นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1719
ความเห็น: 10

AER: After Eating Review อดข้าวดอกนะเจ้า ...

การมีชีวิตอยู่ในประเทศไทยเพื่อการกิน ถือเป็นความสุขยิ่งในโลก

Review อันนี้ เป็นคนละเรื่องกับ AAR (After Action Review) ของชาว KM นะครับ  แต่บังเอิญว่า action ของผมมันกลายเป็นเรื่อง (enjoy) eating ก็เลยต้องเขียนถึงประสบการณ์หลังการกินซะหน่อย

ผมได้ข้อสรุปอยู่หลายข้อ จากการตระเวนกินอย่างหนักหน่วงในช่วงเดือนที่ผ่านมา  ทั้งจากที่คนโน้นคนนี้พาไปเลี้ยง ไปเลี้ยงคนโน้นคนนั้น และเลี้ยงตัวเองด้วยความอยากส่วนตัว

ที่ชัดๆ ก็คือ

1. ผมน้ำหนักตัวพุ่งขึ้นอย่างน่าใจหาย หลังจากที่ตอนมาใหม่ๆ ร้อน เหงื่อแตกเป็นบ้าเป็นหลัง กินอะไรไม่ค่อยได้ กินได้แค่ทีละคำ แต่พอเริ่มเข้าที่เข้าทาง ภาษาฟุตบอลบอกว่า ผมเริ่มกลับมา "ท้อปฟอร์ม" อีกครั้ง แถมคราวนี้ท่าทางจะกู่ไม่กลับ

แต่ด้วยความที่ไม่อยากซื้อกางเกงใส่ทำงานใหม่อีกยกล็อต สงสัยต้องหักห้ามใจ
คราวหน้าไม่ต้องชวนผมไปกินแล้วนะครับ ;-)

2. ผมขอยืนยันในฐานะชายไทยคนหนึ่งที่รักการกิน เพราะการกินเป็นศิลปะและความจำเป็นของการดำรงชีวิต การมีชีวิตอยู่ในประเทศไทยเพื่อการกิน ถือเป็นความสุขยิ่งในโลก

3. ผมมีความมุ่งมั่นก่อนกลับมาว่า หนึ่ง ผมจะตั้งครัวเองที่บ้าน ผัดๆ ต้มๆ ไปตามเรื่อง ด้วยเหตุผลเรื่องความประหยัด และได้กินอาหารดี จะได้มีสุขภาพแข็งแรง บลา บลา บลา ฯลฯ และ สอง ผมจะซื้อจักรยาน

หลังจากเดินเหงื่อหยด เสื้อแสงเปียกอยู่สองสามวัน ผมตัดไอเดียเรื่องจักรยานทิ้ง เพราะท่าทางจะร้อนกว่าเก่า ส่วนเรื่องทำกับข้าว ผมได้คำตอบว่า outsource เอา น่าจะดีกว่า (ฮา) เพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ซื้อหม้อหุงข้าวซักที

4. ผมค่อยๆ เรียนรู้ว่า ของกินในบ้านเราราคาแพงขึ้น
เงิน 10 บาท แทบจะซื้ออะไรกินเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้  วันก่อน ผมเหลือเหรียญสิบบาทติดกระเป๋าอยู่อันนึง เลยนึกสนุก ชวนที่พี่ทำงานเดินหาของกินในตลาดเกษตรฯ เพื่อจะดูว่า 10 บาท ซื้ออะไรเป็นอาหารเช้าได้บ้าง ผลก็คือ ได้ข้าวเหนียวห่อกล้วย มามัดนึง สองห่อ ไว้กินกับกาแฟตอนเช้า สบายพุงไป  แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้

5. ระดับการกินที่เหมาะสม เริ่มต้นที่ 20 บาท ครับ
เงินสิบห้าบาท อาจจะซื้อข้าวยำได้หนึ่งห่อ แต่ผมค้นพบทีหลังว่า ระดับโปรตีนในข้าวยำห่อละ 15 บาทนั้น อาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนาสมอง  เพราะสุดท้าย ผมก็ต้องสั่งไข่ต้มอีกฟอง ทำให้ชีวิตการกินข้าวยำของผมจบลงที่เงิน 20 บาท หรือถ้าผมทุ่มเงินเพิ่มอีกสิบบาท ก็จะได้ลูกชิ้นเดือดจากตลาดเกษตรมาอีกสองไม้

6. ตัวเลขสามสิบ (หมายถึงเงินครับ -- อายุน่ะเกินมาพักใหญ่แล้ว) เป็น minimal requirement หรือความจำเป็นพื้นฐานในหนึ่งมื้อ ข้อมูลเดิมที่ผมเคยทราบมาจากการสัมภาษณ์นักศึกษาขอรับทุนฯ เมื่อห้าปีมาแล้ว ว่าเขาอยู่ได้ด้วยเงิน 50 บาท ต่อวัน หรือเดือนละ 2000 บาท กลายเป็นเรื่องฝันลมๆ แล้งๆ และนั่นหมายรวมถึงว่าเขาต้องอยู่แบบกระดิกกระเดี้ยอะไรไม่ได้เลย

7. ตัวเลขสามสิบที่ผมกินข้าวเมื่อตอนเที่ยงวันนี้ ซื้อกาแฟยี่ห้อดัง (ไอ้ ตาๆ บั๊กๆ อะไรนั่นแหละ) ได้ไม่ถึงครึ่งแก้ว หรือซื้อกาแฟดอยอะไรสักดอยนึง เลือกอย่างถูกที่สุดแล้ว ก็ยังได้ไม่เต็มแก้วดี  วันที่มาถึงสนามบินวันแรก น้องชายให้ไปรอหน้าร้านตาๆ บั๊กๆ อะไรนั่น ผมมีเงินไทยเหลือติดกระเป๋าอยู่ 50 บาท แล้วคิดเหรอครับ ว่า "ร้านดัง" ที่ว่านั่นจะได้กินเงินผม (ฮา)

8. ผมไม่เข้าใจ ในข้อ 7. ในฐานะที่เราเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟ ทำไมกาแฟแก้วนึงมันถึงแพงนัก

9. อาหารเพื่อสุขภาพ มักจะแพงกว่าอาหารปกติ ถ้าผมจะลดความอ้วนโดยกินแต่ผลไม้ ปริมาณผลไม้ที่จะทำให้ท้องของผมไม่โหวงๆ ตอนดึกๆ อยู่ที่ 40 บาท (เป็นอย่างน้อย) กลายเป็นว่า ถ้าผมอยากผอม ผมต้องจ่ายเงินมากกว่ากินข้าวตามปกติ (ฮ่วย!)

คิดดังนั้นแล้ว กลับไปกินข้าวเหมือนเดิมดีกว่า (ฮา)

10. ว่าแต่ว่า เย็นนี้ไปตลาดเกษตรฯ กันมั้ยครับ ;-)

ผมเอง

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 มิถุนายน 2552 13:16 แก้ไข: 19 มิถุนายน 2552 13:16 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มาแย๊ว........

บันทึกที่รอคอย..........

ด้วยสำนวน..ที่น่าอ่าน...ชมัด

งั้นวันนี้เจอกันที่ตลาดเกษตรนะ คริ คริ

ทำกับข้าวกินเองจริงๆ คุ้มกว่าเยอะ  แม้ว่าจะคนเดียวก็เถอะ
หมูขีดนึง 15 บาท เอามาผัดข้าวผัดได้ตั้ง 3 ครั้ง ตกครั้งละ 5 บาทเอง  (ใส่มากไม่ดีอ้วนนะตัวเอง)
ได้กินของที่เราชอบ แถมรสชาดถูกปากเราด้วย คุ้มจะตาย

ว่าแล้วไปซื้อของที่ตลาดเกษตร ให้พ่อทำกับข้าวดีกว่า ... วันนี้ขอแกงจืดหมูสับนะคะ

น้องหลา :)

 

พบกันที่ตลาดเกษตร..ไป

เข้ามาอีกรอบ เพื่อตอบปัญหาคาใจพี่เสือคับ

ผมไม่เข้าใจ ในข้อ 7. ในฐานะที่เราเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟ ทำไมกาแฟแก้วนึงมันถึงแพงนัก

 

คำตอบ ที่ไม่รู้จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหนนะค้าบ

 จากคำถามที่ว่า ในฐานะที่เราเป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟ ทำไมกาแฟแก้วนึงมันถึงแพงนัก ก็เพียงเพราะ บรรดากาแฟร้านดังทั้งหลาย ใช้เครื่องดและชงกาแฟ ที่มีราคาสูง อย่างต่ำๆก็หลักแสนมาใช้ในการทำ

ถ้าเพียงแค่เม็ดกาแฟที่ผลิตในไทยนั้น ราคาอยู่ที่ประมาณ กิโลกรัมละ 200 บาท และใช้ทำต่อแก้ว เพียงแค่ 40 กรัม กิโลนึงทำได้ตั้ง 25 แก้ว ตกแล้ว แก้วนึงต้นทุนเฉพาะตัวกาแฟแค่ 8 บาท แต่ต้นทุนไอ้เครื่องที่ทำอะค่ะราคาอย่างต่ำๆ ก็แสนต้นๆ ไม่รวมต้นทุนอื่นๆนะค้าบเนี่ย จึงจำเป็นต้องขายแพง


ดังนั้นร้านที่บดกะมือ แล้วมาชงกะถุงแกแฟแบบบ้านเราจึงไม่แพงค้าบ

ไม่รู้จะได้สาระบ้างมั้ย แต่น่าจะไขข้อข้องใจพี่เสือได้บ้างนะค้าบ

 

:-) น้องยาม

 

 ชอบกินกาแฟ ทั้งแพงทั้งถูก

กาแฟแพง  อาจเพราะ

ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบเพียงรสกาแฟ แต่ชมชอบบรรยากาศแห่งการร่ำกาแฟ...

 แลบังเอิญว่า บรรยากาศไม่มีราคา เลยไปคิดราคาที่กาแฟแทน  (ยี่ห้อก็นับเป็นบรรยากาศหนึ่ง)

 ^__^

อ่ะ! เข้ามาอีกรอบเหมือนกัน

ไม่ดื่มกาแฟ แต่ก็ชอบบรรยากาศร้านกาแฟเช่นกัน

เลยต้องจ่าย..ค่าบรรยากาศไง

ขอบคุณหลายๆ ครับ ทุกๆ ท่าน -- อบอุ่น คึกคักเหมียนเดิม อิอิ

ผมชอบสำรวจราคาของกินครับ เข้าใจว่าไอ้อาการนี้มันจะเป็นหลังจากย้ายที่ย้ายถิ่นใหม่ๆ พอชินแล้วก็จะซาๆ ไปเอง เพราะหลังๆ ก็เห็นกินไม่เลือก (ฮา)

แต่บังเอิญผมไม่ค่อยจะหลงไหลบรรยากาศร้านกาแฟสักเท่าไหร่ ที่เห็นไปๆ อยู่ก็เพราะตัดใจ เกรงใจคนชวน (ฮา) จะชวนอีกก็ตัดใจได้อีกนะครับ (ฮาอีกที) เหตุผลหนึ่งก็คืออย่างที่บอกครับ มันแพง  และหลายที่ผมบอกตรงๆ ครับ มันแพงอย่างไร้สติสิ้นดี โชคดีที่ผมกิน (ดื่ม) กาแฟแบบ basic basic -- กาแฟดำธรรมดา ผมเลยซื้อโน่นซื้อนี่มาลองผิดลองถูก ลองมั่วๆ ในแบบของผมได้ ราคาถูกกว่าเยอะครับ

อย่างเมื่อวันเสาร์ผมก็ตัดใจถอยเม็ดกาแฟออกมากระสอบหนึ่ง เอ้ย ถุงหนึ่ง ครึ่งโล ราคาไม่กี่ตังค์ครับ ร้อยนิดๆ เลือกอย่างถูกที่สุดมาลองก่อน หยิบมาจากห้างใหญ่ทางไปคลองหวะ แล้วเอามาลองบดเองกับเครื่องบดธรรมดาที่มีอยู่ที่บ้าน (เครื่องบดอย่างหรูที่เขาว่าดีอย่างโน้นอย่างนี้ ผมว่ามันแพงบ้าเลือดครับ) แล้วชงกับเครื่องชงแบบ drip ธรรมดา รุ่นที่ให้น้ำร้อนผ่านแล้วเสียงดังโครกครากนั่นละครับ

ไม่ถึงกับเลวร้ายครับ

บรรยากาศที่ดีที่สุดของผมก็คือ ซดโฮกกาแฟตอนเช้า แล้วดูสาวๆ วิ่งที่ควนมดแดงจากหลังห้อง นี่แหละครับ
เอา Starbucks มาแลกก็ไม่ยอม (ฮา)
อีกหลายเหตุผลที่กาแฟราคาสูงค่ะ

1. คุณภาพ ยิ่งพวกที่ได้รับการยอมรับจาก Coffeereview :The World’s leading Buying Guide (เค้านำไปคั่ว-ชิม แล้วออกใบรับรองให้คะแนน คะแนนสูงแปลว่าอร่อยค่ะ) หรือสมาคมกาแฟต่างๆ เช่น สมาคมกาแฟพิเศษยุโรป (Speciality Coffee Association of Europe : SCAE) ราคาจะสูง
2. กระบวนการผลิต กรรมวิธีที่ใช้ผลิตวิธีเปียก หรือวิธีแห้ง รวมทั้งความสะอาด การคัดคุณภาพเมล็ด ขนาดเมล็ด ฯลฯ อ้อถ้าเป็นออแกนิกส์ก็จะแพงขึ้นไปอีก
 3. การจดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นกาแฟแหล่งกำเนิดหรือแหล่งผลิตเดียว (Single Origin Coffee) ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก ตัวอย่างเช่น "บลู เมาเท่น"ของจาไมกา ปลูกบนภูเขาบลู เมาเท่นเค้าว่ากันว่าราคามันแพงมั่กๆ เรียกว่าถ้าเอานำเข้ามาชงจริงๆ ก็คงจะสักแก้วละ 2-300 มั๊งคะถึงจะคุ้ม ส่วนบลูเมาเท่นที่เห็นๆ ขายกันส่วนใหญ่ปลอมค่ะ
4. อื่นๆ เช่น กาแฟเมล็ดเดี่ยว (Pea Berry) ราคาก็จะสูงกว่าพวกเมล็ดปกติเพราะเชื่อว่าในขณะคั่วความร้อนที่ได้รับจะสม่ำเสมอคั่วออกมาให้รสดีกว่า

อย่างกาแฟดอยอะไรสักดอยนึงน่ะค่ะได้คะแนนจาก Coffeereview สูงถึง 93 คะแนน ผลิตด้วยวิธีเปียก(สะอาด) จดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์แล้ว ราคาก็อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละพันกว่าบาทค่ะ (ราคาขึ้นอยู่กับขนาดเมล็ด คุณภาพ และสูตรที่ใช้คั่ว) สมมติเล่นๆ ว่ากิโลละพัน แก้วนึงใช้ 40 กรัม ต้นทุนก็อยู่ที่ 40 บาท อันนี้ยังไม่รวมค่าน้ำแข็ง นม ไซรัป โกโก้ ฯลฯ กรณีเป็นกาแฟเย็น ราคาที่ขายอยู่ที่ตลาดเกษตรค่อนข้างสมเหตุสมผลนะคะ

สำหรับท่านที่ชอบดื่มกาแฟช่วยกันหน่อยค่ะอุดหนุนคนไทยคุณภาพเราได้รับการยอมรับในตลาดโลกเลยทีเดียว ส่วน(แม่มดเขียว)ตาๆ บั๊กๆ อ่ะราคาสูงกว่านี้ไหมคะ ไม่เคยไป

ส่วนที่ชงกะถุงกาแฟเป็นกาแฟที่ส่วนใหญ่คุณภาพไม่ค่อยสูงแล้วเอามาคั่วให้ดำ แต่งรสเช่นเติมน้ำตาล มาการีน ข้าวโพด ,มะขามคั่ว ฯลฯ แล้วแต่สูตรของใคร ต้นทุนจึงไม่สูงมาก แต่ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ

ทั้งนี้และทั้งนั้นตัวเองก็ไม่ค่อยกินกาแฟค่ะ กินกาแฟเย็นบ้างนานๆ ครั้ง เห็นเค้าบอกว่าถ้าอยากรู้รสชาดจริงๆ ต้อง Espresso ร้อน (วิธีการชงโดยใช้แรงอัดไอน้ำหรือน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟคั่วบด แบบไอ้เครื่องดริฟของอาจารย์นั่นแหละค่ะ) ครั้งต่อไปลองถอยมาลองบ้างก็ได้นะคะ
โอ้ววว -- แม่เจ้า มันส์ดีแท้
ขอบคุณ น้องอมรรัตน์ครับ ได้ความรู้เปิดหูเปิดตาเยอะเลยครับ ;-)

ว่าแต่เมื่อบ่าย ผมก็แอบย่องไปร้านดอยอะไรสักดอยนึงมาเหมือนกันครับ
เกรงใจ๊ เกรงใจครับ แต่ก็ไปไม่ขาด (ฮา)

นานๆ กิน (ดื่ม) กาแฟนอกบ้านทียังพอไหวครับ ยังพอรับได้
แต่ผมกินดุครับ -- แม่บอกว่า "หมันกินเปลือง กินเอาเอม (ฮา)"
ขืนกินนอกบ้านทุกวันสงสัยมีเหตุให้ต้องขายบ้าน ขายรถ ขายโน้ตบุค (ฮา)

เลยหาทางลดต้นทุนด้วยการชงเองอย่างที่บอกครับ ;-)

ไอ้ตาๆ บั๊กๆ นั่นแพงครับ แก้วนึงเหยียบร้อย
น้องชายผมให้เหตุผลว่าเป็นนโยบายของเขาที่ขายราคาเท่ากันทั่วโลก
ผมแค่ไปยืนดูราคามาครับ ไม่ได้กินหรอก

ผมชอบหาร้านเล็กๆ ที่เป็น local นั่งซะมากกว่า
อย่างน้อยก็ถือเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ