นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1890
ความเห็น: 7

โจทย์และโลกความจริงของการทำวิจัย

ส่วนใหญ่ ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษาอยากรู้อะไร เราก็มักจะได้ทำสิ่งนั้น (ฮา)


ผมยังหากินง่ายๆ กับการ์ตูนอยู่ครับ

เจ้าเดิมครับ phpcomics.com
วันนี้แถมให้สองรูปเลย



Your Research Interestes




สำหรับนักศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย -- หลายครั้งที่เรื่องที่เราทำวิจัย มักจะไม่ได้เป็นเรื่องของเราเอง
ส่วนใหญ่ ถ้าอาจารย์ที่ปรึกษาอยากรู้อะไร เราก็มักจะได้ทำสิ่งนั้น (ฮา) ไม่ว่าเราจะอยากรู้หรือไม่ก็ตาม (ฮาอีกที)



Research Diagram/Research Reality

โลกแห่งการเขียน(paper) และโลกแห่งความจริงในการทำวิจัย ;-)


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): research diagram  research interests
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 13 พฤษภาคม 2551 04:44 แก้ไข: 13 พฤษภาคม 2551 04:44 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
muffin [IP: 145.99.244.98]
13 พฤษภาคม 2551 05:33
#29073
  • ก็ ถ้าอยากจะจบ (ตามเวลาที่ควรจะเป็น) ...ก็ต้องอยากรู้ในสิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษาอยากรู้นั่นแหล่ะค่ะ เหอๆๆ ;-)
  • ภาพ โลกแห่งความจริงในการทำวิจัยเนี่ย มันดูคุ้นๆ ยังไงไม่รู้นะคะ อิๆๆ

ไปนอนดีกว่า

ความเห็นผมเหมือนคุณ muffin เลย

ทำสิ่งที่ prof. ต้องการ ผมอยากจะบอกว่า thesis ของผมอยู่บนหิ้งไปนานแล้วครับ เรื่องที่ผมทำอยู่เป็นเรื่องที่ผมอยากทำ และไม่เกี่ยวกับ thesis ผมสักนิด

ผมคิดว่าเราเริ่มใหม่ได้เสมอ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในการเรียนปริญญาเอก คือกระบวนแสวงหาความรู้ใหม่อย่างเป็นระบบ

เวลาที่เรียน 5 ปี คิดเป็น 1/6 ของเวลาทำงานอีก 30 ปีเองครับ

อึมมมมม
แบบว่า เข้ามาแล้ว ถ้าไม่ได้พู ไม่ได้บ่น ไม่ได้แหลง สักนิด รู้สึกว่ามันขาดอะไรไป ปากมันคันยิบๆๆ เอาซะงั้น

ว่าแต่ว่า จะ่บ่นเรื่องอะไรดีนี่

สิ่งที่เราเห็นอยู่ (ส่วนหนึ่ง) อาจจะเป็นเพียง ปลายเหตุ เท่านั้น 

เรามาลองทบทวนกันดูว่า ระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เอื้ออำนวย ส่งเสริมต่อการ เป็นนักวิจัยแค่ไหน

รวมถึงคนที่จะเป็นนักวิจัยด้วย

ใกล้ๆ ตัวเรานี่แหละนะ ในใจกลางของหลุมดำเลย

 ผมเห็นว่า ๓ เปอร์เซ็นต์นั้น ค่อนข้างจเป็นจริง ในปัจจุบัน รวมถึง ๖๗ เปอร์เซนต์ด้วย ส่วนที่เหลือ คือ สิ่งที่เรียกว่า "ความเป็นมนุษย์" หรือ "เหรียญ" อีกด้านนึง ที่จะคอย balance ทำให้เกิดความสมดุลย์ ทำให้เขา/ เธอเป็น นักวิจัย ที่สมบูรณ์ เป็นงานวิจัยอีกด้านนึง

์ผมค่อนข้างจะเห็นตาม น้องแป้งแดง หรือ อ คนธรรมดา สำหรับคนที่เกี่ยวข้อง ลองนึกดูว่า นักศึกษาของ Graduated school  ที่เข้ามา ในแต่ละรุ่นนั้น เริ่มต้นด้วย "อยากทำวิจัย" "อยากได้ degree" "อยากเรียนรู้" "ฆ่าเวลา" 

สำหรับคนที่ตั้งรับ มีสภาพเป็นอย่างไร 

ไม่เฉพาะโลกแห่งการเขียนงานวิจัย เท่านั้น แต่คลุมทั้งหมด ทุกเรื่อง ของงานวิจัย มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ ที่งานวิจัย เหมือนกับ สภาพความเป็นจริง ข้างนอก การนำเอาผลที่ได้ไปใช้ ยังต้องผ่าน การวิจัยอีกชั้น หรือ หลายๆ ชั้น

นักวิจัยใช้ชีวิตส่วนใหญ่ อยู่กับ สภาพแวดล้อมที่ ตัวเองสร้างขึ้น มากกว่า โลกแห่งความเป็นจริง ข้างนอกหน้าต่าง 

ในโลกปัจจุบัน เรา (นักวิจัย) ฝากชีวิตไว้กับ อุปกรณ์อิเลคทรอนิคต่างๆ  อยู่ด้วยความ ระทึก เร้าใจ

ความง่าย ถึงง่ายที่สุด (ในการดำเนินงาน) เป็นสิ่งที่เราคาดหวัง ในเรื่องงานวิจัยของเรา

อึมมมมมมมมมมมมมมมม

ไป ดีกว่า
คิก คิก คิก
เราเอง 8-)

คิดว่า

มันเป็นกระบวนการเรียนรู้สองขั้น

ขั้นแรก...เรียนรู้กระบวนการวิจัย

ขั้นที่สอง...เรียนรู้กระบวนการดำรงอยู่ในโลกภายนอก  ที่เราต้องเอาตัวรอด  อิอิอิ

 แต่ขั้นไหนสำคัญกว่าขั้นไหน....หว่า  (^__^)

Ico48
lost inๆgration [IP: 202.28.77.32]
14 มิถุนายน 2551 12:04
#30866
   การทำวิจัย(Thesis)กับ Advisors  มันเป็นของคู่กัน เหมือนคนหัดขับรถกับคนสอนขับรถ ขับรถออกไปด้วยกัน ถ้าขับวนอยู่เฉพาะแต่ในมอ ก็อาจจะขึ้นๆลง ๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวามากหน่อย แต่ก็ปลอดภัย? ออกไปนอกมอ มีทางตรงแต่รถแยะขึ้น    ออกไปถนนเพชรเกษมก็หวาดเสียวมากขึ้น แต่ก็ยังอุ่นใจที่มีครูสอนขับรถนั่งอยู่ด้วย  แต่เมื่อไหร่ต้องฉายเดี่ยวครั้งแรก.........จะรู้สึกคิดถึงadvisor ขึ้นมาในบัดดล
(=^๐๐^=)
   กะลังคิดจะเรียนต่อเอกเหมือนกันครับ หัวข้อที่สนใจตอนนี้คือ เรียนปริญญาเอกมันยากหรือง่ายกว่าตอนเข้าเรียนอนุบาล (ฮาเล็กๆ แต่อยากทำจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าอนุบาลกับ ป.เอก อันไหนจะทำให้คนมีพัฒนาการหรือได้ความรู้ใหม่ๆ ที่จริงแท้ มากกว่า) ถ้าปริญญาเอกเราทำตาม Advisor แสดงว่าไม่ต่างกับตอนอนุบาล ที่เราหัดเขียนตามครูสั่ง หรือว่ามันก็เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ยิ่งสังขารโรยราขึ้นเราสมมติ ว่าเรารู้ขึ้นเก่งขึ้น 
   ikkyu เคยเจอ สมัย ป.โท นำหัวข้อที่อยากทำไป 2 เรื่องนำเสนออาจารย์ที่ปรึกษา สุดท้ายไม่ได้ทำสักเรื่อง สงสัยเพราะเราไม่ได้เรื่อง เลยต้องเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา แต่แล้วก็ไปทำอีกเรื่อง(สุดท้ายไม่ใช่สองเรื่องที่อยากทำ)เพราะอาจารย์เขาชำนาญอีกเรื่อง งงๆ ไปดีกว่า

เท่าเดินเข้าไป ถามถึงเรื่องเรียนต่อ ที่จุฬา อาจารย์ จะถามว่า เราสนใจด้านไหน อยากทำเรื่องอะไร

 จะได้ไปคุยถูกคน แบบคอเดียวกัน พอไปถึง คำถามต่อไป จะเจอถามว่า สนใจเรื่องอะไร ให้ชี้ชัดลงไปเลย แต่ไม่ยักกะมีหัวข้อให้เลือก นี่นา...เพียงแต่ ถ้าเราสนใจด้านเดียวกับอาจารย์ที่จะมาเป็นอาจาย์ปรึกษา อาจารย์จะได้ให้คำปรึกษาได้ ดียิ่งขึ้น...

 มันจะต่างกับอนุบาลตรงที่เราเลือกได้ว่า เราจะทำหัวข้อไหน และทำอย่างไร...

 

ก็เลยยังเป็นปัญหาคาใจ ว่าจะทำ เดอะ ซิส เอ๊ย thesis  เรื่องใดดี ที่ทำแล้ว ไม่ต้องขึ้นหิ้ง....เอิ๊ก ๆ

ถ้าคิดออกคงได้เรียน ในไม่ช้า

ฮ่า ๆๆ

 

 

ว่าแล้ว ก็ งง ต่อไป ยังหาคำตอบไม่ได้

 

ถาม2คำซิคะ

เรียนปริญญาเอกไปทำไมกันนะ...(ทั้งที่เราก็อยากเรียน)

ถ้าไม่เป็น ผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อ ทำงานอย่างอื่นได้ไหม

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.224.8
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ