นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3209
ความเห็น: 5

a picture a day, a distance away (33): หุ่นไล่กา

เขียนเรื่องใกล้ตัว เรื่องที่ทุกคนเกี่ยวข้องนี่สนุกนะครับ เพราะหลายคนจะมีส่วนร่วมไปโดยอัตโนมัติ

ผมไม่ได้เขียนเรื่องรูปนานแล้วครับ
ล่าสุดนี่ก็หลายเดือนมาแล้ว โอว-ว-ว ทำไมนานเยี่ยงนี้

สัปดาห์ สองสัปดาห์ก่อน อาจารย์ wwibul ท่านทำให้วงแชร์กระชุ่มกระชวย กระฉับกระเฉง กระชับ
(สองอันหลังไม่แน่ใจครับ ว่าเข้าข่ายคำอธิบายที่ดีหรือเปล่า)

แถวบ้านผม ถ้าพูดถึง "ชับ" หาได้หมายถึง "แนบแน่น" ไม่ แต่หมายถึงความคงทน แข็งแรง
เช่น "ขับรถชับ" จะเป็นคนละเรื่องกับขับรถแนบแน่นหรือเกาะถนน แต่หมายถึงขับรถได้ ขับรถแข็ง (ไม่ใช่รถแข่ง)
และขับรถได้ จะเป็นคนละอย่างกับขับรถดี (ฮา)
ถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า แถวบ้านมักจะนิยมยี่ห้อ "ชับ" (Sharp) เป็นต้น นัยว่าชื่อมันบ่งบอกว่าทนไม้ทนมือ

วงแชร์กระชับแนบแน่น กระชุ่มกระชวย เพราะท่านอาจารย์ wwibul ฝากรัก เอ้ย ฝากรูปไว้ให้โหยหาความหลัง
กระตุ้มต่อม nostalgic เล่น ด้วยรูปริมอ่างสองชุดใหญ่

เรื่องรูปนี่ใครๆ ก็ชอบนะครับ ต่อให้เศรษฐกิจทรุดขนาดไหน เรายังถ่ายรูปกันแบบไม่หวั่นแม้วันมามาก
ผมยังหาคนที่ไม่ชอบดูรูปถ่ายไม่เจอครับ ผมชอบดูชอบถ่าย แต่ไม่ชอบให้ตัวเองไปปรากฎอยู่ในรูป
แต่เพื่อนๆ หลายคน มาแนว QA ครับ พวกนี้ชอบหาหลักฐาน จะได้บอกพ่อแม่ญาติพี่น้องว่าหนูไปมาแล้วค่ะ
กลัวเขาไม่เชื่อ ถ้าไม่มีตัวเองอยู่

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีกล้องถ่ายรูปได้ อย่างแย่ๆ ที่สุดโทรศัพท์มือถือรุ่นหลังๆ ก็ถ่ายรูปได้เกือบหมดแล้ว
ผมใช้โทรศัพท์รุ่นโทรเข้าโทรออกอย่างเดียว ยังถูกเพื่อนมองด้วยสายตาหยามเหยียดว่าไม่เดิ้น ไม่เท่ และไม่หรอย -- เอากะมันสิครับ

ท่านอาจารย์กลางเดือน แปะรูป นวัตกรรมซองขนม ไว้วันก่อน
ผมทึ่งความเป็นคนช่างสังเกตของอาจารย์จริงๆ ครับ ที่กรุณากดรูปมาให้เราดูกัน
ถ้าเป็นผมก็คงฉีกซอง เอาขนมเข้าปาก ทอดกลืนโดยแทบไม่ได้คิดอะไร เผลอๆ บ่นด้วยซ้ำ ว่าทำไมไม่ห่อใบตอง (ฮา)

แต่ถุงพลาสติกใส ไม่มีอะไรให้อ่านข้างถุงครับ
สมัยก่อนตอนที่เรายังฮิต เอากระดาษหนังสือพิมพ์พับถุงขนม หรือห่อของกินกันอยู่ ผมก็อาศัยอ่านข้างห่อของกินนี่ละครับ ติดนิสัยกินพลางอ่านพลางมาก็เพราะเหตุนี้ จำได้แม่นๆ สมัยเรียน เย็นวันนึง เราไปกินข้าวกันที่ "โวค"   (โวคหายไปสิบปีแล้วมั้งครับ แต่เราก็ยังเรียกชื่อเดิมติดปาก) กินเสร็จ ผมก็ไปซื้อขนม คนขายห่อใส่ถุงกระดาษมาให้ ผมกินไป เพื่อนมันก็พลิกถุงอ่านเล่นเรื่อยเปื่อย สักพักมันก็ทำหน้าตกใจ โวยวาย -- นี่มันกระดาษข้อสอบกู ผมนี่ (ฮา)  ผมมาทราบทีหลังว่าคนขายขนมเป็นภรรยาของอาจารย์ท่านหนึ่งใน ม.อ.

มาที่เรื่องรูปต่อ

วันก่อน พี่ปิ๊กจากคณะทรัพย์ ก็ลงรูปจับโจร ยอดคนอ่านพุ่งปริ๊ด
โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นเรื่องใกล้ตัว ยิ่งรายการฟ้องด้วยภาพนี่คนอ่านคอซาดิสม์ชอบนักแล (ฮา)
ส่วนตัว (ย้ำครับ ว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว) ผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คนร้ายทำ และการที่เขาถูกจับดำเนินคดีก็สมควรตามความผิดที่เขาก่อแล้ว

ผมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ครับ แต่ผมมีสองความรู้สึกระคนกัน เวลาเอารูปคนร้ายเห็นหน้าจะๆ แล้วแปะบนเว็บนี่ ผมรู้สึกมันเหมือนกับการประจานยังไงไม่ทราบ หรือผมคิดมากไปเองหว่า

บันทึกหลายอันที่มีรูป ยอดคนอ่านก็พุ่งกระฉูด

เพราะใครๆ ก็ชอบดูรูปครับ ใครๆ ก็ถ่ายรูปได้ และเป็นเรื่องใกล้ตัว
เขียนเรื่องใกล้ตัว เรื่องที่ทุกคนเกี่ยวข้องนี่สนุกนะครับ เพราะหลายคนจะมีส่วนร่วมไปโดยอัตโนมัติ
ผมเลยชักสงสัยว่า การถ่ายรูป หรือรูปถ่าย จะมีส่วนช่วยพัฒนางานประจำ หรือช่วยให้การทำงานของเราสนุกขึ้นได้หรือเปล่า

อ่ะ -- งั้นผมแปะรูปมั่ง

ไม่ค่อยเกี่ยวกับงานประจำครับ แต่นึกถึงละครทีวีที่เห็นตอนเด็กๆ สมัยนั้นยังไปเขย่งรั้วดูทีวีบ้านข้างๆ อยู่เลยครับ ยืนไปพยายามสบตาเจ้าของบ้านไป หวังว่าถ้าเขาเห็นแววตาอ้อนวอน แล้วจะเรียกเราเข้าไปนั่งข้างใน ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ตอนนั้นอารมณ์เด็ก ไม่เข้าใจหรอกครับ ด่าเจ้าของบ้านในใจว่าใจดำด้วยซ้ำ

โตขึ้นหน่อย พอที่บ้านมีทีวีเป็นของตัวเอง ก็เริ่มมีคนมาเขย่งหน้าต่างบ้านเรามั่ง
เราก็ให้เขาเข้ามาบ้าง ไม่เข้ามาบ้าง แต่ชักเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเจ้าของบ้านคนที่เราเคยไปเขย่งรั้วแล้วแฮะ ;-)

ละครเรื่องนั้นคือ "หุ่นไล่กา" ครับ ตอนนั้นผมห้า-หกขวบได้มั้ง


"the Intrepid Scarecrow by friendsofarnon-II, on Flickr"

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 02 มีนาคม 2552 06:04 แก้ไข: 02 มีนาคม 2552 06:29 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

"...ทำให้วงแชร์กระชุ่มกระชวย กระฉับกระเฉง กระชับ..."

  • ฟังแล้วสยิวกิ้ว เร้าใจได้อารมณ์มากเลยครับ

 

"...ผมชอบดูชอบถ่าย แต่ไม่ชอบให้ตัวเองไปปรากฎอยู่ในรูป...."

  • กะเบ่อผมก็เป็น...

 

  • ...
  • อ่านอยู่ตั้งนาน รอลุ้นว่าจะมีรูปโผล่มาตอนไหน พอเริ่มหมดหวัง ก็มีจบหักมุม ได้ดูตั้งรูปนึงแน่ะ ! โอว..ดีใจ...

จริง ๆ เม้นต์ซะตั้งแต่แรกน่าว่าหรอยหวานี้หล่าว

ตอนนี้เริ่มมอดอีกแล้วขอรับ คุณพี่

อ่านตอนแรกกะว่าจาแหลงว่า......

นั่นแหละคือประเด็น เพราะกว่าจะมาเม้นต์ตอนนี้

น้องลืมแล้วอ่า 555+

เรื่องรูปนี่ เป็นอีกคนที่ชอบดูรูปเหมือนกัน ชอบดูรูปถ่าย แต่ไม่ชอบโดนถ่ายรูป เวลาโดนถ่ายเมื่อไหร่ คิดอะไรไม่ออก เป็นต้องชู 2 นิ้วแก้เก้อทุ้กที ไม่ได้คิดว่าจะโนเนะน่ารักอะไรนะค้าบ แต่คนมัน "ไม่หนัด" เป็นนางแบบนิ เป็นนางแบบ "ไม่ชับ"  มือไม้มันเลยเก้ ๆ กัง ๆ เกะกะไปหมด (กะว่าชู 2 นิ้วดูไม่เกะกะสุดแล้ว T^T)

เป็นคนชอบถ่ายรูป แต่ค่อนข้างจะติดกับมุมเดิม ๆ เหอ ๆ ประมาณไปวิ่งที่อ่าง แล้วเคยถ่ายมุมนี้ พอผ่านไประยะหนึ่ง วันดีคืนดี เอากล้องไป ไง ๆ ก็ต้องมีมุมเดิมกลับมาทุ้กที (งี้เค้าเรียก "ยึดติด" รึป่าวคับพี่?)

ปล. ภาพนี้เป็นหุ่นไล่กาของจริงหรอค้าบพี่เสือ?

 

มาอ่านบันทึกนี้

แล้วเลยต้องตาม ไปที่โน่น ที่นู่น ที่นั่น ตามเจ้าของบันทึก

ไว้วันหลังฝากแขวนชื่อ ปุกปุย บ้างนะคะ  เผื่อยอดจะพุ่ง (ฮา)

หุ่นไล่กา...

แหะๆ รูป(ที่ผมทึกทักเอาเองว่า)งามมีน้อยครับ ท่านอาจารย์ wwibul  เลยต้องทยอยปล่อยทีละนิดละหน่อย
อีตอนตั้งชื่อ series นะ ไม่ได้เจียมกับเขาหรอกว่าไม่ค่อยมีรูป  รู้แต่ว่าชั้นอยากแปะ ชั้นอยากแปะอ่ะ
แต่ชื่อมันบอกนะครับว่าแปะวันละรูป ไม่ได้บอกว่าผมจะแปะทุกวัน (ฮา)

เวลาถ่ายรูปหลายคนจะมีท่าบังคับ หรือท่ามาตรฐานครับ ชูสองนิ้วแบบน้องรองเท้าฯ มั่ง เสยใต้คาง เอียงคอมั่ง
บางเขินต้องไปดุนไปดันเพื่อน หรือไปเกยคนอื่นแก้ขวยก็มี ตัวอย่างรูปนี้ครับ 
หลังๆ ก็จะมีท่ากระโดด น้องๆ แถวนี้เป็นกันหลายคน ไปไหนไม่ว่า ขอให้หนูได้โดดหน่อยเหอะพี่ ท่าบังคับ
สำหรับผมเพื่อนมันชอบว่าทำหน้าอุบาทว์ ผมก็บอกว่าเปล่า -- ไม่ได้ชอบทำหรอก มันเป็นมาแต่กำเนิด (ฮา)

โอ๋ๆๆ -- น้องปุย อย่าเพิ่งฮอนงอนครับ  ยังไม่ได้ตอบที่เม้นต์ไว้หลายครั้งแล้วครับ ยังนึกไม่ออกว่าจะตอบไปยังไงดี ;-) เดี๋ยวจะรีบตอบแล้วรีบลิงค์ไปหาครับ ;-)


   

"ฉันไม่ใช่หุ่นไล่กา ไม่ใช่หุ่นไล่กา ไม่ใช่หุ่นไล่กา"

คนไม่ใช่หุ่นจึงคิด ต่อสู้ชีวิต ก้าวไปข้างหน้า
คนมีสิทธิจะคิด อยากทำชีวิตให้มีคุณค่า
คนไม่ใช่หุ่นที่ไร้ดวงใจ คนมีสติ คนคิดยาวไกล
ใครจะมาจับไปซ้ายไปขวา ไม่ยินยอม

 แต่บางครั้งชีวิตรอบตัววุ่นวายเหลือเกิน 
ขอไปเป็นหุ่นไล่กา อยู่กับท้องนา นกกา น่าจะเพลินดีกว่า

********************************************************

เพลงหุ่นไล่กา  

ขับร้อง  :  สุดา ชื่นบาน ขับร้อง
คำร้อง ทำนอง  :  มนัส ปิติสานต์

มองดูโลกซิเจริญไกล มีน้ำมีไฟมีตึกงาม
มองดูกายคนเด่นงามดี มองดูใจซิกลับเลวทราม
แก่งแย่งชิงดีกัน ขาดศิลสัจธรรม ห้ำหั่นกันวอดวาย

ตัวฉันเป็นเพียงหุ่นไล่กา มีหญ้ามีฟางห่มร่างกาย
ไม่มีสมองที่จะคิด ไม่มีชีวิตเช่นใคร ใคร
ฉันไปอยู่กับคน ฉันยังทนไม่ไหว
อาย อาย อาย อาย ฉันอาย ฉันอาย ฉันอาย

ขอกลับไปเป็นหุ่นไล่กา ยืนเฝ้าท้องนาสุขสบาย
ไม่เอาแล้วคน ฉันทนไม่ไหว ฉันทนไม่ไหว
 

*******************************************************

ชอบทั้งถ่ายรูป ชอบทั้งเป็นนางแบบ (ทำมาแล้วทุกท่า กอด เกย ชูสองนิ้ว)
เมื่อก่อนไม่ค่อยถ่ายภาพวิว แต่เมื่อเห็นหลายๆ คนเล่าเรื่องด้วยภาพ  รู้สึกดีอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะมันเหมือนได้เห็นของจริง อีกทั้งเรายังจินตนาการได้อีกกว้างไกล จากภาพที่เห็น 

และเมื่อเห็นเพื่อนถ่ายรูปสวยๆ มันก็เป็นแรงบันดาลใจให้อยากถ่ายให้ได้แบบนั้นบ้าง

ดีนะที่พี่เสือมีรูปไม่เยอะ ไม่เช่นนั้น น้องจะเกิดกิเลสมากไปกว่านี้
จนต้องตีตั๋วเครื่องบินตามไปถ่ายถึงเนเธอร์แลนด์ (เพราะคิดว่าที่ถ่ายไม่สวยนี่ไม่ใช่ไร้ฝีมือ แต่เป็นเพราะฉากต่างหากไม่สวย ... ก็วิวที่พี่ถ่ายมาสวยทุกรูปนี่)

Photo Story ครั้งละภาพ ดีแล้วคร้าบ

น้องหลา :)

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.176.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ