นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2024
ความเห็น: 3

เอามัน

เราปล่อยให้ความเคยชินเกาะกิน จนไม่คิดจะเปลี่ยน แล้วอธิบายด้วยเหตุผลร้อยแปด

 

ที่จริงบันทึกนี้เป็นการตอบ 'เม้นต์ ครับ แต่ผมลักไก่เอาทำยอด เพราะรู้ตัวว่าตอบยาวแน่ๆ
อีกอย่าง หลังๆ เขียนน้อย ถ้าจะต่อยอดเอาให้สุดยอดยาง สุดทางพร้าวก็เอามันดื้อๆ พันนี้แหละ
ไหนๆ ก็ยาวแล้ว (แหะๆ)

ผมเลือกเอาบันทึก สองแสนห้า มาตอบก่อนนะครับ
เพราะเขียนอะไรที่มันเป็น ข้อเท็จจริง (fact) ง่ายว่าที่เป็นความเห็น (opinion) เยอะ
ใครที่งง ต่อไม่ติด ลองไปดูเรื่อง สองแสนห้า ก่อนครับ

ใช้ software เถื่อน ไม่เหมือนกับเข้าป่าหาหยวกกล้วยเถื่อนหรือหมูเถื่อนนะครับ
เพราะสองอย่างหลังเป็น unowned หรือ common property ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ออกดอกออกผลอยู่ในป่าริมข้างทาง ใครจะไปเก็บมาใช้ก็ได้  การยิงนก ตกปลา หาปูหาหอยในที่สาธารณะที่มีการอนุญาต ก็เป็นลักษณะเดียวกัน
แต่ ท่านผู้ชมที่เคารพครับ common property มักจะพบกับโศกนาฏกรรม แบบที่เราๆ ท่านๆ รู้กันอยู่
ตัวอย่างในบ้านเราอยู่ นี่  นี่  นี่ และ นี่ -- แค่ตัวอย่างนะครับ

ก็คือเราจะล้างผลาญกันจนถึงขีดสุด พอหมดแล้วก็นั่งทำตาปริบๆ
-- we never know what is enough, until we have MORE THAN enough

แต่ การใช้ software เถื่อนเป็นการละเมิดสิทธิ์ของ proprietary software  ที่มีเจ้าของชัดเจน
ไม่ใช่ของฟรีเก็บได้ข้างทาง และเจ้าของเขาบอกชัดว่าต้องการขาย

โลกนี้ไม่ได้โหดร้ายมากนัก จนถึงขั้นต้องฆ่าตัวตายครับ
มันมีทางออก มี software ที่เป็น General Public License (GPL) หรือ open source คือใครอยากเอาไปใช้ ก็เอาไป
มีความสามารถ อยากจะแก้ไขหรือ ทำอะไรเพิ่มเติม ก็ทำไปเหอะ ทำเสร็จแล้วก็ "แบ่งปัน"ให้คนอื่นด้วย

ถ้าว่ากันตามคำฮิต (cliche) ในแวดวง KM -- "Wisdom of Crowds" (ผมแปลมั่วๆ ว่าเป็น "พลังหมู่" แล้วกันครับ)
การที่เรามีคนจำนวนมากทั่วโลก ช่วยกันดู ช่วยกันตบแต่ง ช่วยกันแก้ไขข้อผิดพลาด ย่อมจะดีกว่าปล่อยให้สิ่งนั้นตกไปอยู่ในมือของคนฉลาดแค่ไม่กี่คน
open source หรือ software ที่มี GPL license ก็มาแนวคล้ายๆ กันครับ

Software ทุกตัวมีเจ้าของหมดครับ แต่อยู่ที่ว่าเจ้าของเขาจะใจกว้าง ปล่อยออกมาให้เราใช้แบบไหน
ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกคนหันมาใช้ Linux นับตั้งแต่วันนี้พรุ่งนี้เป็นต้นไปครับ
ถนัดอะไร ใช้อันนั้นไปก่อน แต่พยายามเปลี่ยนความเคยชินของเราหน่อย

จำได้ว่าก่อนผมจะมาเรียนสักปีสองปี เราเห่อกันเรื่อง LinuxTLE เรื่อง Pladao Office แล้วก็วูบหายไป
ผมเคยไปช่วยทางคณะฯ แนะเรื่องนี้อยู่บ้างนิดหน่อย แล้วก็วูบหายไปเหมือนกัน
เพราะหลายคนยังรู้สึกว่า Open Source เป็นเหมือนของเล่นเอามัน สำหรับ computer geeks มากกว่า
มาเห็นช่วงหลังเวลาใครจัดอบรมโปรแกรมอะไร เห็นมีแต่ software ที่สอนให้เราพึ่งตัวเองไม่ได้ทั้งนั้น

สมมติ นะครับ สมมติ
สมมติว่า ถ้าเราเริ่มใช้ OpenOffice ตั้งแต่วันนั้น ผ่านมาจนถึงวันนี้ ผมว่าหลายคนคงเชี่ยวชาญจนถึงชั้นเทพไปแล้ว

ที่ผมไม่เข้าใจคือนโยบายในการจัดซื้อ software ของมหาลัยฯ เป็นยังไง
เคยมีข่าวกระเส็นกระสายมานิดนึงหลายปีมาแล้ว เรื่องซื้อ software ที่จำเป็นบางตัว (เช่น Windows OS หรือ Office) แบบ volume license (ซื้อแบบยกลัง แล้วใช้กันไปเถอะครับ ทั้งมหาลัยฯ  คิดว่าน่าจะถูกกว่าต่างคนต่างซื้อ) หรือแม้แต่ข่าว(ลือ)เรื่องกระตุ้นให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาใช้ software ที่เป็น open source ก็เห็นเงียบหายไป ช่วงหลังเห็นว่าเราเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์กัน ผมก็เลยไม่รู้ว่าเป็นไง

เราเคยพูดกันตลกๆ ว่า "มะม่วงที่อร่อยที่สุด จะต้องเป็นมะม่วงลักเท่านั้น"
เรายังตลกได้ครับ เพราะมะม่วงที่โดนลัก ไม่ใช่มะม่วงที่ปลูกหน้าบ้านเรา
ลองเป็นต้นที่เราอุตส่าห์ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยง ฝ่าลมฝ่าฝน จนเหลือสองลูก แล้วตื่นมาตอนเช้าพบว่าโดนลักไปแล้วนี่ละครับ
จะว่ายังไงดี?

นานาทรรศนะครับ บางคนยักไหล่แล้วบอกว่า ช่างมัน ถือว่าแบ่งกันกิน แล้วอุทิศส่วนกุศลให้พี่โจร
แต่บางคนไ่ม่คิดอย่างนั้นครับ

เราอาจจะบอกว่าบริษัทผลิต software ยักษ์ใหญ่เหล่านั้นรวยพอแล้ว เราโกงเขานิดๆ หน่อยๆ ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอก
จริงๆ ไม่ใช่เรื่องเงินครับ
มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีคร้าบบบ พี่น้องคร้าบบบ ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ มันหายไปไหนหมด?

ผมไม่ได้โกรธเกลียด เคียดแค้น ชิงชัง หรือรักใคร่อะไรกับบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้น
ผมรู้แต่ว่าถ้ามีของถูกกฎหมายให้ใช้ ผมก็ใช้ แต่ถ้าไม่มี ผมก็หาทางออกอื่นที่ไม่ต้องไปขี้ฉ้อเขา
เรามี software ที่ใช้ทดแทนกันได้ เต็มไปหมดครับ
แต่เราปล่อยให้ความเคยชินมันเกาะกิน จนไม่คิดจะเปลี่ยนกัน แล้วอธิบายด้วยเหตุผลร้อยแปด

ไม่เชื่อลองไล่ชื่อ software ที่จำเป็นมาเป็นตัวๆ สิครับ เกินครึ่งที่ใช้ของฟรีแทนได้ทั้งนั้น
ลองเริ่มจากเครื่องคอมฯ ที่เราใช้งานกันดาดๆ ตามสำนักงานทั่วไปก่อนก็ได้ แล้วค่อยขยับไปสำหรับเครื่องที่ใช้งานซับซ้อนขึ้น
อาจจะมีบ้างที่เป็นงานเฉพาะทาง ที่ยังจำเป็นต้องซื้ออยู่

ที่มันตลก (ไม่ออก) ก็คือเวลาเราตั้งงบซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ในงบไม่เคยพูดถึงเรื่อง software
(อาจจะเป็นเมื่อก่อนนะครับ เพราะตอนนี้เห็นข่าวว่าเราเช่าเครื่องเป็นส่วนใหญ่)
เรายอมจ่ายสำหรับการอัด RAM เยอะๆ เอา hard disk หญ่ายๆ เอา video card แรงๆ เอาจอ LCD 20 นิ้ว เอา CPU รุ่นเดิ้นที่สุดในท้องตลาด เอา sound card ระดับเทพ ไม่เอาที่เป็น on board เพราะเราว่ามันกระจอก

เราให้เหตุผลด้วยความภาคภูมิใจว่าซื้อเผื่อไว้ก่อน
และเราก็ไม่สนใจเรื่องซื้อ software แม้แต่ตัวที่จำเป็น ราคาไม่กี่ตังค์เมื่อเทียบกับการลงทุนด้าน hardware

แต่ประทานโทษ ผ่านมาสามสี่ปี เครื่องนั้นไม่เคยได้ทำงานอะไรไปเกินกว่า พิมพ์ Word ใช้ Excel, Access บ้างนิดหน่อย  หรือเข้าไปดู xxx.kapook.com บ้างตอนพักเที่ยง แอบดูคลิปนิดหน่อย  ฟังเพลง  เตรียม PowerPoint  แต่งรูปกับ PhotoShop
แต่เราก็ยังบ่นกันว่า เครื่องเป็นอะไรนี่เธอ มันช้าาาาาา จัง

ก็เล่น load ทุกอย่างใน system tray กันขนาดนั้น ขืนไม่ช้าอีก ผมให้เหยียบคอเลยเอ้า

เครื่องที่เราเช่ามา ก็ขึ้นกับว่าร้านที่ให้เช่าใส่อะไรมา ผิดถูกกฎหมายหรือไม่ ผมไม่รู้ครับ
เป็นเรื่องของทางร้านที่ต้องจัดการเอง ถ้าโดนจับ คาดว่าความผิดคงไม่ติดตามพัวพันมาถึงมหาลัยฯ
ส่วนเราก็ทำหน้าตาตื่นนิดนึง เอียงคอตอบนิดนึง บอกว่าเราซื่อ เราไม่รู้ เราใช้ของโจร (แต่เราก็อยากได้คะแนนประเมินสูงๆ นะจ๊ะ ตัวเอง)


อ้าว เพ่ -- ไหนว่าจะเขียนแต่ fact ไง นี่มันเกือบจะ opinion ล้วนๆ เลยนะ

ปล. ตกลงว่าผมตอบ 'เม้นต์ไปหรือยังเนี่ย?

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): alternatives  open source software  oss  ทางเลือก
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 27 มีนาคม 2551 17:00 แก้ไข: 27 มีนาคม 2551 17:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
muffin [IP: 131.174.244.5]
27 มีนาคม 2551 19:49
#25811
  • มีช่วงนึง (นานมาละ) เมืองไทยตื่นตัวเรื่องลิขสิทธิ์ software เวลาจะอ้างอิงในงานวิจัยทีนึง (กรณีไม่มั่นใจ หรือรู้แน่ๆ ว่า software ที่ใช้อยู่มันของเถื่อนนะ) ก็ต้องหลีกเลี่ยงไปใช้ทำนองที่ว่า "การศึกษานี้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป" แทนที่จะเป็น "..โดยใช้ Microsoft Excel / SPSS 15.0 for windows...etc."... เอาตัวรอดไว้ก่อนเป็นยอดดี... แต่..หลังจากนั้นไม่นาน.. อาจารย์ผู้คุมสอบวิทยานิพนธ์ก็จะถามนิสิตว่า ทำไมเธอไม่บอกว่าเธอใช้โปรแกรมอะไรวิเคราะห์ข้อมูล (ฮาาา)
  • อ่านๆ blog นี้แล้ว อย่าเอาไปปนกับเรื่องราวของ CL (Compulsary Licensing) หรือ "การบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา" ที่กำลังเป็น talk of the town อยู่ในเมืองไทยขณะนี้นะคะ เนื่องจากสินค้าที่พูดถึงลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตร แตกต่างกันค่ะ "ยา" เป็นสินค้าคุณธรรม (merit goods) ดังนั้น ในบางครั้งบางคราว จึงต้องมีเรื่องของคุณธรรม มนุษยชน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ค่ะ ;)
  • หาก opinion อยู่บนพื้นฐานของ fact สิ่งที่เขียนมา ก็น่าอ่านยิ่งกว่าเอา fact หรือ opinion อย่างใดอย่างหนึ่งมาเขียนค่ะ ... confirm.. ;)

เรื่องนี้หลายๆ ฝ่ายต้องช่วยกันทั้งตัวเราเอง องค์กร และรัฐบาล

  • ตัวเรา ต้องเห็นความสำคัญของการใช้ของถูกกฎหมาย   ซึ่งจริงๆ หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
    ตัวเองใช้ของเถื่อนอยู่ เพราะ  เค้าให้อะไรมาเราก็ใช้อย่างนั้น
  • องค์กร  ผู้บริหารต้องกำหนดนโยบายลงมา หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเสนอแนวทางหรือ
    วิธีการที่เหมาะสมในองค์กร  ความคุ้มค่า เพราะมีหลายกระแสบอกว่า บางครั้งก็ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
  • รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเอาจริงเอาจังในการปราบปรามผู้กระทำความผิด
    กระทรวง ITC ต้องจริงจังกับเรื่องเหล่านี้มากกว่าเดิม เพราะจากสถิติพบว่า กว่า 85%
    ของคนในประเทศไทยใช้ของเถื่อนกัน
    ทำไมเป็นเช่นนี้ ของเถื่อนหาง่ายขนาดนี้เชียวหรือ

พูดไปก็เหมือนแก้ตัว ยกเหตุผลร้อยแปด  เอาเป็นว่า ถ้าหากทุกคนเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ก็ช่วยๆ กันชักชวนใช้ซอฟต์แวร์ของฟรีกันเถอะ เริ่มต้นจากตัวเราก่อน น่าจะดีที่สุด

แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เวลาของฟรีใช้งานไม่ได้ จะมีใครมาช่วยดู ช่วยแก้ให้เราหรือเปล่าน้อ

น้อง'หลา :) 

เกลอผม เขียนภาคต่อของ เอา(ให้)มัน(กันไปข้างหนึ่ง) ไว้ที่บันทึกโน้นนนน
เชิญติดตามครับ
หวั่นๆ ว่าดุดันแบบนี้ อาจจะโดนแบน (ฮา)

มาช่วยกันสร้างแรงกระเพื่อมพลัน ;-)

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.205.60.226
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ