นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1920
ความเห็น: 7

a picture a day, a distance away (30)

ผมถ่ายภาพส่งเดชเพื่อเล่าเรื่อง อย่ามาหาสวยเสยอะไรจากรูปผม (ฮา)

ตอนแรกกะว่าจะเขียนยาวครับ
แต่พอ upload รูปแล้ว ตามันจะปิดซะให้ได้

ผมบ้าพลังตื่นตั้งแต่ก่อนตีสี่ เข้าไปทำเตรียมแล็บตั้งแต่ตีห้า กะว่าทำทุกอย่างให้เสร็จในวันเดียว
แต่สุดท้ายก็เหลวครับ น้องหอยน้อยที่สั่งไว้ยังมาไม่ถึง ต้องรออีกวัน

ไอ้ที่อุตส่าห์แหกขี้ตามาก่อนไก่ก็เหนื่อยเปล่า เพราะพรุ่งนี้ ก็ต้องทำแล็บต่ออยู่ดี

เฮ้ออ-อ-อ-อ แต่ก็ยังมี "ความสุข" ดีอยู่ครับ


"the book of happiness", aPicaDay030 by friendsofarnon, on Flickr


ได้หนังสือเล่มนี้มาหลายวันแล้วครับ น้องที่น่ารักคนนึงให้ยืมมา
แต่ผมยังอ่านไม่ถึงไหนซักที อ่านไปห้าหกหน้าแล้ววาง
กลับมาก็ต้องมาทบทวนความเดิมที่อ่านไปแล้ว ได้ไม่กี่หน้าก็หมดเวลาอีก
ก็ผมชอบคว้าหนังสืออะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้มือติดเข้าห้องน้ำไปด้วยนี่ครับ

ช่วงหลังๆ แย่หน่อย เพราะต้องสลับกันหลายเล่ม ทั้งหนังสือถ่ายรูป หนังสือคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่หนังสือทำกับข้าว
หนังสือเรียนเอาไว้อ่านที่โรงเรียนกับที่ทำงานครับ เวลาเข้าห้องน้ำเป็นเวลาส่วนตัว (ฮา)

เวลาน้อยครับ ต้องอ่านหลายเล่ม อยากรู้จับฉ่ายไปหมด เลยไม่ถึงไหนซะที

คนเขียนหนังสือเล่มนี้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ครับ
แต่เขาพยายามอธิบายว่า "ความสุข" สามารถวัดได้ หรือมีตัวบ่งชี้ในทางวิทยาศาสตร์

่ผมคงไม่พูดถึงเนื้อหาของหนังสือครับ เดี๋ยวจะเสียรสหนังสือ
(ขืนพูดก็ดำไปน้ำขุ่นๆ เท่านั้นเอง เพราะยังอ่านไม่จบซักแอะ ยังมีหน้ามาวิจารณ์อีก (ฮา))


ผมแค่อยากถามว่า "ความสุขของเรา" คืออะไร?
เท่านี้จริงๆ ครับ


Sections: Miscellaneous
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 16 May 2008 04:03 Modified: 16 May 2008 04:03 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
muffin [IP: 145.99.244.98]
16 May 2008 04:23
#29354
  • "ความสุข" ของคนแต่ละคนแตกต่างกันไปค่ะ อาจจะไม่ต่างกันในประเด็นใหญ่ๆ แต่ต่างกันในรายละเอียดและความรู้สึก...จับต้องยากและยากที่จะจับต้อง.. ดังนั้น..ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างตัวชี้วัดที่สามารถวัดความสุขของมนุษย์ได้จริงๆ..
  • หนังสือ "Happiness" ที่คุณ NovemberRain แนะนำในบันทึกนี้  เป็นหนังสือที่พูดถึง "ความสุข" โดยอ้างอิงข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่อ่านง่ายและเพลิน ค่ะ  ;-)  (หุๆๆ อ่านยังไม่จบเหมือนกัน มีคนไม่ยอมคืนซักที)
  • ว่าแต่ว่า เอาหนังสือเค้าเข้าไปอ่านในห้องน้ำด้วยเนี่ย... แล้วจะมีใคร เอาคืนล่ะเจ้าคะ... :-P

Muffin เอง... spend every moment with Happiness ;-)

ขยันจริงเกลอเรานี่ ตีห้ายังตื่นมาแล้ว

ที่ภาควิชา เคยมีการ review กันเรื่อง ความสุข "ทำงานอย่างไรให้มีความสุข" ว่างั้นเถอะ ก็มอบหมายให้แต่ละคน รับผิดชอบไปอ่าน article มาคนละเรื่องๆ มานำเสนอ ในที่ประชุม ครั้งละคน ๒ คน

ผมจำไม่ได้ว่า ได้เรื่องอะรไ แต่จับพลัดจับผลู อย่างไรไม่รู้ เลยรับอีก article นึงแทนสาวๆ ด้วยว่า เรื่องนี้ผมจำชื่อเรื่องได้เลาๆ ว่าเกี่ยวกับ happiness sex and money (ฮา)

หากให้เล่าเรื่อง ก็คงต้องไปอ่านมาใหม่แล้วครับ ลืมไปหมดแล้ว จำได้ว่า

เรื่องนี้ เขาทำเป็นงานวิจัย เก็บข้อมูลในอเมริกา เอามาวิเคราะห์ ใส่เป็นสมการถดถอยเชิงเส้น 

money sex อันไหนบ้างที่มันเกี่ยวกับ Happiness สรุปว่า เงินไม่เกี่ยว (เท่าไหร่)  แล้วยังสรุปเรื่อง จำนวน partner โดยเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง อายุต่ำสุดที่มีเพศสัมพันธ์ (จำได้ว่า ค่อนข้างจะน้อยทีเดียว)

เอาไว้ถ้าหาเจอแล้วค่อยมาเล่า ให้ฟังลกันครับ

ตอนจบของเรื่อง (การ review) เรา (ภาควิชา) ก็ยกทัพกันไป ดื่มด่ำ บรรยากาศ แห่งความสุข กันที่เกาะไห (เกาะไฮ เกาะ) 

อึมมม

ความสุขๆๆๆๆๆๆๆ

คิก คิก คิก
เราเอง 8-)

ว่าจะไม่แตะบันทึกนี้แล้วนะ แต่เจ้าของบันทึกดันพูดเรื่องที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ขึ้นมา ก็อดไม่ได้อีกตามเคย มันคันไม้คันมือขึ้นมายิกๆ

เรื่องหนังสือเนี่ยไม่เคยอ่าน แต่คุ้นๆเหมือนเจ้าของหนังสือเคยเกริ่นๆให้ฟัง แต่ถ้าพูดถึงการวัดความสุขโดยใช้ทฤษฎีเข้ามาจับเนี่ย ทางเศรษศาตร์มีตัวชี้วัดเช่นกัน ( ไม่รู้จะเกี่ยวกับหนังสือมั้ย แต่อยากบอก 555) ซึ่งทางเศรษฐสาสตร์เรียกดัชนีชี้วัดนี้ว่าดัชนีความสุขรวมของประชาชาติ หรือ
GNH ย่อมาจาก Gross National Happiness หมายถึง ความสุขรวมของคนในประเทศ ซึ่งภูฏานเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญ แก่ความสุขมวลรวม ประชาชาติมาตั้งแต่ พ..2515 โดยการใช้GNH มาเป็นตัววัดความเจริญของประเทศ แทนการวัดด้วย ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ (Gross National Product : GNP) /ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP)

ซึ่งสูตรสำเร็จของ GDP คือ ค่าใช้จ่ายบริโภคมวลรวม ( Customer ) บวก เงินลงทุน ( Invesment ) บวก ค่าใช้จ่ายภาครัฐ (Government) บวก กับผลต่างระหว่างค่าสินค้าส่งออกและนำเข้า ( eXport-iMport)

หรือ GDP = C+I+G+(X-M)

ที่xxชอบเอาแต่ตัวเลขมาสร้างภาพแต่งตัวเลขให้ดูดี ว่าเศรษฐกิจประเทศดี ถ้าอยากโชว์พาวก็อัดเงินเข้าระบบเยอะๆ เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ ลดภาษี ส่งเสริมการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่เอื้อประโยชน์ให้ผู้มีอันจะกินทั้งสิ้น รากหญ้าตาดำๆ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศก็ได้แต่รอคอยความหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะรวยต่อไป นอกเรื่องแล้วหล่าว พูดถึงเรื่องนี้แล้วของขึ้นทุกที

หันกลับมาพูดเรื่อง GNH ใหม่ดีกว่า ก่อนจะโดนแบน 555

ประเทศภูฏานวัดความเจริญของประเทศด้วยหลักการ GNH ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายในการพัฒนาประเทศ ประกอบด้วยการสร้างสมดุลระหว่างความเจริญด้านวัตถุและความเจริญด้านจิตใจ ในขณะเดียวกันก็ไม่ปฏิเสธความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ซึ่งแผนพัฒนาประเทศของภูฏานที่ใช้ความสุขรวมของคนในประเทศเป็นตัววัด ตั้งอยู่บนหลักการ “Four Pillars of Happiness (รูปแบบเดียวกับเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเรา) คือ:

  • การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (sustainable economic development)
  • การรักษาสภาพแวดล้อม (conservation of the environment)
  • การส่งเสริมวัฒนธรรมประจำชาติ (promotion of national culture)
  • ธรรมาภิบาลที่ดี (good governance)

ในหลวงของเราพูดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมานานแล้ว แต่คนไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร บวกกับหลายๆฝ่าย ชอบตีความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงผิดไป ถ้าคนไทยหันมาใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ในการดำเนินธุรกิจ ในการพัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิต อยู่อย่างพอเพียง ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม หันมาให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประเทศก็จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้แบบยั่งยืน เราก็จะมีความสุขมากขึ้นกว่าทุกวันที่เป็นอยู่

ชักจะพูดมากไป ไปดีกว่า เรื่องแบบนี้คุยกันหลังไมค์มันส์กว่าเยอะ 555

Ico48
kind (Recent Activities)
16 May 2008 11:28
#29371

โอ...หนูไม่รู้เรื่อง..(มาหยบแล)กร๊ากกก

ชอบมากค่ะ...ชอบจริงๆเลย

รู้สึกว่าภาพสะท้อนคำถามได้ลงตัวมาก

สมมิตว่าเราไม่ได้ยินเสียงที่พี่เสือคุย

ปุยว่าภาพมันก็ชวนคุยแล้วว่า "ความสุขคืออะไร"

(^_____________^)

สำหรับความสุข

ปุยเชื่อว่า

ถ้าความสุขของคนเปลี่ยน  วิถีชีวิตจะเปลี่ยน 

บางทีความสุขก็อาจจะไม่ใช่เรื่องธรรมชาติเสียทั้งหมด  เราถูกบางสิ่งบางอย่างกล่อมเกลาให้เราเชื่อว่า อย่างนี้นี่แหละ "สุข"  และสุขตามแบบฉบับนั้น

 

ความสุขวัดได้ไหม...ปุยว่าไม้บรรทัดของใครก็ของมันนะ 

 

(^__^)

ตอบไม่ได้ครับ

รอคำเฉลยอยู่

Ico48
mandala (Recent Activities)
21 May 2008 22:17
#29625

ผมแค่อยากถามว่า "ความสุขของเรา" คืออะไร?

บางคนบอกว่า  "มีเงินเยอะซิ"  มีความสุขแน่นอน  แต่พอไม่สบาย เงินก็ไม่สามารถซื้อชีวิตได้

บางคนบอกว่า "ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" นี่สิความสุขที่แท้จริง  แต่พอไม่มีอะไรกิน ร่างกายก็พานไม่สบายเอา

บางคนบอกว่า "การไม่มีทุกข์" เป็นความสุขอย่างแท้จริง  ซึ่งทำได้ยากมาก ซึ่งปัญหาต่างๆ มันรุมเร้า

สิ่งๆ เดียวจึงไม่อาจทำให้เรามีความสุขไปได้  บ่อยครั้งที่เรามักจะอวยพรให้คนอื่นว่า
"อย่าเจ็บ อย่าไข้ อย่าทุกข์ อย่าจน"
หากหลีกเลี่ยงทั้ง  4 อย่างนี้ได้   ชีวิตเราคงมีความสุขมากมาย

แต่ก็อย่างที่ความเห็นข้างบนได้ว่าไว้  ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บ้างสุขเพราะรัก  บ้างสุขเพราะกิน บ้างสุขเพราะงาน บ้างมีความสุขแบบบันทึกนี้ 

แค่นี้จริงๆ

น้องหลา :)

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.224.8
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ