนั้นเป็นอาจารย์ผมเอง -- อิอิ)

สรุปคร่าวๆ ว่า proceeding มีทั้งดีทั้งเสีย แต่น้ำหนักจะไปอยู่ที่เสียมากกว่า เพราะมักกลายเป็นแหล่งระบายงานห่วยๆ
พอมีระเบียบว่า งานเดียวกันเอามาตีพิมพ์ซ้ำซ้อนไม่ได้ หลายคนเลยเก็บเอางานดีๆ งานหัวเยื่อ ไว้ตีพิมพ์ในวารสารที่มี impact factor สูงๆ ดีกว่า    proceeding (บางเล่ม) ก็เลยกลายเป็นชุมโจร เอ้ย กลายเป็นชุมนุมยอดมือปราบ (หน้าใหม่) ไป ยกเว้นเสียแต่ว่า proceeding นั้นจะ "เข้ม" จริงๆ หรือเป็น special volume ที่จำเพาะเรื่องไป

อย่างบ้านเรา ผมว่า proceeding เป็นโอกาสสำหรับนักวิจัยหน้าใหม่ (หรือคนอ่านที่ไม่ได้เป็น "นักวิจัยจ๋า" มากนัก) มากกว่าที่จะเป็นวิกฤติ เพียงแต่เราจะรักษามาตรฐานและความเข้มข้นอย่างไรนั้น เป็นอีกเรื่องที่ต้องคุยกันยาว

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 03 ตุลาคม 2551 03:39 แก้ไข: 03 ตุลาคม 2551 12:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ยังไม่เห็นพูดถึงสาวฝรั่งเศสสักคนเลย
Ico48
muffin [IP: 80.126.144.205]
03 ตุลาคม 2551 12:33
#36445
  • นั่นสิคะ คิดอยู่เนี่ยว่าเป็นฉบับเกี้ยวสาวฝรั่งเศสตรงไหน? หรือไม่ อาจจะเป็นกลยุทธของผู้เขียนบันทึก (เหมือนกลยุทธของการเขียน article) .... ตั้งชื่อให้น่าสนใจไว้่ก่อน เผื่อว่าจะมีคนติดกับดัก..แวะเวียนเข้ามาอ่าน ;-)
  • จะไป oral กะเค้าบ้าง ปลายเดือนนี้... ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของการนำเสนอปากเปล่าเป็นภาษาอังกฤษในเวทีนอกประเทศ... ยากค่ะ ยาก... ยังไงก็ไม่ชินอยู่ดี...
  • เดี๋ยวต้องไปแวะซื้อเทียนมาอีกซักโหล... ต้องนั่งเทียนเขียน abstract ส่งอีกงานของปีหน้าเหมือนกันค่ะ...เฮ้อ.. ชีวิต นศ.ป.เอก กว่าจะจบ ไม่รู้หมดเทียนไปกี่เ่ล่ม(!!??)
muffin น้อย ณ บ้านนอกของเนเธอร์แลนด์

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.176.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ