นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1613
ความเห็น: 4

โดนล่อ

ผมไม่ได้มองปัญหาเรื่องเทคนิคหรือการใช้งาน share นะครับ แต่หลักๆ อยู่ที่ "เนื้อหา"

 

ผมกำลังขับรถออกมาจากสนามบินนครฯ ครับ ตอนที่มีสายรายงานมาว่า โดนพาดพิง (ฮา)  นี่ดีนะครับที่เป็นป๋า ถ้าเป็นคนอื่น อาจมีเคือง (ฮา)

เมื่อวาน ไปทำหน้าที่พนักงานขับรถครับ ส่งสองตายายไปเที่ยวบางกอก
ลางานหนึ่งวัน ออกมาจากหาดใหญ่ตอนเช้า ขับกลับบ้านที่นครฯ  ส่งขึ้นเรือบินแล้ว ก็ขับกลับหาดใหญ่อีกทีตอนเย็น ตอนแรกกะว่าจะลองใช้ช่องตามแฟชั่น  แสร้งว่าป่วย แล้วให้เหตุผลว่า "เกรงว่าจะเป็นหวัดยอดนิยม ขอลานอนอยู่บ้านโดยไม่ถือเป็นวันลา" แต่รู้สึกละอาย (ผมหน้าบางในบางเรื่องครับ ;-)  เลยลาพักผ่อนมันไปซะเลย

ตอนกรอกใบลา ยังเคืองๆ แบบฟอร์มที่ต้องกรอกผ่านทาง DSS อยู่หน่อยๆ อีตรงที่ต้องบอกเหตุผลว่าลาพักผ่อนเนื่องจากอะไร ผมเข้าใจเจตนาดีของคนร่างแบบฟอร์มครับ แต่ผมนึกไม่ออกว่าผมควรจะเขียนอะไรไปในช่องนี้ ผมเลยเขียนไปว่า อยากพักผ่อน สงสัยว่าหัวหน้าภาคฯ คงค้อนอยู่หน่อยๆ เหมือนกันเวลาอนุมัติ ทำนองว่าผมกวน teen หรืออะไรประมาณนั้น แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับในเรื่องนี้  เวลาต้องลากิจส่วนตัวก็เหมือนกัน  ชื่อมันก็บอกครับ ว่ากิจ "ส่วนตัว" ถ้าผมต้องมาแจงละเอียดยิบขนาดนี้ แล้วความเป็นส่วนตัวของผมจะเหลืออยู่ตรงไหน

ตอนออกไปเมื่อวาน เติมน้ำมันไว้พันนึงตอนขาไป  กลับมาถึงเหลือติดก้นถังอยู่นิดหน่อย
แม่แอบบ่นว่าไม่เห็นจะต้องเปลืองตังค์ขนาดนั้น ไปสนามบินกันเองได้
ผมแอบบอกยิ้มๆ เหมือนกัน ว่าผมไม่ได้มีเงินเยอะหรอก แต่ผมแค่อยากไปส่งเท่านั้นเอง

ขากลับ มาไม่ทันซื้อของกินในตลาดเกษตรสัญจรครับ วายไปแล้วเรียบร้อย แต่ก็ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะผมเหมามังคุดโลละห้าบาทมาหลายกิโล เห็นขายอยู่แถวสามแยกสวนผัก เลยร่อนพิบูลย์มาหน่อยเดียว  กะว่าดึกๆ ถ้าหิวนักก็กินแมงโก้ซ่งตีง (mangosteen) นี่แหละ ต่างข้าว (ฮา)

หลังๆ ผมไม่ค่อยสะสมของกินในตู้เย็นเท่าไหร่แล้วครับ เพราะถ้ามีขนมอยู่ในตู้ผมก็คุ้ยๆ มากินอีกจนได้ ตอนนี้เหลือแค่สะสมผลไม้ กับที่ให้พอมั่นใจได้ว่าผมไม่อดยามซดกาแฟตอนเช้าๆ ก็พอแล้ว  

ปีนี้ผลไม้ถูกครับ ถูกจนผมนึกไม่ออกว่าชาวสวนจะได้อะไรบ้าง หิ้วมาที่ทำงานถุงนึงเมื่อเช้า กินกันได้ทั้งภาคฯ ผมจ่ายไปในราคาที่ถูกกว่าข้าวกลางวันที่ผมกินคนเดียวซะอีก ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรเป็นอะไรที่หลายๆ คนไม่เข้าใจมาตลอด ผมเองก็นึกไม่ออกครับ ว่าเราจะแก้ปัญหาพวกนี้ได้ยังไง  เราเคยคิดกันเล่นๆ ในกลุ่มอาจารย์เด็กๆ (ในวัยหนึ่งของชีวิต) ว่างานเกษตรฯ ของเราน่าจะเปิด section ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาวางขายแบบเทกระหน่ำ dump ราคากันเห็นๆ เอารถกระบะมาวางจอดเรียงกัน แล้วเทขายกันตรงนั้น ใครใคร่ค้า ค้า ใครใคร่ซื้อ ซื้อ วาดฝันว่าเป็น win-win กันทั้งผู้บริโภค (โดยเฉพาะผู้บริโภคขี้เกียจ ไม่ค่อยอยากออกไปไหน ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยอย่างเราๆ) และเกษตรกร เราก็ได้หน้าในเรื่องช่วยเหลือเกษตรกรไปด้วย

แต่เอาเข้าจริงๆ คนที่จะมาขายกลับไม่ได้เป็นเกษตรกรตัวจริงครับ เป็นพ่อค้าแม่ค้า (ซึ่งก็น่าจะได้รับการช่วยเหลือ (ในระดับหนึ่ง)) เราก็ได้ช่วยคนครับ แต่อาจจะผิดกลุ่มเป้าหมายแต่เดิมไปหน่อย คงต้องรอให้เราสามารถผลิต test kit สำหรับพิสูจน์ DNA ว่าคนนี้มี DNA เกษตรกร อนุญาตให้ขายได้ คนนี้มี DNA แม่ค้า อยู่ในข่ายต้องพิจารณา -- ศูนย์เครื่องมือฯ สนใจมั้ยครับ? ;-)

ตอนอยู่ที่สนามบินนครฯ เห็นหลังอาจารย์สุธีระ อยู่ไกลๆ
อาจารย์ท่านไม่ได้รู้จักผมหรอกครับ แต่พวกเราหลายๆ คนรู้จักอาจารย์ผ่านทางอีเมล์ "สนุกกับงานวิจัย" ในหลายปีก่อนโน้น

ผมว่าอีเมล์ของอาจารย์ถือเป็น KM นะครับ (แม้ว่าการโต้ตอบ (interaction) จะทำได้จำกัด) เนื่องจากลักษณะของการสื่อสารผ่านทางอีเมล์ดันกลายเป็นข้อจำกัดในตัวมันเอง แต่บทความของอาจารย์ยุคนั้น เป็น storytelling ชั้นยอด ที่อ่านแล้วคันมือคันไม้ อยากทำวิจัยขึ้นมาทันที

ผมสารภาพครับ ว่าแรงบันดาลใจในการเขียนของผมมาจากอีเมล์ของอาจารย์สุธีระในหลายปีก่อนหน้านี้

ที่จริง ก่อนที่จะโดนป๋ายั่วให้ออกมาเขียนนี่ ผมก็จดๆ ไว้หลายเรื่องที่กะว่าจะเอามาเขียนบน share แต่รู้สึกว่าเนื้อหามันค้างๆ คาๆ ไม่ทะลุทะลวง เลยยั้งๆ เอาไว้ก่อน อย่างเรื่องเมื่อวันก่อนที่เราประชุมภาคฯ มาราธอนกัน เป็นอะไรที่เหนื่อย แต่สนุก ผมไม่เจออะไรแบบนี้นานแล้วครับ เราพยายามค้นหา "identity" ของวาริชฯ กัน เพื่อประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน และจะเชื่อมโยงกับกำลังคนในอนาคต คำตอบยังไม่ถึงกับแจ่มแจ้งครับ แต่เป็นฐานเริ่มต้นที่ดี เอาไว้จะทยอยเล่ามาเรื่อยๆ ครับ

ก่อนที่ป๋าจะออกมากระทุ้งนี่ ผมก็เคยถามๆ พร้อมทั้งจีบๆ หลายท่านในคณะเหมือนกัน ให้มาเขียน share  หลายคนมีเรื่องราวอยู่เต็มหัวเต็มพุงเลยครับ แต่ติดขัดเรื่องเวลาที่จะนั่งร้อยเรียง อีกหลายคนไม่รู้จะเขียนอะไร และอีกหลายคนถามว่า เขียนแล้วจะยังไงต่อ?

ที่เจอ ทุกคนจะตอบคล้ายๆ กันแบบนี้  

ผมไม่ได้มองปัญหาเรื่องเทคนิคหรือการใช้งาน share นะครับ เรื่องนี้ นักเลงแถวบ้านบอกว่าเป็น "เรื่องขี้ๆ" ครับ แต่หลักๆ อยู่ที่เนื้อหา ถ้าเขียนแต่เรื่องงานทื่อๆ ดื้อๆ ก็ไม่มีคนอ่าน พอไม่มีคนอ่านก็อย่าหวังครับว่าจะได้รับการต่อยอด หรือถ้าเขียนเรื่องบ้าๆ บอๆ แบบผมก็พอหาคนหลวมตัวมาอ่านได้ แต่แทบขอดหาสาระอันใดมิเจอ ถ้าจะบังคับให้เขียนทำยอดก็พอได้อยู่ครับ แต่เราคงต้องมาทบทวนภาพอนาคตกันอีกที ว่าต้องการอะไร

การสร้างแรงจูงใจเป็นสิ่งสำคัญครับ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสองปี ทำให้เราเรียนรู้ว่าวิธีการสร้างแรงจูงใจหรือเสริมแรง หรือการให้รางวัลแบบเดิมๆ จะได้ผลเฉพาะระยะแรกเท่านั้น มันวูบมาแล้วมันก็จะวูบไป

วันก่อนที่คณะฯ เสนอ SAR ประจำปีกัน มีการพูดถึงว่าเราจะสกัดเอาความรู้จากอาจารย์อาวุโสหลายๆ ท่านที่เข้าคิวเกษียณกันเร็วๆ นี้ยังไงดี จะเรียกว่าสกัดก็ไม่ถูกนักครับ เพราะดูบีบคั้นเหลือเกิน เราคิดว่าจะใช้ share เป็นช่องทางหนึ่งในการ "เล่าให้น้องๆ รุ่นหลังได้อ่าน" ก็น่าจะพอได้ ขั้นทำจริงจะเป็นยังไงนั้นก็คงต้องมานั่งดูกัน หรืออย่างวันก่อนอีกนั่นแหละ ผมมีวาสนาได้นั่งกินข้าวกลางวันกับรองคณบดีท่านหนึ่ง ไปประชุมงานเดียวกันครับ ผมก็คุยเรื่อยเปื่อย กินไปคุยไป (แต่หนักไปทางกินมากกว่าคุย เพราะเป็นของฟรีต้องรีบกินครับ) ผมรู้สึกว่างานที่รองคณบดีท่านนี้รับผิดชอบอยู่น่าสนใจมาก ตัวผมเองไม่มีน้ำยาพอที่จะทำงานลักษณะนี้ได้แน่ๆ ครับ แต่ผมก็อยากรู้ว่าอาจารย์ท่านนั้นทำยังไงถึงสามารถรับมือกับงานเหล่านี้ได้ ผมเลยเริ่มต้นจีบ (ให้มาเขียน share) ผมเห็นแววตาอยากเล่าในดวงตาคู่นั้นของอาจารย์ครับ (เน่าไปนิ๊ดดด แต่พอทนได้ครับ ;-) แต่สุดท้าย เรามาเจอข้อจำกัดเรื่องเวลา

ในเบื้องต้น ผมแทบไม่เจอคนที่ไม่เห็นประโยชน์ของ share แต่ขั้นตอนในการปฏิบัตินั่นแหละครับ ที่ "มันเป็นงึกๆ งักๆ มันเป็นกะอึ่กกะอั่ก" อยู่

สงสัยต้อง "ถอน" ครับ ;-)
ไม่งั้นจะวังเวงกว่านี้

Sections: Miscellaneous
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 30 July 2009 13:59 Modified: 30 July 2009 13:59 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

คาดไว้ไม่ผิดเลย..

ทำงานหนักแหงๆ..

อาจารย์คณะทรัพย์อายุมากกว่า 50 เยอะนะครับ เร่งๆให้ท่านแชร์เก็บไว้เถอะครับ

ของเก่านะ"ลายคราม"ครับ

55555 ยอตัวเองซะหน่อย

Ico48
Monly (Recent Activities)
30 July 2009 16:45
#46811
  • บางส่วนมองว่า อุปสรรคอันใหญ่หลวง คือเวลา ที่เป็นปัญหารองลงมาคือ การใช้งานไม่เป็น    แต่หากได้ยินคำว่า "ไม่ลองทำ ก็ไม่รู้  หากคิดจะทดลองทำ เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินความสามารถ" 
  • เป็นเรื่องจริง บันทึกที่เป็นเรื่องงาน งาน งาน  จะไม่ค่อยมีใครมาอ่าน  แต่หากเป็นเรื่องที่สบาย สบาย  โอ้ วันเดียวมีผู้เข้ามาอ่านเยอะแยะ 
  • กรณีบันทึก สวนหย่อม ของพี่มอนลี่  สถิติมีผู้เข้ามาอ่านเฉลี่ยวันละประมาณ 200 ครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ  แต่ก็เข้าใจว่า เป็นเรื่องแบบสบาย ๆ  ไม่เครียด อ่านแล้ว สามารถนำไปจัดตกแต่งได้  สำหรับบันทึกเรื่องสวนหย่อมนี้ จะเป็นลักษณะการให้มากกว่า การนำความรู้มาต่อยอดให้ 

              http://share.psu.ac.th/blog/tukta-4386/7503

               http://share.psu.ac.th/blog/tukta-4386/9742

 

 

Ico48
mandala (Recent Activities)
31 July 2009 13:37
#46840

เล่าเรื่องสนุกดี
เห็นภาพ "ลูกดีเด่น" กับ "คุณชายขี้บ่น" ชัดเจน

กิ๊บเก๋กับความคิด ให้เกษตรกรตัวจริงเสียงจริงมาขายของที่ตลาดเกษตร
ดูความน่าจะเป็นแล้ว มีโอกาสทำได้ค่อนข้างมาก เพียงแต่คณะทรัพย์ฯ ต้องมีข้อมูลของเกษตรกรชาวสวน แล้วไปติดต่อให้มาขายของโดยตรง
ส่วนพื้นที่เราก็จัดสรรให้ส่วนนึง เพราะทราบว่า คณะเป็นคนจัดพื้นที่ก็แบ่งล๊อคให้เช่าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

ถ้ามีจริง น่าว่าคึกคัก เข้ากับชื่องาน "เกษตรภาคใต้" อย่างแท้จริง

ปล. ไม่เคยเขียนเหตุผลของการลาพักผ่อนเลย มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ชอบความคิดเปิดให้เกษตรกรมาเปิดกระบะขายสินค้าของตัวเองมาก ๆ

งานนี้หากอยากทำจริง ๆ ผมคิดว่าพอจะให้เพื่อน ๆ ที่อยู่ในสายปกครองช่วยได้มั้งครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.176.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ