นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1750
ความเห็น: 6

"แชร์" ฉบับ "รักจาง" (1)

ผมเป็นพวก over-optimistic ครับ -- คือ มองโลกในแง่ดีจนน่าใจหาย และหลายครั้งที่ออกจะฝันๆ อยู่หน่อยๆ

 

ชื่อเดิมของตอนนี้ที่ผมพอนึกออกตามเพลง (เก่าๆ -- ฟ้องสังขารอันโรยราได้เป็นอย่างดี) ก็คือ "อะไรหรือที่ฉันผิดไป" (ฮา)

ผมจำได้ ว่าผมเขียนไปล่าสุดเมื่อเกือบหกเดือนที่แล้ว
(ที่จริงไม่ต้องจำหรอก เปิดดูเอาก็ได้ ว่าเอ็งเขียนล่าสุดเมื่อไหร่ ปั๊ดธ่อ -- มันฟ้องออกหราขนาดนั้น)
กะว่าครบหกเดือนโดยไม่มีกิจกรรมร่วมกันเมื่อไหร่ จะส่งฟ้องศาล ขอหย่าถาวร (ฮา)

ทำไม่ลงครับ
สารภาพแบบหน้าไม่อายว่าแหกขี้ตามาตอนเข้า สิ่งที่ทำนอกเหนือจาก โทรศัพท์กลับบ้าน เปิดอ่านอีแมว
อ่านข่าวชู้สาว ดาราท้อง คลิปฉาว ฯลฯ   สิ่งหนึ่งที่ทำอยู่ (แทบ) ทุกวัน ก็คือกวาดตาดูว่ามีใครหลงมาเขียนใน "วงแชร์" ของเรามั่ง

หลังๆ นี่ดีหน่อยนะครับ คนเขียนเรื่อยๆ กระปริบกระปรอย ผมอ่านทัน
ก่อนหน้านี้มีเป็นวูบๆ ที่ไม่รู้ว่าแต่ละคนไปกินอะไรมา กระหน่ำเขียนกันใหญ่ ตอนนั้นสร้างปัญหาให้กับผมมาก เพราะรู้สึกว่าแก่ตัวลงแล้วอ่านหนังสือช้า อ่านไม่ค่อยแตก จะมัวละเลียดอยู่ก็ไม่ได้ เพราะอ่านอันนี้ยังไม่ถึงไหน อ้าว -- อันใหม่มาอีกแล้ว จะให้ความรู้มันซึมซับเข้าไปก็ทำไม่ทัน เลยต้องอ่านแบบผ่านๆ อ่านอันเว้นอัน ข้ามๆ ไปบ้าง ข้ามอันไหนที่ดีๆ ก็ถือว่าโชคร้ายไป  จะให้มาเก็บตกทุกวันหยุด ก็ไม่ไหว ผมไม่ได้มีแต่แชร์ไว้อ่าน (หรือเขียน) อย่างเดียวซะที่ไหน มีอย่างอื่นต้องอ่าน ต้องทำ ต้องเขียนอีกเยอะแยะ


วงแชร์ตายสนิทแล้วหรือ?

ถ้าถามผม -- (ออกตัวไว้ก่อนนิดนึง ว่าผมเป็นพวก over-optimistic -- คือ มองโลกในแง่ดีจนน่าใจหาย และหลายครั้งที่ออกจะฝันๆ อยู่หน่อยๆ)
ผมว่ามันก็อยู่ได้เรื่อยๆ ไม่หรูหรา ไม่ฟู่ฟ่า แต่ลูกค้าก็ไม่ขาด จะขาจร ขาประจำ ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ ยังมาได้เรื่อยๆ
ผมเคยเปรียบเทียบวงแชร์เมื่อปีที่แล้วว่าเป็นเหมือนตลาดสด แต่อีกหนึ่งปีผ่านไป ผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกซะทีเดียวแฮะ  วงเราเป็นแบบไม่มีกำไรหรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับความอยู่รอด สรุปง่ายๆ ว่า ถ้าวงแชร์เจ๊ง คนไม่เจ๊งตามวงไปด้วย ว่างั้นเถอะ ถ้าแชร์เจ๊ง สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเลยคือ ทบทวนตัวเราเอง

เอากันแบบง่ายๆ แบบกำปั้นทุบดินสุดๆ -- ถ้าแชร์ล่ม (หรือเจ๊ง) ถามว่ากระทบใครบ้าง?
กระทบหน่วยงานใดมั่ง?
ตรงนี้วิเคราะห์กันดีๆ นะครับ เพราะถ้าแชร์ล่ม เป็นผลมาจาก เพราะคน (ทั้งมหา'ลัย -- ทุกวิทยาเขต ไล่นับกันไปให้หมดนะครับ ว่าจากใครไปใครมั่ง) ไม่เขียน  หรือไม่มีความชอบ ไม่มีจริต ไม่รัก ไม่อะไรก็ช่างเหอะ สรุปก็คือ ไม่เขียน หรือไม่มีหลักฐานที่ "นับได้" เป็นชิ้นเป็นอัน
(อย่าลืมนะครับ ว่าเรานับ "ความสำเร็จ" ของแชร์ โดย "จำนวนชิ้น" และยอดเคาะกันมาตลอด
เรื่องคุณภาพของเนื้อหา ในตอนแรกเราให้เหตุผลว่า หลับตากันไปซะข้างนึงแล้วเชิญชวนให้เขียนกันเข้ามาเยอะๆ ก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที
การมาดูว่าเนื้อหาใดดีหรือไม่ดีนั้น เป็นเรื่องปวดหัวอย่างที่สุด สำหรับการเขียนบล็อกของหน่วยงานขนาดใหญ่แบบนี้  เผลอๆ เกิดใครบ้าจี้ มีคณะกรรมการพิจารณาเนื้อหาฯ โผล่ขึ้นมา ก็จะยิ่งไปกันใหญ่) 

บังคับไม่ได้ครับ ก็ใจมันไม่เอาซะอย่าง จะให้ทำไง ต่อให้แต่งหน้าทาปากแชร์ให้งามงดเทียบเท่า GotoKnow ที่เป็นศิษย์ผู้พี่ก็เหอะ  ผมไม่รู้นะครับ ว่าในฐานะผู้ดูแลแชร์ ต้องการสถิติอะไรบ้าง ต้องการให้งามแต่ไหน อันนั้นเป็นเรื่องของผู้ดูแลซึ่งต้องไปขบคิดกันเอง  แต่ในฐานะผู้เขียน หรือผู้อ่าน ผมว่าหน้าตาแชร์ปัจจุบัน ไม่ได้น่าเกลียด ยังใช้ง่านง่ายอยู่   มองในเรื่อง usability ในฐานะคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมว่าผมก็ยังให้คะแนนเยอะอยู่

ตัวอย่างเรื่อง usability + design ที่เห็นชัดสุดๆ (นอกเรื่องไปนิดครับ ไม่ทิ้งลายเก่า -- แฮ่ๆ) ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาคือเรื่อง web site ใหม่ของมหา'ลัย
ผมชอบนะครับ  web site อันใหม่ เรียบง่าย สะอาดสะอ้าน ไม่รกเหมือนโรงโนราที่เอะอะก็เอา links เอา banners แปะซ้ายแปะขวาอีรุงตุงนังไปหมด
แล้วแทบทุก web ของหน่วยงานใน ม.อ. ก็ clone โรงโนรา มาแทบทั้งนั้น
ผมอ่าน comments ในบันทึกหลายอันด้วยความตื่นตาตื่นใจ ส่วนใหญ่ทุกคนจะบอกคล้ายๆ กันว่า web ใหม่หานู่นหานี่ไม่เจอ

ที่ผมสะท้อนใจอยู่หน่อยนึงก็คือ users ของเรา ความอดทนต่ำ และไม่พยายามที่จะเปลี่ยน
เอากันแบบนักเลง ก็คือ ไม่ลงทุน (ความพยายาม) เลย ทั้งๆ ที่เรามีเครื่องมือช่วยอยู่เยอะแยะ
ผมว่าหลายครั้งที่เราก็ลืมไป ว่าเราเป็นหน่วยงานแบบไหน 
อย่าเอา share ไปเทียบกับ "ฮิห้า" space หรือ facebook หรืออะไรเทือกนั้น
ผมไม่มีกับเขาสักอันครับ ข้างบนนั่น แต่เคยไปแอบเห็นของเพื่อน แล้วผมรำคาญกับความรกรุงรังของ interface

กลับมาที่แชร์ -- อย่าบอกนะครับ ว่าไม่เขียน เพราะไม่สวย ไม่เหมือน GotoKnow
หาเหตุผลอะไรก็ได้ที่ดีกว่านี้หน่อย

เราไม่ได้มีปัญหาเรื่องข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เพราะเราเป็นหน่วยงาน(รัฐ)ที่มีอัตราการเข้าถึงเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) แทบจะสูงสุดในประเทศไทย เมื่อเทียบกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ  ถ้าเราพรั่งพร้อมขนาดนี้ แล้วยังทำได้ไม่ดีกว่านี้ ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วเหมือนกัน

หรือว่าจะเป็นเพราะเราขาดจริตในการรักการเขียนจริงๆ?

ถ้าคนไม่เขียน เป็นผลมาจากเราอ่อนประชาสัมพันธ์กระนั้นหรือ?
ตอนนี้ผมตัดเหตุผลเรื่องระบบ เรื่องความสวยงามไปแล้ว เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผม

ผมตอบยากแฮะ เรื่องประชาสัมพันธ์ หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายพวกนี้
ยอมรับว่าในช่วงแรกๆ เราเห็นกิจกรรมพวกนี้เยอะ แจกเสื้อมั่ง จัด meeting มั่ง party มั่ง แจกรางวัลโน่นนี่มั่ง  หลังๆ ไม่ค่อยเห็น แต่ที่ไม่เห็น ผมเข้าใจเอาเองว่า ก็คงเพราะการส่งเสริมการเขียนแชร์ได้บรรจุอยู่ในนโยบายของมหา'ลัย และกระจายไปตามคณะฯ หน่วยงานฯ ต่างๆ แล้ว คราวนี้แต่ละคน (หมายถึงทุกคน) ในแต่ละหน่วยงาน ก็ต้องช่วยๆ กันสิครับ แบ่งๆ ภาระกันไปบ้าง กระจายงานกันไปบ้าง จะได้สมกับที่เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัย (ที่มีการประกันคุณภาพค้ำคออยู่) หน่อย

ผมมองว่า มันง่ายเกินไปที่จะโยนความผิดไปให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือทีมทำงานทีมใดทีมหนึ่ง
เพราะนอกจากจะบั่นทอนกำลังใจในการทำงานแล้ว เราตั้งแชร์ขึ้นมาเองแต่กลับใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการทำงานไม่ได้
กลายเป็นว่า นอกจากจะสร้างปัญหาเพิ่มจากงานเดิมที่มี เผลอๆ ยังมีการฟาดฟันกันผ่านตัวหนังสืออีก

ก็ในเมื่อ เรามีแชร์เป็นเครื่องมือ ทำไมเราไม่มาระดมความคิดกันผ่านทางวงนี้ซะเลยล่ะครับ
ผมถึงบอกว่า ถ้าแชร์ล่ม ไม่ต้องอะไรมาก ต้องทบทวนตัวเองกันทุกคน

ผมเอง

ปล. คิดถึงป๋า และไอ้เกลอครับ เดี๋ยวกลับมาต่อ ;-)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): share
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 18 กุมภาพันธ์ 2552 18:59 แก้ไข: 18 กุมภาพันธ์ 2552 19:18 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Monly (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
18 กุมภาพันธ์ 2552 20:34
#41255
  • รออ่านบันทึกของอาจารย์ หายหน้าหายตาไปเลยค่ะ สงสัยเรียนหนัก  แต่พอมีประเด็นที่เป็นปัญหา หรือคาใจ  ขอบอกว่า ตอบได้โดนใจ
  • ระบบการใช้งานไม่ได้มีปัญหาอะไรอย่างที่คิด  เพียงแต่คนกลุ่มที่เขาไม่มีใจที่จะมาเขียนบันทึก ก็ไม่ต้องพูดอะไรกันแล้ว
  • คณะฯ อบรมกันแล้ว 2 ครั้ง หากไม่มีการเพิ่ม ก็ไม่ต้องอบรมอีก เพราะได้ทบทวนแล้ว ว่าเขาไม่คิดจะทำอย่างจริงจัง  และพวกที่เขียนก็คนเดิม ๆ ที่พกใจมาเต็ม 100
  • ทำอะไร ต้องพกใจมาเต็ม 100   และทุกอย่างก็อยากที่จะบันทึก
  • ตอนนี่พี่ลุ้นน้องใหม่ของคณะฯ พยายามให้มีการบันทึกขึ้นมาค่ะ  ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้อบรม แต่การเรียนรู้ ก็สามารถนำข้อมูลดี ๆ มาฝากบันทึกไว้ใน Share ค่ะ
  • ท่านผู้บริหารได้ให้ข้อคิดว่า เราต้องทำให้เขาเห็นว่า ดี  แล้วดีอย่างไร  จะพัฒนางานได้แค่ไหน เป็นปัญหามากน้อยเพียงใด  หากสร้างความยุ่งยาก ก็ต้องมาทบทวนกันค่ะ

ดีใจที่เห็นบันทึกนี้นะครับ

ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ แต่หยบมาเปิดแชร์

เจอบันทึกนี้เลย log in เข้ามาคุยเลย

รักแชร์คงไม่จางมังครับแต่กิจกรรมอาจซาลงไปได้

คนรุ่นใหม่ก็วูบวาบเป็นธรรมดา

ผมมองแชร์เหมือนการศึกษา

"กล้วยไม้ออกดอกช้า  ฉันใด".....

แชร์ของเราเป็นไป เช่นนั้น

แต่ออกดอกคราใด  งามเด่น

............................................ (ช่วยแต่งให้หน่อยก็แล้วกัน)

ร้องเพลง"เก็บตะวัน"ไปด้วยก็ได้ครับ

 

โอ้ดีใจจัง อย่างน้อยเราก็เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ อิอิ วูบวาบเป็นธรรมดา ผ่านมาเขียนๆ บันทึกลงไป แล้วก็ผ่านไป โอ๊ะโอ๋หายไปปีนึงเชียวเต็มๆ  (ได้ไงเนี่ย  ไมเวลามันหมุนเร็วขนาดนั้น)  รู้สึกเหมือนเพิ่งเขียนบันทึกสุดท้ายเมื่อเร็วๆ นี้เอง

ตอนนี้ก็มานั่งวิเคราะห์ตัวเองเหมือนกัน ทำไมเราไม่เขียนบันทึกแบบต่อเนื่อง  ยังหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้เลย  เดี๋ยว ขอกลับไปคิดต่อดีกว่า

Ico48
mandala (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
19 กุมภาพันธ์ 2552 17:35
#41305

โดนใจเข้าอย่างจัง
แชร์จะล่มไม่ล่ม สิ่งสำคัญหลักอยู่ที่ผู้ดูแล และคนเขียนบันทึก ทั้งสองส่วนต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน

ผู้ดูแลต้องบริหารจัดการให้แชร์ทำหน้าที่ของมันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด  เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการทำงาน
โดยหน้าที่หลักคือ ส่งเสริมให้คนเข้ามาเขียนมากที่สุด ถามตัวเองว่า เราส่งเสริมไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว
ถ้าคิดว่ามากแล้ว ก็ต้องดูว่าที่ทำมันถูกทางแล้วหรือไม่ ทำไมทำมากแล้ว แต่คนยังเขียนๆ หยุดๆ เพราะอะไร
หาสาเหตุที่แท้จริง และที่สำคัญ การเขียนแชร์ให้เป็นวงกว้าง เราทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว 
ก็ต้องหาตัวช่วย หาเครือข่าย ที่จะเป็นตัวแทนที่จะไปกระตุ้นให้คนในคณะเข้ามาเขียน

เพราะแต่ละคณะมีระบบการทำงานที่ไม่เหมือนกัน
ต้องให้คนในคณะเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการเขียน  สร้างแรงบันดาลใจให้อยากเขียน ประโยชน์ที่ได้จากการเขียน หากทุกคณะตระหนักแล้ว ก็ไม่ยากที่จะไปขับเคลื่อนคนในคณะให้เขียนเอง

นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ดูแลต้องตระหนักอีกข้อ คือ เรื่องที่จะเขียน ปัญหาที่เรามักจะได้ยินประจำ คือ ไม่รู้จะเขียนอะไร 
ซึ่งทุกอย่างที่ทำสามารถนำมาเขียนได้หมด แต่ผู้แลทั้งในส่วนกลางและส่วนคณะ จะต้องให้คำแนะนำว่า
เขียนอย่างไรถึงจะเรียนว่า KM  ไม่ใช่แค่บอกว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ 
แต่สาระที่แท้จริง อยู่ที่ พอทำแล้ว ได้อะไรต่างหาก ที่เป็นสาระ 
หากทุกคนเข้าใจว่า การเขียนแบบ KM เป็นอย่างไร ก็ไม่ยากเกินไปที่เค้าจะมีเรื่องมาเขียนได้

 สำหรับปัจจัยด้านคนเขียนบันทึก  หาทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเขียนแล้ว  ก็ไม่น่าจะยากที่จะทำให้แชร์เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ทบทวนตัวเอง ทบทวนคนอื่น และจะพบว่า "รักเราไม่เก่าเลย"

น้องหลา :)

Ico48
Teddy (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
20 กุมภาพันธ์ 2552 22:49
#41387

เห็นด้วยกะที่พี่เสือเขียนมาก ๆ เลยอดไม่ได้ที่จะมาร่วมแจมด้วยคน

เกิดอะไรขึ้นกะแชร์หรือนี่ ... ตัวเองก็ไม่ค่อยได้เขียนเหมือนกันช่วงนี้ แต่ช่วงไหนเขียน ช่วงไหนอ่าน ก็จะมาถี่ ๆ แล้วบทจะหาย ก็หายไปนาน ๆ เหมือนกัน บางทีเข้ามาเขียนแล้วไม่มีคนเม้นท์ หรือว่าเขียนแล้วแว๊บเดียวมันก็หายไปจากหน้าแรกของแชร์ บางทีกระพริบตาสองทีหายไปแระ ก็เซ็ง ๆ เล็กน้อยเหมือนกัน(แสดงว่าอัตราการเขียนในแชร์ก็ยังดีอยู่นิ อิ ๆ) บางเรื่องเราเีขียนแล้ว คนเข้ามาอ่านไม่กี่สิบคน เม้นท์ก็ไม่มี ไม่นานก็มีคนเขียนซ้ำ ก็ขี้เกียจจะเขียนเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่าเหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติ มันเป็นเช่นนี้เอง เป็นธรรมชาติของ blog ซึ่งมีผู้คนอยู่มากมาย และข้อมูลในโลกไซเบอร์ที่มีให้เราเสพมากมายจนมันแทบจะ้ล้นออกมา .. แต่ถึงจะยังไงก็ต้องมาแวะเวียนเข้ามาอ่านอยู่เสมอ ไม่ได้ทิ้งกันไปไหน เพราะคิดว่าแชร์เหมือนกับเพื่อนไม่ใช่แฟน คือไม่ต่อก็ติด ปกติเพื่อนสนิทก็ไม่่ค่อยได้โทรคุย เพราะไม่ค่อยชอบโทรศัพท์ แต่ก็ยังสนิทกันดีอยู่ ยังนึกถึง ยังเป็นห่วง แต่ไม่โทรอ่ะ  แต่วันไหนอยากคุย อยากเล่า อยากโม้ หรืออยากระบายขึ้นมา ก็โทรเลย ก็แกเป็นเพื่อนชั้นนิ มันจะอยากคุยกะเรารึเปล่าก็ไม่รู้ดิ แต่ตอนนี้ชั้นอยากจะคุยกะแกอ่ะ ฮาาา .. นี่เป็นความรู้สึกกะแชร์

อึมมมม

ถ้าเราตอบตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมเราถึงไม่เขียนบันทึก

  • ก็ให้ถามตัวเองว่าทำไมต้องรออ่านซ้อ ๗ได้
  • ทำไมแเวป gossip ดาราเราถึงเข้าไปอ่านได้ เช้า เที่ยง เย็น หลังอาหาร

นั่นแหละครับคือคำตอบ

เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งแทนที่เราจะพอใจกับสิ่งที่เป็นไป เราก็ต้อง ประมวล ประเมินใช้กลยุทธ กลวิธีต่างๆ ในการนำพาให้แชร์ ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการ

ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นระดับสั่งการ ที่ต้องลงมาดูแล การประเมินของ กพร. ก็น่าจะสะท้อน เรื่องนี้ได้ดี

กัปตันเรือก็ต้อง ตัดสินใจนำพาเรือลำน้อยนี้ไปสู่ฝั่ง ตามทิศทางที่ตั้งเข็มเรือไว้

นายช่างกล ก็ต้องเร่งเครื่อง/ เบาเครื่องตาม

นายท้ายเรือก็ต้องงัดหางเสือไปในทางที่กำหนด

คนดูต้นทางก็ต้องดูทิศทางลม

เสนาธิการก็ต้องวางแผน ทั้งผจญเหตุ เมื่อเกิดเหตุ/ หรือแผนการต่างๆ

ลูกเรือก็ต้องทำหน้าเป็นลูกเรือ

โวยวาย

เราต้องเข้าใจว่า แชร์ เป็นเรือลำน้อยที่ต่างจากเรือลำน้อย/ ใหญ่ ที่ล่องลอยไปในสายธารา

เรือลำน้อยที่มีความสำคัญ

ฯลฯ

เราเอง

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ