นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1362
ความเห็น: 2

อย่าเพิ่งเคืองครับ แต่บอกให้เขารู้ว่าเขาพลาดตรงไหน

วาริชซีฟู้ด มันมีเสน่ห์ของมันเองครับ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไปด้วยใจที่เปิดกว้างซักหน่อย
ผมไปร้าน "วาริชซีฟู้ด" ในงานเกษตรฯ เป็นรอบที่สามครับ เมื่อคืน
เย็นวันนี้ก็จะไปเป็นรอบที่สี่ และอาจจะมีรอบที่ห้าหรือหก ถ้ายังพอมีตังค์เหลือติดกระเป๋า

เกลอ ผมไปเกือบทุกวัน ถ้าฝนไม่ตก และผมยังไม่เคยเห็นปีไหนที่ เกลอ พลาดร้านซีฟู้ด

อาหารอร่อยรึ? ราคาถูกรึ? บรรยากาศดีรึ? บริการดีรึ?
ก็ไม่เชิงครับ แต่ไม่ถึงกับแย่ไปทั้งหมด -- วาริชซีฟู้ด มันมีเสน่ห์ของมันเองครับ
แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไปด้วยใจที่เกิดเปิดกว้างซักหน่อย
ถ้าคิดจะไปหาซีฟู้ดรสเลิศเลอ -- อย่าไปครับ หรือไปได้แต่ลดความคาดหวังลงหน่อยนึง จะได้มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย

แต่ถ้าคิดจะไปเพื่อช่วยกิจกรรมของนักศึกษา ก็ขอเชิญครับ

ที่จริงรสชาติอาหารในร้านซีฟู้ดปีนี้ ไม่เลวนะครับ ผมได้ยินเสียงชมมาหลายปาก
นักศึกษาเขาทำกันเองหมดครับ มือสมัครเล่นกันทั้งนั้น แต่เขาซ้อมกันมาหลายยก วันก่อนเปิดร้าน บรรดาคณาจารย์ทั้งหลายในภาคฯ ก็ได้บัตรเชิญไปกินฟรีกันทั่วหน้า แต่นักศึกษาเขามีข้อแม้ว่า มากินแล้วอย่ากินเปล่า ช่วย comment ด้วย ว่าต้องปรับปรุงตรงไหน

รสชาติในวันนั้น คนละเรื่องกันครับ กับที่กินกันในวันหลังๆ  สงสัยวันนั้นรับข้อวิจารณ์กันไปคนละหลายขีด วันหลังๆ เลยได้รับคำชม (เรื่องรสชาติ) มากกว่าเสียงด่า

แต่ในร้าน ยังมีข้อผิดพลาดครับ หลายคนอาจจะเจอด้วยตัวเอง
พนักงานเสิร์ฟหลายคนที่เป็นน้องๆ ปีหนึ่ง ยังเหวอๆ เอ๋อๆ อยุ่เลยครับ อาจจะหาโต๊ะไม่เจอ ส่งผิดโต๊ะ คิดเงินผิด ตอบคำถามอะไรก็ไม่ได้ ฯลฯ

เป็นเรื่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ป็นปกติครับ  เด็กๆ เหล่านี้ ไม่ได้เปิดร้านเป็นอาชีพ แต่เขามาด้วยใจรัก และเขากำลังฝึกทำกิจกรรมอยู่ครับ -- ฝึกทำงานเป็นทีม ฝึกวางแผน รวมทั้งฝึกจิตบริการ แต่ละปีก็จะมีรุ่นใหม่ผลัดเปลี่ยนไปทำหน้าที่แทนรุ่นพี่กันทุกปี ต่อให้สอนงานกันดียังไง ก็อาจจะมีข้อผิดพลาดได้ครับ

อย่าเพิ่งเคืองครับ อย่าเพิ่งเคือง แต่ช่วยบอกเขาไปครับ ว่าเขาควรปรับปรุงตรงไหน
เชื่อมั้ยครับ ว่าข้อผิดพลาดเหล่านั้น เด็กๆ เขาพูดถึงกันด้วยสายตามีความสุข แม้ว่าจะเรียนจบไปแล้วหลายปี  

เมื่อคืนผมยังถาม เกลอ อยู่เลย ว่าตรงแถวไหนที่โดนไฟดูด เมื่อตอนรับหน้าที่ฝ่ายไฟฟ้าของร้าน สิบกว่าปีก่อนโน้น  เพื่อนผมบางคนเคยเอาปลาที่ยังไม่ได้เผาไปเสิร์ฟ แกะออกมากลางโต๊ะทุกคนก็ฮือฮาในความสด หรือบางคนปล่อยให้ลูกค้านั่งกินข้าวเปล่ากับโค้กอยู่เป็นนานสองนาน กว่าของกินจะทยอยออกมา ลูกค้าขอกระดาษเช็ดปาก แต่ได้กระดาษเช็ดก้นก็ยังมี แต่ลูกค้าก็ดีใจหายครับ ไม่บ่นซักคำ

เรายังจำเรื่องเหล่านั้นได้ดีจนถึงตอนนี้ครับ

เด็กๆ เขามีเป้าหมายของเขานะครับ ในการทำร้านซีฟู้ด
เราไม่ปฏิเสธเรื่องเงิน เพราะทำร้านต้องมีกำไร เพื่อให้มีแรงจูงใจที่จะทำกิจกรรมต่อ แต่กำไรเป็นเครื่องหล่อลื่นเท่านั้นเองครับ เพราะจะว่าไปถ้าคิดต้นทุนกันทั้งหมด รวมค่าแรงแล้ว ร้านขาดทุนแหง็มๆ ครับ  มีร้านอาหารขนาดนี้ที่ไหนบ้างครับ ที่ใช้คนตั้งร้อยกว่าคน แต่ที่เห็นเด็กๆ วิ่งกันขวักไขว่ เขามาด้วยใจรักและมาสนุกกันมากกว่า แทบไม่มีใครสนใจค่าแรงกันด้วยซ้ำ

ว่าแล้ว เย็นนี้ไปกินซีฟู้ดกันมั้ยครับ?
แล้วอย่าลืมบอกเขาด้วยนะครับ ว่าเขาควรปรับปรุงตรงไหน

;-)
หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 21 สิงหาคม 2552 16:07 แก้ไข: 21 สิงหาคม 2552 21:29 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ผมไปกินข้าวโรงช้าง อย่างมากข้าวจานหนึ่งไม่เกิน ๓๐ บาท

ผมไปกินข้าวที่ร้านซีฟู๊ด กับข้าวอย่างเดียวไม่ต่ำกว่า ๓๐ ไปคนเดียว สั่งข้าวผัดสักจาน แกงซักอย่าง น้ำสักขวด ก็เหยียบ ๑๐๐ แล้วครับ

ไปกินกันหลายคน ถัวเฉลี่ยอย่างต่ำก็ ๑๐๐+ แต่ได้กินหลายอย่าง

รสชาติก็ ขึ้นๆ ลงๆ  บางปีก็ทน (กิน) ได้ บางปีก็ (ยังทน) กินได้

ซัก ๒-๓ ปีก่อนโน้น ตอนนั้นพี่เสือยังนอนเล่นอยู่แถวๆ เมืองเย่อซิคะ อยู่ ผมเลยต้องเดินดุ่มๆ ไปนั่งหลบมุมที่ร้านซีฟู๊ดคนเดียว สั่งปลาเผา ก็ได้ปลาสดๆ จนต้องแซวเด็กเสิร์ฟว่า ปลามันยังดิ้นอยู่เลย มาช่วยกันจับหน่อย

เมื่อสิบกว่าปีก่อนโน้น เราสนุกกันมากกับการทำร้านซีฟู๊ด ทั้งๆ ที่เหนื่อยแสนเหนื่อย ไหนต้องเตรียมของตั้งแต่เช้ามืด ยัน๖ โมงเย็น กว่าจะปิดร้านก็เที่ยงคืน เก็บข้าวเก็บของ กว่าจะได้นอน ไหนต้องรีบตื่นไปซื้อของที่ตลาดตอนตีสี่ตีห้า

เป็นเช่นนี้ติดต่อกันหลายคืน แต่พวกเราก็ยังสนุกกัน บางทีนั่งเตียมของไปหลับไป หลับขาเขียง คาหม้อกันเลยทีเดียว

ผมเรียนจบไป ๒-๓ ปี ด้วยความที่ผมสนิทสนมกับน้องๆ ผมก็ไม่วายไปเป็นเด็กเสิร์ฟกับน้องๆ ปี ๑

ร้านซีฟู๊ดหรืออื่นๆ มันมีเสน่ห์ของมันจริงๆ ครับ

ตอนนั้นวันแรก ๖ โมงเย็นแล้ว ลูกค้าเข้ามาในร้านแล้ว ไฟยังไม่สว่าง ผมก็กำลังรีบจับโน่นต่อนี่อยู่ 

เจ้าเพื่อนที่อยู่ในครัว ด้วยความหวังดีกลัวว่าลูกค้าจะนั่งมืด ก็เลย จ่ายไฟมาซะ เสียบปลั๊กจึ๊กเข้าให้

โชคดีครับ  รอดมาได้

เด็กๆ เขาได้เรียนรู้ ได้มีประสบการณ์

มันเป็นเรื่องของความอิ่ม อร่อยของใจ มากกว่าครับ

ถือว่าเอ็นดูเด็กตาดำๆ เถอะครับ

เราเอง

  • ตอนสมัยเรียนที่ ม.อ.  ด้วยความที่เป็นนักศึกษา แล้วไม่ค่อยมีกะตังค์  ดังนั้น เวลาถึงงานเกษตรฯ ทีรัย ก็เลยไม่มีโอกาสได้ใช้บริการค่ะ  ถึงแม้สมัยโน้น  จะไปเฝ้า เอ้ย  ไปดูแฟน (สามีคนปัจจุบัน)  เต้นเป็นหางเครื่องวงดนตรีทรัพย์จาง ทุกคืนก็ตามที
  • จนมีโอกาสได้กลับมาทำงานที่ ม.อ.ซึ่งก็กว่า สิบปีแล้ว  ก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้บริการอีกตามเคย  เนื่องจากช่วงที่มีโอกาสไปได้ จะเป็นช่วงที่ผู้คนมาเที่ยวงานกันขวักไขว่ โต๊ะนั่งก็ต้องรอคิว ยาว มาก  ทำได้อย่างดีคือ  เดินดมอาหารให้น้ำย่อยทำงาน แค่นั้นค่ะ 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.95.131.208
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ