นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1855
ความเห็น: 4

"แชร์" ฉบับ "รักจาง" (2)

โลกของแชร์ เต็มไปด้วย "ซี" (Cs) -- content, communication, collaboration & community


น้องยามเขียน สังคมพหุวัฒนธรรม ภาค 2
ผมจำไม่ได้ว่าภาคแรกมันอยู่ตรงไหน (ฮา)

เนื้อในมีพูดถึง web 2.0 นิดนึง
บางคนเขาบอกว่า ตอนนี้น่าจะกลายเป็นช่วง "ขาลง" ของคำว่า web 2.0 ไปแล้ว
อ่านข่าวได้จาก "บล็อกนั้น" กับอ่านฉบับเต็ม ดูกราฟขาลงได้จาก Techcrunch ครับ

ตัวเทคโนโลยีไม่ได้เจ๊งหรือแย่ หรืออะไรทำนองนี้นะครับ ยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่เราเรียกกันไปเป็นอย่างอื่นมากกว่า  คำเรียกใหม่ๆ ก็ออกกันมาเรื่อยๆ  คำพวกนี้ (โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี) อายุสั้นครับ แป๊บๆ ก็เปลี่ยนเป็นอื่น

ตอนท้ายๆ น้องเขาบอกว่า เพราะกระแส web 2.0 ซึ่งเน้น "การมีส่วนร่วม" ของผู้ใช้เป็นหลัก
ก็เลยก่อให้เกิดเป็นเครือข่ายทางสังคม (social network) ขึ้นมา
และเครือข่ายทางสังคมนี่แหละ ที่ช่วยให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นทั้งในเรื่อง "งาน" และ "ชีวิตส่วนตัว"

Social network ตามที่ผมเข้าใจ ไม่จำเป็นว่าจะต้องผ่านทางเทคโนโลยีเสมอไปนะครับ  กลุ่มรำไท้เก๊กตอนเช้า หรือกลุ่มวิ่งริมอ่าง หรือก๊วนกาแฟร้อนปาท่องโก๋ตลาดกิมหยง ก็เป็น social network ตามความเข้าใจของผม  แต่ข้อได้เปรียบ (ซึ่งเหมาะกับงานบางอย่าง) ของ social network แบบใช้ตัวช่วยทางเทคโนโลยี ก็คือ สามารถกระจายให้ถึงในวงที่กว้างกว่า เมื่อเทียบกับ social network แบบเห็นตัวเป็นๆ   นี่ยังไม่นับรวมถึงข้อ ดีในเรื่องการจัดเก็บ บันทึก หรือค้นหาเรื่องที่เราเคยคุยกัน

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เราได้เปรียบในเรื่องบางเรื่อง


คุยกันผ่านตัวหนังสือ อ่านผ่านจอ เขียนผ่านคอมพิวเตอร์ ทำให้เรามี "ความเป็นมนุษย์" น้อยลง?

เป็น comment ที่ผมได้ยินบ่อยมากตั้งแต่ที่เรามี internet technology เบ่งบาน
ผมเชื่อว่าปฏิสัมพันธ์ฉันมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกัน มันอยู่กับเรามาแต่อ้อนแต่ออก มีแต่คนที่ใช้เทคโนโลยีแบบไม่ลืมหูลืมตาเท่านั้นที่จะทำให้ส่วนนี้หายไป เพราะบางที ต่อให้ไม่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง ถ้าจับคนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยมาไว้ห้องเดียวกัน ก็ไม่ได้มีหลักประกันว่าสองคนนั้นจะคุยกันดีเสมอไป
เทคโนโลยีมักจะกลายเป็นแพะสำหรับคนมักง่ายในหลายครั้ง



ทำไมจะต้องทำในเมื่อเราเจอกัน เห็นหน้ากันทุกวันอยู่แล้ว?

วันก่อน ผม น้องยามฯ น้องหลาฯ เราคุยกันเล่นๆ เรื่องเขียน "แชร์" ไปทำอะไร
เราใช้เทคโนโลยีช่วยในการคุยครับ เพราะจะให้ผมนั่งเครื่องเอาตัวเป็นๆ กลับมาให้เห็นตอนนี้ ก็ใช่ที่  และจนถึงตอนนี้ ผมก็ยังไม่ได้เห็นตัวเป็นๆ ของเพื่อนใหม่ที่ได้จากวงแชร์กลุ่มนี้ซะที เรารู้แต่ว่า เทคโนโลยีช่วยให้เราทำงาน(บางอย่าง)ได้ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม

คำถามข้างบน มาจากข้อสงสัยที่ว่า ทำไมจะต้องเขียนก็ในเมื่อถ้าทำอีกอย่างก็บรรลุวัตถุประสงค์เหมือนกัน
ตัวอย่างเรื่องนี้มาจาก กรณีหนึ่ง ก็คือ ลูกค้าถามมาทางโทรศัพท์ หรือลูกค้าเดินมาถาม ลูกค้านี่หมายถึงใครก็ได้นะครับ ใครที่อยู่ฝ่ายบริการวิชาการ น่าจะคุ้นกับกรณีพวกนี้ดี

ถ้าเราตอบลูกค้าไปทางโทรศัพท์ หรือบอกไป เรื่องก็จบ
ทำไมจะต้องเขียน (ลงแชร์) ให้เหนื่อย เปลืองนู่นโน่นนี่มากมาย

เรา (น้องหลาฯ น้องยาม และผม) ลงความเห็นร่วมกันว่า ใช่
มันเหนื่อยกว่าเดิม (นิดนึง) ในการเขียนเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่เราเขียนลงไปในแชร์ จะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันอีกหลายคน แทนที่จะรู้กันเฉพาะเรากับลูกค้าไม่กี่คน

เราสรุปกันเล่นๆ ในวันนั้นว่า --
เราเขียน เพราะเราต้องการเห็นประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ (ในวงกว้าง) เป็นกิจที่หนึ่ง ;-)



"แชร์" ในฐานะ "เครื่องมือ" ยุค web 2.0 เบ่งบาน

โลกของแชร์ เต็มไปด้วย "ซี" (Cs) ครับ
แต่มีเป้าหมาย (ในแบบที่ผมเข้าใจ -- ถ้าท่านใดเห็นว่าผมเข้าใจผิดพลาด กรุณาช่วยชี้แนะด้วยครับ) อยู่ที่ communication & collaboration ก็คือเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน แค่แลกเปลี่ยนไม่พอ ต้องร่วมมือกันให้ได้ รวมกันได้แล้วเราถึงกลายเป็น community หรือกลายเป็นชุมชน (ในแบบที่เราคบ (COP) -- ใครไม่ COP เรา COP (ฮา))

ชุมชนไม่มีทางเกิดได้ครับ ถ้าเราหลายๆ คนไม่เข้าร่วม (มีอยู่สองหน่อ ไม่นับว่าเป็นชุมชนครับ)


ส่วนร่วมในแชร์ ?

ง่ายสุด ก็คือ content ครับ เราทุกคนเป็น content creator สามารถสร้างเนื้อหาได้ แบบไม่ต้องมีใครสั่ง
ลืมไปแล้วใช่มั้ยครับ ว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ของแชร์มาจากไหน

-- มาจาก "คนเขียน" ครับ

;-)

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 20 กุมภาพันธ์ 2552 08:46 แก้ไข: 20 กุมภาพันธ์ 2552 09:00 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อึมมมมมมม

ได้อ่านทั้ง ภาค ๑ และภาค ๒ ของ สังคมพหุวัฒนธรรม ภาค 2 รวมไปถึง "แชร์" ฉบับ "รักจาง" (2) บันทึกนี้

ผมในฐานะผู้ใช้ ผมไม่สนใจหรอกว่าสิ่งที่ผมกำลังใช้อยู่นี้เป็น Web 2.0 หรือจะ Web 2.5 หรือจะ Web 3.0 หรือจะถอยหลังไปเป็น 3W ยุคหินทั้งหลาย

Web 2.0 จะเป็นขาลงหรือไม่ขาลง หรือจะเปลี่ยนไปเป็น RIA

สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันเป็นเพียงข้อกำหนดว่า เรากำลังอยู่ใน generation ไหนของ Internet คงจะเข้าทำนองเดียวกันกับยุค 3G นั่นเอง ผู้ใช้ไม่สนใจว่า เป็นรุ่นไหน แต่ขอให้ทำอย่างนี้ ๑ ๒ ๓ ได้ก็พอแล้ว

Share จะเป็น Web 2.0 หรือหลงยุคอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผมเข้าใจว่า สิ่งนี้ไม่ใช่ core ไม่ใช่หัวใจหลักของการสร้าง LO

อย่าลืมว่า share เป็นเครื่องมือ ต่อให้เครื่องมือห่วยแค่ไหน หรือเริ่ดขนาดไหน แต่ถ้าเราไม่เข้าใจ core ที่แท้จริงแล้ว สิ่งต่างๆ ที่ทำให้มี ทำให้เกิดย่อมไม่มีประโยชน์อันใด

มันก็แค่บอกว่า ฉันก็ intrend ก็เท่านั้นเอง

สิ่งที่เขาพยายามทำก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง marketing นั่นเอง

ผมค่อนข้างจะเห็นตรงกับเกลอในเรื่องของ Social Network 

Internet หรือที่เขาพยายามเรียกว่า Web 2.0 หรืออะไรทั้งหลายนั้น เป็นเพียงช่องทางหนึ่งที่ช่วยก่อให้เกิด Social Network ได้ง่ายขึ้น และทลายขีดจำกัดของระยะทาง หรือเวลา หรืออาจจะรวมถึงภาษา วัฒนธรรม ทลายกรอบของ Social Network ที่เป็นเพียง face to face คือต้องมาปะเอาหน้ามาชนกันอย่างเดียว

การสร้าง Virtual Community ขึ้นมาแทนที่ realistical community

Community จาก merriam-webster .ในความหมายที่ ๓ คือ social activity บางที Community ก็เป็นเพียง Social activity ซึ่งไม่น่าจะจำกัด "จำนวน" ของ คนใน community

เมื่อเกิดเป็น Virtual community ขึ้นหรือ Social network ขึ้น มีหรือที่จะไม่เิกิด "ของจริง" สักวัน

อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญประการหนึ่งของ Community คือ Dinamic หรือ พลวัตร ของชุมชน

บันทึกมากมาย แต่ก็เป็นได้แค่สิ่งที่แห้งตาย เพราะไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้น

อย่างไรเสียแม้จะเป็น RIA ก็เถอะ User จะ friendly เพียงไหนก็เถอะมัน หรือจะหลงอยู่ในยุคหิน ก็เป็นได้แค่ One way communication เท่านั้น

เราเอง

Ico48
Monly (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
20 กุมภาพันธ์ 2552 20:27
#41380
  • มาแล้ว น้อง Our Shangri-La  ตัวเป็น ๆ ไม่ค่อยพูด  แต่เมื่อไหร่ได้เขียนแล้ว สามารถเขียนได้มากทีเดียว 
  • ที่เราคบ (COP) มีหลายคน  แต่พี่ก็พยายามลุ้นน้อง ๆ เพื่อมาร่วมกันบันทึกค่ะ  ซึ่งคิดว่าได้ผลในระดับหนึ่งค่ะ  หากไม่ทำเช่นนี้  Share ล่มแน่ค่ะ 
Ico48
Teddy (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
20 กุมภาพันธ์ 2552 23:05
#41388

ตามมาอ่าน  "แชร์" ฉบับ "รักจาง" (2) ของพี่เสือ

อื่ม! พี่เน็ก : เราไม่สนใจว่าแมวจะเป็นสีขาว หรือสีดำ ขอให้แมวตัวนั้นจับหนูได้ก็พอ ใช่มั๊ยคะ (^ ^ )

อึมมม

  • Teddy  แมวไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ขอเพียงแต่

อย่าย้อมแมวมาขายเท่านั้นก็พอ

8-)

ว่าแล้วเชียวตอนก่อน post มันชงๆ นิดหน่อย แก้คำผิดอิ๊ดนึงครับ Dynamic ครับ ไม่ใช่ Dinamic

;-)

Dynamic มันทำให้เกิด Two way communication หรืออาจจะพ้น two way ไปเป็น 3 4 5 way

คนเขียนสื่ออะไร
คนอ่านตีความ เข้าใจอย่างไร มีปฏิกิริยาใด
ปฏิกิริยาสะท้อนกลับเป็นอย่างไร

  • พี่มอนลี่  เขาเรียกว่าเข้าทางปืนครับ แบบว่า รอมานานแล้วครับ ได้จังหวะยิงตามน้ำพอดี 

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.205.60.226
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ