นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1332
ความเห็น: 2

Seeking for Trouble: ใครเป็น "เจ้า" ของข้อมูล?

ข้อมูลหลายอย่างตายไปพร้อมนักวิจัย หรือไม่ก็เก็บอยู่ในลังใต้บันได ใต้ถุนบ้าน หรือไม่ก็อยู่ในรูปที่คนรับข้อมูลมายังงงไม่เสร็จ ไม่รู้จะจับต้นชนปลายยังไง

ไปเบลเยี่ยมถิ่นเก่ามาสองวันกว่าๆ เมื่อพุธ พฤหัส ศุกร์ ที่ผ่านมาครับ

นิสัยไม่ดี เลยโดนจับอบรมอีกรอบ คราวนี้เขาให้ไปฟังเรื่องการจัดการข้อมูลวิจัย
สาระสำคัญไม่มีอะไรมากครับ เขาต้องการให้นักศึกษาุปริญญาเอกทุกคน เก็บข้อมูลที่ตัวเองทำๆ มาสามสี่ปีให้เป็นเรื่องเป็นราว ก่อนที่จะเผ่นแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน เขาคิดเผื่อไว้สำหรับคนที่จะมาทำต่อจากเราจะได้ไม่ต้องนั่งงมนั่งงงกับ ข้อมูล มาถึงปุ๊บ ก็คุ้ยๆ ข้อมูลออกมาทำต่อได้เลย

วัตถุประสงค์หลัก ไม่ได้อยู่แค่เก็บไว้ให้คนอื่นทำต่อ(ยอด)อย่างเดียวครับ
การจัดเก็บข้อมูลวิจัยอย่างเป็นระบบ ดูๆ แล้วมีแต่ข้อดี และดีสำหรับหน่วยงานในภาพรวมมากกว่าที่จะดีสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง เพราะไม่ว่ายังไงๆ ข้อมูลก็ย่อมตกเป็นของหน่วยงาน คนทำได้เครดิตและได้รับเกียรติให้ใช้ข้อมูลเป็นลำดับแรกในฐานะที่ลงแรง ลงกำลังสมอง แต่หาได้เป็น "เจ้า" ของข้อมูลแต่เพียงผู้เดียวไม่ เพราะผู้ลงทุน ก็คือหน่วยงานที่ให้เงินไปทำวิจัยย่อมมีสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของข้อมูลได้ เช่นเดียวกัน

เท่าที่ฟังเขาเล่าให้ฟัง เขาคิดไปถึงขั้นเมื่องานวิจัยได้รับการตีพิมพ์แล้ว ในอนาคตก็อาจจะแถมข้อมูลแปะไว้ให้ด้วย ใครจะเอาไปทำอะไรก็ตามใจ แต่ต้องยกเครดิตให้เจ้าของด้วย เท่านั้นเอง

แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกหน่วยงานแถวๆ นี้จะคิดแบบนี้หมดนะครับ บังเอิญว่าสถาบันที่ผมอยู่ เขารู้สึกว่ามีข้อมูลที่เก็บซ้ำเก็บซ้อนกันเยอะมาก ข้อมูลบางอย่างคนโน้นมาก็เก็บ คนนี้มาก็เก็บ เก็บบ่อยๆ เข้า ก็ชักเอะใจว่านี่มันเรื่องเดียวกันนี่หว่า ถ้าเอามารวบรวมให้มันเป็นครอบคลุมช่วงเวลายาวๆ ก็สามารถเอามาวิเคราะห์หรือทำนายการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศได้ หรือไม่ถ้าของเราไม่ครบ ก็ไปขอหน่วยงานอื่น หรือไม่ก็เขียนงานวิจัยร่วมกัน ความรู้และข้อมูลก็ไม่ได้หายไปไหน ถ้าได้แบ่งปันกัน (share) ก็มีแต่เพิ่มกับเพิ่ม

ฟังแล้วดูอุดมคติ (ideal) สุดๆ แต่เท่าที่ดู ท่าทางเขาเอาจริงครับ และงานของผมอันนึงเป็นข้อมูลที่เอามาจากสามสถาบันมายำรวมกัน

ผมยังนึกไม่ออกครับ ว่าบ้านเราจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า (อย่างว่าแหละครับ -- ไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มี --ฮา)
แต่เท่าที่เห็น ข้อมูลหลายอย่างตายไปพร้อมนักวิจัย หรือไม่ก็เก็บอยู่ในลังใต้บันได ใต้ถุนบ้าน
หรือไม่ก็อยู่ในรูปที่คนรับข้อมูลมายังงงไม่เสร็จ ไม่รู้จะจับต้นชนปลายยังไง

จำได้ว่าเมื่อก่อน รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการประมงทีนึง ยากแสนยาก ได้มาก็ไม่ครบ ได้มาจากหลายแหล่งก็ดันไม่ตรงกันซะอีก ทั้งๆ ที่ถ้ามองกันในเรื่องของระยะเวลาของข้อมูล ผมว่ามันมากเกินพอที่จะทำนายอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการประมงไทยได้ สงสัยกลับไปต้องไปลองลุยดูใหม่สักรอบ

ยกตัวอย่างทะเลสาบสงขลาอีกสักตัวอย่างก็ได้ครับ
ตั้งแต่ผมจำความได้ นักวิจัยจากหลายหน่วยงานลงไปซะแทบจะพรุนไปทุกตารางนิ้ว

แล้วข้อมูลเหล่านั้นกระจัดกระจายไปอยู่ไหนหมดครับ?
หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
คำสำคัญ (keywords): วิจัย  ข้อมูล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 05 กรกฎาคม 2551 22:03 แก้ไข: 06 กรกฎาคม 2551 04:11 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ข้อมูลมันก็กระจัดกระจายตามระเบียบปกติแหล่ะครับ
Ico48
muffin [IP: 124.120.208.185]
06 กรกฎาคม 2551 12:31
#31884
  • งานคนอื่น ตอนนี้ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ ค่ะ.. ขอจัดระเบียบข้อมูลงานตัวเองให้รอดก่อนแล้วกันค่ะ... :P
  • ความซ้ำซ้อนของข้อมูลงานวิจัย และงานวิจัยด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น ควรต้องมีผู้สะท้อนให้เห็นภาพค่ะ... เริ่มจาก "การประมงไทย" แล้วกันค่ะ.. ว่าแต่... คนที่จะกลับไปสะท้อน... ท่าทางจะคันไม้คันมือหนักแฮะ.. ยังไง... สู้รบกับ น้องหอย (นรก) อีกไม่กี่วันนี้ก่อนแล้วกันนะคะ... สู้ สู้ ;-)

 

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ