นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1544
ความเห็น: 6

"ต่อกำลังใจ" (21): ถวายพระ และ เพื่อนมนุษย์

"ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์" เริ่มจากเรื่องของ "ตัวเอง" -- เรื่องของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น ถ้าเราทำตัวเราเองให้เป็นประโยชน์ คนอื่นก็จะได้รับประโยชน์ -- ง่ายๆ แบบนั้น

เมื่อเช้าวันเสาร์ ผมย่องไปใส่บาตรที่ลานพระรูปกับเขาด้วย เนื่องใน "วันถือประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง" 
ถวายของแห้งตามเขาแนะนำครับ เพราะถ้านักศึกษาและบุคลากรกระหน่ำถวายของสด พระท่านก็คงฉันไม่ทันในเวลาอันสั้น

แต่เสร็จงานนี้ผมเกรงว่าพระท่านคงต้องฉันมาม่า นม ปลากระป๋อง ไปอีกหลายเพล

พระส่วนใหญ่ มาจากวัดใกล้ๆ
ผมไม่แน่ใจครับ ว่าของแห้งที่เราถวายกันเวลามีงาน หรือโอกาสพิเศษนี่จะเหมาะหรือไม่เหมาะ
วัดนอกๆ น่าจะมีคนเป็นธุระเรื่องหุงหากับข้าวถวายพระ แต่วัดในเมือง ผมไม่แน่ใจครับ
และเราก็ดันถามพระท่านไม่ได้อีก ว่าพระท่านประสงค์จะให้ถวายอะไร เดี๋ยวจะกลายเป็นการ "ตักบาตร ถามพระ" ไป
เราก็คงต้องคิดเอาเองกระมังครับ ว่าแบบนั้นเหมาะ แบบนี้เหมาะ
ผมก็ไม่แน่ใจอีกครับ ว่าพระท่านจะแจ้งความประสงค์ได้หรือเปล่า ว่า "ขอแบบนั้น แบบนี้ ดีกว่ามั้ยโยม"

ไม่แน่นะครับ บางที อาจจะตอบโจทย์ในการถวายได้ชัดขึ้น

ญาติโยมก็ไม่ต้องเดา พระท่านก็ไม่ต้องอาบัติหรือผิดวินัย เพราะส่วนใหญ่เราจะพิจารณากันในเรื่องของความเหมาะสมอยู่แล้ว
อย่างกรณี "หลวงพี่ planking" หรือ "พระเวียนบิณฑบาตร" หรือล่าสุด "หลวงพ่อกังฟู" ที่ออกข่าวคุณสรยุทธเมื่อเที่ยงวันอาทิตย์
เราก็ดูกันที่ความเหมาะสม

ผมไปถีงลานพระรูปก็เกือบสายแล้วครับ นักศึกษานั่งกันอยู่เต็ม เลยต้องไปแทรกๆ แถวสองอยู่ท้ายๆ แถว
ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาปี 1 ครับ จะด้วยว่ายังใหม่ ยังอยากรู้อยากเห็น หรือ โดยเนื้อแท้ยังมีจิตใจงามคำนึงถึงประโยชน์เพื่อนมนุษย์อยู่
หรือมาเพราะถูกบังคับด้วยชั่วโมงกิจกรรม (ฮา) ก็ไม่ทราบได้

แต่ทุกๆ คนมีสีหน้าอิ่มเอิบครับ หลายคนเป็นเด็กปีหนึ่งที่ผมรู้จัก ยกมือสวัสดีมาแต่ไกล รับไหว้กันแทบไม่ทัน
รุ่นพี่ปีหลังๆ ไม่ค่อยเห็นครับ สงสัยทำประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์ครบแล้วตามชั่วโมงกิจกรรม (ฮา)

แซวเล่นนะครับ -- เรื่อง "ประโยชน์เพื่อนมนุษย์" เรื่อง "จิตอาสา" นี่ ไม่ต้องทำ "ออกอากาศ" ไม่ต้องทำให้เพื่อนเห็นก็ได้

วันก่อนประชุมกรรมการปรับปรุงหลักสูตร ผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่ง ยังแซววัตถุประสงค์สำคัญ คือ "จิตอาสา" ของวิชากิจกรรมเสริมหลักสูตรอยู่เลยว่า ถ้าจะเอาจิตอาสา แล้วไปบังคับให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนวิชานี้ทำไม (ฮา) -- ถ้า "บังคับให้เรียน" ก็ไม่ "อาสา" สิ

พวกเราก็ได้แต่หัวเราะกันแบบขมขื่น (ฮา)

คุณแมงปอ เป็นอีกคนหนึ่งที่อธิบายคำว่า "จิตอาสา" ได้ดีมาก และเห็นภาพ
ผมเคยไปฟังคุณแมงปอบรรยายให้นักศึกษา "ผู้บริหาร" สโมสรนักศึกษาของคณะฯ ฟังเมื่อหลายเดือนมาแล้ว
นักศึกษาฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง ผมไม่ทราบได้ แต่คุณแมงปอเป็นคนที่จับประเด็นได้ดีและอธิบายได้ดีมากคนหนึ่ง
ผมนั่งอ้าปากหวอ เพราะคิดตามไม่ทัน (เราชอบอ้างว่าเราคิดซับซ้อนเกินไป แต่จริงๆ แล้วเราไม่ทันได้คิด)
เรื่องจิตอาสา เรื่องประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ ของคุณแมงปอ เริ่มต้นง่ายๆ ตั้งแต่ ปิดไฟที่ไม่ใช้ สอดเก้าอี้(ของตัวเอง)ไว้ใต้โต๊ะเมื่อลุก เก็บจาน(ของตัวเอง)หลังกินข้าวเสร็จในโรงอาหาร หรือแม้แต่ใส่หมวกกันน็อค(ป้องกันหัวตัวเอง) ฯลฯ

"ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์" เริ่มจากเรื่องของ "ตัวเอง" -- เรื่องของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น
ถ้าเราทำตัวเราเองให้เป็นประโยชน์ คนอื่นก็จะได้รับประโยชน์ -- ง่ายๆ แบบนั้น

เด็กๆ หลายคน เวลาพูดถึงโครงการเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ แล้วมักจะฝันถึงโครงการใหญ่ เลิศ หรู เป็นเมกาโปรเจคต์ เป็นงานค่าย งานเพื่อมวลชน งานเพื่อคนยากไร้ เดินทางข้ามน้ำข้ามเขาสามลูกเจ็ดลูกไปโน่น

ผมไม่ปฏิเสธโครงการเหล่านั้นครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นการบั่นทอนกำลังใจ มีกำลังก็ทำไป เป็นกิจกรรมที่ดี น่าสนับสนุน แต่หลายๆ ครั้งเด็กๆ เขาลืมไปว่า บางอย่างไม่ต้องเริ่มจาก megaproject ก็ได้  เด็กๆ หลายคน เพื่อนชวนไปค่ายไหน ไปหมดทุกค่าย แต่ไม่เคยได้เข้าเรียน 

บางทีผมว่าเขาลืมเรื่องเล็กๆ ไป

ถ้าเด็กๆ คนไหนไม่ได้ไปทำประโยชน์โดยการตักบาตรเมื่อเช้าวันเสาร์ ไม่ต้องร้องห่มร้องไห้ครับ
เรายังสามารถทำตัวเราให้มีประโยชน์ได้อีกมากมายในแต่ละวัน

เพียงแต่มันนับชั่วโมงกิจกรรมไม่ได้เท่านั้นเอง เราก็เลยไม่ค่อยทำกัน ชิมิ?

หมวดหมู่บันทึก: กิจการนักศึกษา - การดูแลนักศึกษา
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 25 กันยายน 2554 18:33 แก้ไข: 25 กันยายน 2554 18:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 camera, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมเห็นด้วยนะครับว่า มีเรื่องเล็ก ๆ ที่ควรทำตั้งหลายเรื่องนะครับ

ผมเคยไปพูดให้หัวหน้างานฟังครับ เกี่ยวกับการพัฒนางาน ผมบอกให้เขาทำ miniproject ก่อน เป็นโปรเจ็คที่ทำ 2 สัปดาห์เสร็จ แต่เขาคิดไม่ออกครับ ทำท่าจะเป็นโปรเจ็คประจำปีไปทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เอาจริง ๆ ทำเพียงเดือนเดียวก็คงจะเสร็จครับ

ในฐานะที่ได้บวชเรียนมาเมื่อหลานเดือนที่แล้ว

จึงสรุปเรื่อง "ตักบาตร ถามพระ" ว่าไม่ต้องห่วงพระครับ

เพราะอาหารที่ญาติโยมตักบาตร คือสุดยอดอาหารน่าทาน (น่าฉัน) ทั้งสิ้น

เพราะคนมักตักบาตร ด้วยอาหารที่ตนเองชอบทาน

.

.

.

.

ทุกวันนี้เองก็ยังทำแบบเดิม คือตักบาตรพระด้วยอาหารที่เราชอบทาน

แต่พระเริ่มสายหน้า เพราะว่ามีแต่อาหารหวานๆ มันๆ เป้นเนื้อๆ ทั้งนั้น

พระหลายรูปจึงหันมาชอบทานน้ำพริกผักลวกแทน เพราะกลัวอ้วนครับ

การขอคำแนะนำจากพระเรื่องของใส่บาตรนั้น ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ เนื่องเพราะประเด็นที่ (เดาเอาว่า) พี่เสือเปิดไว้ เป็นเรื่องของความเหมาะสมของ "ของ" ที่จะใส่บาตร ในรายการที่ไม่ปกติธรรมดาเช่นนี้ ของที่ใส่บาตรควรเป็นอย่างไร

อะไรที่ "เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้อื่น" หาใช่เป็นไปเพื่อ "ประโยชน์ของตนเอง"  เป็นเรื่องที่ (พระ) ทำได้

ยกตัวอย่าง (เล่นๆ แบบจริงจัง - ไม่ใช่ปลาจิ้งจังนะครับ)

"โยม ตอนกลางวัน เด็กๆ ที่โรงเรียน ... ไม่มีนมกินกัน ที่มีก็บูดซะส่วนใหญ่ อาตมาอยากขอบิณฑบาตรนมจากโยม เพื่อนำนมไปให้เด็กๆที่โรงเรียน.."

เราก็แค่ "จัด(เต็ม)นม" เพื่อใส่บาตร

แต่ถ้า

"มาม่าผัดนี่กลิ่นหอมดีจังนะโยม อาตมาเดินผ่านร้านขายอาหารหน้าวัดทีไร เห็นเขาสั่งกันตรึม"

แบบนี้คงเข้าทำนองประโยชน์ส่วนตน เพื่อความอร่อยลิ้น

สำหรับผู้จัด (เจ้าภาพ) เองก็คงต้อง รู้ตนว่า การ "บอกบุญ" ใส่บาตรครั้งละมากๆ เช่นนี้ หากใส่อาหาร "สด" จำนวนมาก (หรือทั้งหมด) พระท่านก็ฉันไม่หมด เก็บไว้ก็ไม่ได้ จะพาลกลายเป็น "บอกบาป" ไปซะ

ผู้ใส่บาตรเอง หากคำนึงถึงแต่ "อาหารที่ตนชอบ" ไม่คำนึงถึง "พระ" ว่าท่านจะกินหวาน หินมัน กินเค็ม หรือเผ็ดหูลู่ไป เอาแต่ใส่ของ "ที่ชอบๆ" ไม่ช้า พระท่านก็อาจจะได้ไป "ที่ชอบ" ก่อนเวลาอันควร ผู้ใส่บาตรเองก็จะได้ไปในที่ "ไม่ชอบ" เช่นกัน

ก็ต้องถามล่ะครับว่า การบอกบุญ ให้คนมาทำบุญ โดยการใส่บาตรกันเยอะๆ เช่นนี้ ผู้จัดมีการจัดการอย่างไร (หลังจากใส่บาตรเสร็จ) หรือมีข้อตกลงร่วมกันกับพระท่านอย่างไร

เด็กก็คือเด็กล่ะครับ แต่ทำอย่างไรที่ "เรา" จะตะล่อม ชี้ให้เด็กๆ หันมาใส่ใจในสิ่ง "ใกล้ตัว" มากกว่าเรื่อง "ไกลตัว"

เล็กๆ ใช่ ใหญ่ๆ รอก่อน

เพราะนอกเหนือจากพ่อ-แม่ที่เป็นครู (๒) คนแรกของลูกแล้ว ก็ "ครู" ๆ ทั้งหลายนี่แหละครับที่ จะชี้ทางสว่างให้เด็กเห็น

"จิตอาสา" นี่คงต้องทำออกอากาศด้วยนะครับ ยิ่งลงข่าวหน้าหนึ่งด้วยล่ะเป็นดี ออกทีวีทุกช่อง เขาเรียกว่าอย่างนี้มีหลักฐานของ "จิตอาสา" ที่ชัดเจน

เอาไว้เป็นหลักฐานในการพินิจ ลดหย่อน...ได้ (บริจาคเยอะๆ เข้าไว้)

"จิตอาสา" นี่ก็คงเข้าทำนอง "ปิดทองหลัง" ถ้าไม่ออกอากาศ

แต่ที่แน่ๆ "จิตอาสา" ที่หลายๆ คน "อยากจะทำ" เป็นอย่างยิ่ง หรือแม้กระทั่ง "ทำโดยอัตโนมัติ" ก็คือการ "อยากรู้เรื่องเพื่อน"

"จิตอาสา" ทันทีทันใด้ลเยครับ

เราเอง

อยากรู้ว่า มีใครเคยใส่บาตรอาหารกล่องแช่แข็งที่ขายตามร้านสะดวกซื้อบ้างมั้ย เก็บได้นานเหมือนกัน ว่าแต่ในวัดมีไมโครเวฟรึเปล่าอีกเรื่องนึง แล้วสามารถใส่บาตรได้มั้ย

ในข้อบัญญัติและข้อห้ามของสงฆ์

ภิกษุไม่ควรฉันเนื้อ ๑๐ อย่าง

  • เนื้อมนุษย์
  • เนื้อช้าง
  • เนื้อม้า
  • เนื้อสุนัข
  • เนื้องู
  • เนื้อราชสีห์
  • เนื้อหมี
  • เนื้อเสือโคร่ง
  • เนื้อเสือดาว
  • เนื้อเสือเหลือง

ภิกษุต้องถือศีล (วินัยสงฆ์) ๒๒๗ ข้อ หากทำผิดถือว่าเป็นอาบัติ (แบ่งเป็นลำดับขั้นตั้งแต่ขั้นรุนแรงไปจนเบาสุด มี ๑๒ ขั้น - ปาราชิก --> อธิกรณสมถะ)

ในปาจิตตีย์ (ว่าด้วยอาบัติที่ไม่ต้องสละสิ่งของ อยู่ในลำดับที่ ๕ มี ๙๒ ข้อ ) มีข้อหนึ่งบัญญัติว่า

ห้ามฉันอาหารที่เก็บไว้ค้างคืน

เข้าใจว่า ในกรณีที่ไม่ได้ห้ามไว้ การใส่บาตร ผู้ใส่บาตรควรใช้วิจารณญาณ ดูความเหมาะสมในด้านต่างๆ

ถ้าพระท่านสละของใส่บาตรไปใช้/ ทำประโยชน์อย่างอื่น ก็ใส่ (ข้าวแช่เข็ง) ได้ถ้าเหมาะภาวะนั้นๆ

เราเอง 

ตอนนี้ทางภาคกลาง+เหนือ+อีสาน กำลังน้ำท่วม ญาติโยมไม่ได้ไปวัด ไปก็ลำบาก อาหารจะกินเองก็ยังไม่มี

พระทำกับข้าวฉันเองในวัดก็ถือว่าไม่ผิดครับ

บางทียังทำเผื่อออกมาให้ญาติโยมด้วย

ถือว่าวัดเป็นที่พึ่งของชาวพุทธทุกสิ่งอย่างจริงๆครับ ตั้งแต่ เกิด ถึง ตาย

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ