นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2617
ความเห็น: 2

โลกร้อน กับแนวคิด(เรื่อง)ควายๆ

ทำไมต้องเป็นเกษตรกร (อีกแล้ว) ที่ต้องเป็นแนวหน้าเรื่องควายๆ แบบนี้?

 

หนังสือพิมพ์ประชาติธุรกิจ ฉบับออนไลน์ประจำสัปดาห์นี้ มีรายงานพิเศษเรื่อง "ข้าว" และ "ควาย" ครับ

 

เรื่องข้าว ผมไม่พูดถึงครับ แต่สรุปให้นิดนึงจากงานวิจัยของอาจารย์ท่านหนึ่งจาก มศว. ก็คือ รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องข้าวน้อยมาก  ไม่ว่าเราจะบอกปาวๆ ว่าข้าวดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ สำคัญอย่างโน้นอย่างนี้ก็ตาม

แต่ที่สะดุดตาก็คือเรื่องควายครับ

ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นพวกเดียวกัน หรือเป็นว่าเพราะว่าผมมี "ควายไทยอยู่ในปัญญา"
(ครูพละฯ ที่โรงเรียน เคยเรียกผมว่าเป็นพวก "พลังช้าง สมองหมา ปัญญาควาย" เวลาเล่นบาสเกตบอล
คุณครูมันส์  เพื่อนๆ ขำครับขำ ฮากันตรึม -- ก็ไม่ได้เป็นควายเองนี่ครับ
ส่วนคนโดนแซวน่ะอายแทบแทรกแผ่นดินหนี (สาวๆ ;-)

แต่ตอนนี้ควายไทย อยู่ในกระแสโลกร้อนกับเขาด้วยแล้ว หลังจากปล่อยให้ม้านำไปก่อนหลายช่วงตัว
ใครอ่านข่าวเมื่อสัปดาห์ สองสัปดาห์ที่แล้ว ก็คงเจอข่าวจะให้ผู้ว่าฯ ขี้ม้ามาออกศึก เอ้ย! มาว่าราชการกัน

ในประชาชาติฯ มีอยู่สองบทความครับ
อันแรกเป็นรายงานพิเศษจากสัมภาษณ์ชมรมอนุรักษ์ควายไทย แถวจังหวัดเพื่อนบ้าน พัทลุงนี่เองครับ
อัน นี้ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ก็นึกเสียว่าเลี้ยงควายเพื่อการค้า จะขายเรือนร่าง (ขายเนื้อ) ขายนม ขายแรงงาน หรือเลี้ยงเพื่ออนุรักษ์ก็ตามใจครับ ถือเป็นการปศุสัตว์อย่างหนึ่ง

ผมเปล่าทะลึ่งเรื่องนมควายนะครับ -- ไม่เคยทานกันใช่มั้ยครับ?
ตอนเด็กๆ นี่ของโปรดผมเลย ขาวข้น(หวาน)มัน นมวัวนมแพะนี่ชิดซ้ายไปไกลๆ เลย
เสียแต่ว่าต้องระวังเรื่องความสะอาดหน่อย เพราะรู้อยู่ครับ ว่าควายกับตมกับปลักนี่แยกกันออกซะที่ไหน
ตอนโตขึ้น กลับไปบ้านยายทีไรไม่ค่อยเห็นแล้ว ควายแถวปากพนังตอนนี้นับตัวได้มั้งครับ


แต่ที่มาจี้ใจดำผม ก็เรื่อง ควายกับโลกร้อน นี่ละครับ
เพราะ มีการคิดคำนวณมาให้เสร็จสรรพ ว่าถ้าใช้ควายไถนาจะลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไปได้เท่าไหร่ แล้วเกษตรกรจะได้ประโยชน์จากการมีควายอยู่ในครอบครองอะไรบ้าง มีการชี้แจงมาละเอียดยิบ ไปอ่านเองแล้วกันครับ

ประเด็นของผมก็คือ ผมไม่ได้ต้องการจะแย้งข้อดีของการมีควายนะครับ
เพราะถ้าเราตัดประเด็นเรื่องใช้ควายแทนรถไถ (ซึ่งใช้น้ำมัน ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดภาวะโลกร้อน ตามที่หลายท่านเข้าใจ)   การมีควายเอาไว้ "รักษา" (ตามภาษาบ้านเรา) มีแต่เรื่องดีกับดีนับนิ้วมือนิ้วเท้าแล้วได้เกินยี่สิบ

แต่คำถามก็คือ ทำไมต้องเป็นเกษตรกร (อีกแล้ว) ที่ต้องเป็นแนวหน้าเรื่องควายๆ แบบนี้?
หลัง จากที่ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเรื่องปลูกข้าวแล้วมีส่วนเพิ่มแก๊สมีเทน (methane) ให้ตุ๊มๆ ต่อมๆ เล่น ว่าจะโดนกีดกันทางการค้าเรื่องการผลิตที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า

เรามีรถไถกี่คันกันครับ ทั้งประเทศ?
รถไถเหล่านั้นมีส่วนร่วมในการสร้างความฉิบหายกับสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่?
หรือ ถ้าจะว่ากันให้ได้ศัพท์แสง รถไถเหล่านั้นมีส่วนผลิต greenhouse gases เท่าไหร่กัน เมื่อเทียบกับปริมาณทั้งหมดที่ผลิตออกมาทั้งประเทศ? ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสภาวะอากาศครับ แต่ผมมองง่ายๆ ว่า net production ของ greenhouse gases หรือแก๊สต่างๆ ที่มีส่วนช่วยให้โลกร้อนขึ้น ที่ผลิตออกมาจากภาคเกษตรกรรม มันเทียบกันไม่ได้เลยกับที่คนเมืองหรือสังคม เมืองผลิตออกมา

ไหนๆ ก็ทำท่าจะคำนวณ carbon credit ในระดับนานาชาติแล้ว ทำไมไม่ลองคิดในระดับเล็กลงมาบ้าง
จะได้ดูกันให้ชัดๆ ว่าใครเป็นมิตร-ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน

ดูรูปข้างล่างครับ

"carbon bandwagon", aPicaDay032xtra by friendsofarnon, on Flickr


ผมกดมาจากหน้าโฆษณาในนิตยสารที่วางอยู่ที่บ้านครับ
นั่งกินข้าวเมื่อวันอาทิตย์บ่าย หาอะไรอ่านไปเรื่อยเปื่อย พลิกไปพลิกมา เลยเจอเข้า

เป็นโฆษณารถยนต์ค่ายใหญ่ค่ายหนึ่งในยุโรป
อย่าไปรู้เลยครับว่ายี่ห้ออะไร เดี๋ยวกลายเป็นว่า share มีโฆษณาแฝง
ผมอุตส่าห์กดมาแบบเบี่ยงๆ บังมุม กับเอาสีป้ายปิดชื่อ แถมตั้งชื่อให้ใหม่ไว้แล้วหน่อยนึง

ภาษาอังกฤษในโฆษณาบอกว่า รถรุ่นใหม่คันนี้ ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ต่ำสุดที่ 120 กรัม ต่อกิโลเมตร
คิดง่ายๆ ว่า ถ้ารถคันเดียวกัน ขับจากใน ม.อ. ไปกินหมี่เป็ดในเมืองหาดใหญ่ ก็จะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเกือบๆ สองกิโลกรัม

เดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็อ้างโลกร้อน อ้าง low carbon emission ได้ครับ

ข้อเท็จจริงก็คือ ไม่ใช่ว่ารถทุกคัน จะปล่อย carbon ออกมาในปริมาณน้อยเท่านั้น
ข้อเท็จจริงที่ยังคลางแคลงใจก็คือ "คนเมือง" พร้อมหรือยังที่จะปรับตัวเอง ปรับนิสัยการบริโภคของตัวเอง

ไม่ใช่เอะอะ อะไรๆ ก็โยนไปให้เกษตรกรวันยังค่ำ โดยที่ตัวเองยังติดสบายไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรเลย
หรือถ้าจะลำบาก ก็ขอลำบากนิดเดียวพอ

เอาง่ายๆ ครับ -- ใน ม.อ. -- ยังไม่ต้องถึงขั้นขี่ควายไปเรียนหรือขี่ม้าไปสอน
เอาแค่จักรยานนี่แหละ จะมีใครยอมใช้สักกี่คน?

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): low-carbon economy  ควาย  โลกร้อน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 01 กรกฎาคม 2551 03:39 แก้ไข: 01 กรกฎาคม 2551 04:44 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมไปปักกิ่งเมื่อ 10 ปีมาแล้ว ยังเห็นเขาใช้ล่อเป็นพาหนะขนส่งกันอยู่

แต่ครั้งล่าสุดที่ไปคือ 7 ปีมาแล้ว ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปมากหรือยัง

คนปักกิ่งบอกว่าสิ่งที่เห็นได้ยากที่ปักกิ่งคือ ฝน, หมา. ผู้หญิงท้อง. gas station และอีกอย่างจำไม่ได้แล้ว

ผมยังคิดถึงการขนส่งโดยใช้เรืออยู่เลยครับ

เรื่อง "พลังช้าง สมองหมา ปัญญาควาย" เนี่ย น้องชับกัน เพราะโดนด่าอยู่เรื่อยเรื่องนี้ 555 แต่นมควายเนี่ย ไม่เคยกินเลย เพิ่งรู้นะ เนี่ยว่ากินได้ด้วย เข้าข่ายปัญญาควายด้วยมั้ยเนี่ย (แค่นี้ก็ไม่รู้)


พูดถึงน้องควายแล้วก็สงสารเกษตรกรไทย (จากการอ่านบทความที่พี่บอกมา) เพราะปัจจุบัน การเลี้ยงควายไม่ง่ายเหมือนในอดีต เพราะ โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน อย่างทุ่งนาแถวบ้านเดี่ยวนี้ก็เปลี่ยนเป็นสวนยางหมดแล้ว แล้วจะเลี้ยงน้องควายเพื่ออะไร หญ้าก็หายาก มลภาวะก็เยอะ  ความยกินเข้าไปร่างกายก็ไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต ไม่ใช่สนับสนุนไม่ให้เลี้ยงควาย แค่คิดต่างเพราะโลกเปลี่ยน ถ้าคิดจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนในอดีต คงต้องเริ่มแก้จากคนเมืองก่อน ไม่ใช่แก้มาจากชนบท เพราะ คนชนบทยังอยู่ได้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไปแบบไหน แต่คนเมืองสิ เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเดือนน้อยลงแต่ค่าใช้จ่ายยังคงเดิม เพราะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคนิยม หาทางออกไม่ได้ ก็ฆ่าตัวตายกันโครมๆ


ปัจจุบันปัญหาโลกร้อน เกิดจากภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะอเมริกาเนี่ย วัยรุ่นเรียก ตัวแม่ เลย ในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด เพราะมีประชากรเพียง 4% ของโลก แต่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นมากเกือบ 25% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากทั่วโลก


เห็นมั้ย อเมริกาก็ไม่ได้เป็นประเทศเกษตรกรรมซะหน่อย ก็เลยไม่เข้าเหมือนกันว่าทำไมเวลาคิดจะแก้ปัญหาระดับชาติเนี่ย ต้องเริ่มแก้มาจากรากหญ้าด้วย และเศรษฐกิจพอเพียงก็ไม่ได้มีไว้สำหรับชาวนา ชาวสวน หรือเกษตรกรเพียงอย่างเดียว สามารถใช้ได้กับทุกระดับและอาชีพ ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมถึงชอบเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาอ้าง ทั้งที่คนอ้างก็ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง

เกี่ยวกับบันทึกนี้มั้ยหว่า ยิ่งพูดมากยิ่งออกทะเล แบบว่าอยากเม้นข่าวที่ให้อ่านแต่เค้าไม่ให้เม้น เลยมาระบายในบันทึกนี้แทน 555

 

ปล. ส่วนรถยนต์ ตอนนี้ไม่ว่าเติมอะไรก็แพง งานนี้คงต้องหันมาพึ่งจักรยานอย่างพี่เสือว่า เพราะ ประหยัด คุ้ม ได้ออกกำลังกายด้วย ลดโลกร้อนได้อีกต่างหาก


-: pan :-

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.81.29.254
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ