นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1436
ความเห็น: 5

"ต่อกำลังใจ" (13): หนึ่งในร้อย (1)

ถ้าเราสุ่มหยิบนักศึกษาคณะทรัพย์ (รุ่นที่เข้าสอบวัดภาษาอังกฤษ) เราจะมีโอกาสมากกว่า 99% ที่จะเจอนักศึกษาที่สอบภาษาอังกฤษ (ด้วยข้อสอบชุดนั้น) ไม่ผ่าน

เกือบสองเดือนมาแล้วครับ ผมได้ตัวเลข ผลการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา ปีการศึกษา 2553 ด้วยความเอื้อเฟื้อของ mandala ที่สรุปมาให้ด้วยความเป็นห่วงเป็นไยนักศึกษาคณะทรัพย์

ผมเดาเอาว่าผลการวัดผลนี้ไม่น่าจะเป็นความลับนะครับ
คำตอบที่ได้จะเป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักศึกษาในอนาคต

ตามคาดครับ นักศึกษาคณะทรัพย์ ได้คะแนนต่ำสุด
จาก 264 คนที่เข้าสอบ มีสอบผ่านเพียง 2 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ได้ 0.75%
พูดหยาบๆ ได้ว่า ทุกๆ  132 คนจะมีนักศึกษาคณะทรัพย์ สอบผ่านภาษาอังกฤษ 1 คน

หรือเราจะพูดอีกแบบได้ว่า ถ้าเราสุ่มหยิบนักศึกษาคณะทรัพย์ (รุ่นที่เข้าสอบวัดภาษาอังกฤษ) เราจะมีโอกาสมากกว่า 99% ที่จะเจอนักศึกษาที่สอบภาษาอังกฤษ (ด้วยข้อสอบชุดนั้น) ไม่ผ่าน

เด็กที่สอบผ่านนี่เป็น 1 ในร้อยจริงๆ ครับ

ผมยังเคยแซวกันเล่นๆ กับลูกศิษย์รุ่นน้องๆ ว่าเราควรจะควานหาเจ้าสองคนที่สอบผ่านนี้ให้เจอ แล้ว อาจจะ

  1. ปูนบำเหน็จให้รางวัลอย่างงาม หรือ
  2. เอามายิงทิ้งซะ เพื่อรักษาระดับ 100% clean sheet (ฮา)

มีการตอบสนองหลายแบบครับ หลังจากที่ผมเอาข่าวนี้ไป post ใน Facebook เมื่อสองเดือนก่อน
บ้างก็ว่าเด็กเราแย่จริง บ้างก็ว่าเด็กไม่รู้ว่ามีการสอบล่วงหน้า ก็เลยมาสอบบ้างไม่มาบ้าง
บ้างก็ว่าไม่รู้ว่าเขาจะเอาผลสอบไปทำอะไร ก็เลยกาข้อสอบส่งเดช
บ้างก็เลยเถิดไปถึงคุณภาพของข้อสอบวัดผลไปโน่น ฯลฯ
ที่ทำปากเบ้หน่อยๆ แบบดาราคาวบอย สีหน้าเคร่งเครียด แล้วคำรามเบาๆ ผ่านลอดไรฟัน ว่า "สอนกันยังไงให้เด็กสอบตก?" ก็มี (ฮา)

ในฐานะผู้สอน ผมยอมรับเด็กเรามีทักษะภาษาอังกฤษแย่จริงครับ -- ที่ดีก็มี แต่น้อย
ประเด็นของผมก็คือเราจะสร้างแรงจูงใจยังไงให้เด็กๆ ของเราชอบภาษาอังกฤษให้มากขึ้น

เด็กๆ หลายคนที่ผมดูแลอยู่เกลียดภาษาอังกฤษเข้าไส้ หลายคนอยู่ปีสามปีสี่ แต่ยังต้องมาตามเก็บ Eng I, Eng II กันอยู่
บางคนเวลามีปัญหากับเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรมาหาผมเพื่อถามว่าจะทำยังไงต่อ ผมให้อ่านหน้าจอที่เครื่องมันฟ้องมาให้ฟัง ก็อ่านได้กระท่อนกระแท่น ลุ้นกันแทบตายกว่าจะอ่านจบประโยค
บางคนให้แค่ให้ผสมคำแล้วให้ออกเสียงให้ถูกต้อง ก็กลายเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ
บางคนที่ผมเคยช่วยติวให้ก่อนสอบภาษาอังกฤษ บอกตรงๆ "หนูไม่เอา หนูไม่ชอบนิ"
และหลายๆ คนที่ผมสอนเคยถามว่าพอจะหา software ตัวไหนบ้างที่แปลภาษาอังกฤษเป็นไทยได้เจ๋งๆ เนียนๆ จะได้เอาไว้แปลเวลาอาจารย์ให้อ่าน paper ทางวิชาการ

ไม่ต้องแปลกใจครับว่าทำไมตอนเสนองาน paper ในชั้นเรียน มันถึงได้ฮาเป็นบ้าเป็นหลัง
เพราะหลายๆ คนก็ไม่รู้ว่า Google Translate มันแปลอะไรให้มา กูเกิ้ลให้มายังไง กูก็ส่งไปอย่างนั้น

มันเกิดอะไรขึ้น? เขาสอนภาษาอังกฤษกันอย่างไร เด็กไทยถึงเป็นแบบนี้?

เด็กปีหนึ่งของภาคฯ ปีนี้ แทบทุกคนต้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน (Preparatory Foundation English)
ตามความคิดส่วนตัวของผม -- เรียนไปเหอะ ไม่มีอะไรเสีย ดีอีกด้วยซ้ำ เป็นการทบทวนเตรียมตัว ปรับพื้นฐานให้พร้อมสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัย เพราะเด็กโรงเรียนควน โรงเรียนหลังเขา โรงเรียนนอกท่อง  เรียนภาษาอังกฤษมาแบบตามมีตามเกิด โรงเรียนบางโรง ครูสอนภาษาอังกฤษ กับครูสอนสังคม สอนวิทยาศาสตร์ เป็นคนเดียวกันด้วยซ้ำ

แต่ที่ผมสงสัยก็คือ ในสังคมมหาวิทยาลัยที่เรามี "วัตถุดิบ" แตกต่างและหลากหลายเช่นนี้
เราจะมีวิธีการรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ยังไง

Sections: การเรียนการสอน
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 03 September 2011 11:01 Modified: 03 September 2011 11:02 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, and 4 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
มิกกี้ (Recent Activities)
03 September 2011 13:43
#68255

เป็นงานท้าทายค่ะ....

ขอกลับไปก่ายหน้าผากตั้งหลักก่อนครับ

ง่ายๆก็เสนอว่าเป็นหน้าที่ของคณะศิลปศาสตร์ที่ต้องรับภาระนี้ไปก่อนก็ได้ครับ

เอาจริงเข้าก็ต้องเป็นหน้าที่ของสังคมละครับว่าจะให้เด็กรักในภาษาอังกฤษได้อย่างไร

ว่าก็ว่าเถอะครับผมก็เกลียดภาษาอังกฤษเหมือนกันตอนเรียนมัธยมปลายอาจารย์ที่สอนยังส่ายหน้าเลยครับ

Ico48
Our Shangri-La (Recent Activities)
03 September 2011 19:21
#68280

เรื่องราวที่ออกจะตลกแบบยิ้มไม่ออก หรืออาจจะจุกเสียด้วซ้ำ

"เด็กโรงเรียนควน โรงเรียนหลังเขา โรงเรียนนอกท่อง  เรียนภาษาอังกฤษมาแบบตามมีตามเกิด โรงเรียนบางโรง ครูสอนภาษาอังกฤษ กับครูสอนสังคม สอนวิทยาศาสตร์ เป็นคนเดียวกันด้วยซ้ำ" อันนี้เป็นเรื่องจริงที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเราจะเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการฯ มาไม่รู็กี่คนต่อกี่คนแล้ว ทั้งด๊อกและไม่ด๊อก

ผมเองก็เรียนภาษาอังกฤษมาจากโรงเรียนหลังเขา ที่ครู ๑ คนสอน "เกือบทุกวิชา"

ถ้าจะให้พูดก็ใบ้กินเป็นระยะ ถ้าจะให้อ่าน (ในใจ) ก็พอดำน้ำไปได้บ้าง แต่ไม่รู้จะโผล่ที่ไหนเหมือนกัน

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในบันทึกนี้ ผมว่าส่วนหนึ่งคงต้องโยงไปหาบันทึกนี้ อย่างแยกไม่ออก

ถ้าเราคิดเพียงฝั่งเดียวว่า "เรา" จะเตรียมรับมือกับเด็กๆ เหล่านี้ ไม่ใช่ซิครับ เราจะเตรียมรับมือกับผลิตผลของระบบนี้ยังไง เราก็คงจะทำซ้ำๆ ไม่รู้จบ

คงต้องมาทบทวนพันธกิจของ "เรา" กันครับว่า "เรา" กำลังดำเนินการตามพันธกิจของเราอย่างไรบ้าง พันธกิจของเราตอบโจทย์ "ปรัชญา" การศึกษาอย่างไรบ้าง

ผมไม่รู้หรอกว่า "ปรัชญา" ของการศึกษาคืออะไร

ระบบการศึกษาควรเป็นเรื่องของการแข่งขัน ที่เราเรียกว่า "การแข่งขันทางวิชาการ"?

ระบบการศึกษาเป็นเรื่องของการตอบโจทย์มหภาคเพียงสถานเดียวหรือไร

การศึกษาระดับอุดมศึกษาควรจะจัดการเรียนการสอนแข่งกับระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือไม่

หรือต่างฝ่ายทางไปกันคนละทาง สร้างดาวกันคนละดวง

"เรา" ได้ดำเนินการสิ่งที่ "เรา" ป่าวประกาศอย่างเสียงดังฟังชัดต่อสาธารณชนเสมอๆ หรือเปล่า

"ชี้นำสังคม"

"ถือประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง"

เราเอง

Ico48
mandala (Recent Activities)
04 September 2011 20:11
#68315

มันคงต้องช่วยกันทุกส่วน ทั้งตัวนักศึกษาเอง ทั้งอาจารย์ผู้สอน และมหาวิทยาลัย

และอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่ไม่ได้สอนวิชาภาษาอังกฤษ โดยการทำให้นักศึกษาคุ้นชินกับภาษาอังกฤษในรูปแบบอื่นๆ

การเรียนรู้ภาษาที่ 2 , 3 หรือ 4 ช่วยให้การเรียนรู้ของเรากว้างขวางขึ้น

โดยหลักการ ก็คงต้องช่วยกันทุกภาคส่วนครับ

ส่วนของตัวนักศึกษา ตอนนี้ก็ค่อนข้างชัดแล้วว่ามืดแปดด้าน เจ้าตัวเองก็ไม่ค่อยเอา หลายคนปฏิเสธตั้งแต่เริ่มต้น

ที่คณะฯ ที่ภาคฯ ก็ทำอยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็น slides ประกอบการสอน หรือ assignment เรามักจะแทรกๆ ภาษาอังกฤษไปด้วยตลอด แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่

จะให้อาจารย์ในภาคฯ มาติวภาษาอังกฤษให้นักศึกษา ก็พอได้อยู่ครับ

ทำได้ครับ แม้ไม่ใช่หน้าที่ของเราโดยตรงก็ตาม

แต่มีคำถามว่าเราต้องเอากันถึงขนาดนั้นหรือ?

ตอนนี้เลยต้องฝากความหวังไว้กับผู้เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างคณะศิลปศาสตร์ และมหาวิทยาลัยครับ

ว่าจะมีโครงการพัฒนาอะไรออกมาบ้าง และคงต้องคุยกันกับทางระดับคณะฯ เพือจัดการให้เหมาะสมกับ "วัตถุดิบ" แต่ละกลุ่ม

เรายอมรับครับ ว่าวัตถุดิบของเราไม่ดีมากนัก เมื่อเทียบกับคณะอื่น แต่เป็นวัตถุดิบทางการศึกษาที่อยู่ในวิสัยที่พัฒนาได้ ถ้าได้รับการกระตุ้นอย่างถูกวิธี

และจากผลการสอบวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว นอกเหนือจากการรายงานผล "เขย่าขวัญ" กันแล้ว ทางมหาวิทยาลัยมีแผนรับมือกับปัญหานี้ยังไงครับ? หรือว่าต้องให้ทางคณะฯ ด้นกันไปเอง?

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.95.131.208
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ